ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
‘ฝายต้นแบบ’ รักษ์ป่า-น้ำ
แก้ปัญหา ‘ไฟป่า’ อย่างยั่งยืน

       จ.แม่ฮ่องสอน ต้องประสบกับปัญหาไฟไหม้ป่าในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาปัญหานี้ไม่ได้รับความสนใจมากนัก เพราะแม่ฮ่องสอนจัดเป็นจังหวัดที่พื้นที่ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่า “เมืองสามหมอก”

       คือ หมอกฤดูร้อน เดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม หมอกฤดูฝน เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม และหมอกฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม

       แต่ควันไฟที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้ป่า ซ้ำเติมให้หมอกฤดูร้อนกลายเป็นปัญหาสำหรับชาวแม่ฮ่องสอน เพราะโดยปกติหมอกฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้นบนทวีปแถบเส้นศูนย์สูตรอยู่แล้ว เนื่องจากการระเหยของน้ำกลายเป็นไอลอยไปรวมตัวกันในอากาศ และเกิดการหักเหกับแสงอาทิตย์ทำให้เกิดทัศนวิสัยเป็นม่านมัว หรือทางอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า “ฟ้าหลัว” โดยเฉพาะในภาคเหนือ

       แต่ที่มีผลกระทบรุนแรงคือแม่ฮ่องสอน ซึ่งภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ชุมชนมักอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำในหุบเขาที่เป็นแอ่ง ควันไฟจากการเผาป่าซึ่งมีอนุภาคคาร์บอน เขม่า เถ้าถ่านล่องลอยไปจับตัวกับหมอกแดด ทำให้หมอกแดดแปรสภาพเป็นหมอกควันหนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก

       ปัจจัยสำคัญ คือ พฤติกรรมของประชาชนที่นอกจากไม่ควบคุมการจุดไฟเผาป่าแล้วยังไม่ช่วยกันป้องกัน ขณะเดียวกัน พื้นที่ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าผลัดใบซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงอย่างดี การที่หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปควบคุมเพลิงก็เป็นไปได้ยาก หลายพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ก็เพราะสภาพภูมิประเทศที่เป็นทิวเขาสลับซับซ้อน จึงสร้างความเสียหายให้กับผิวดิน ลูกไม้ ป่าเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเขตต้นน้ำลำธารที่จะส่งผลเสียมากต่อคุณภาพดินและน้ำ

       ดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า ปัจจุบันทางจังหวัดตระหนักดีถึงพิษภัยของไฟป่า และให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยประกาศเป็นวาระจังหวัด และแก้ปัญหาตั้งแต่ก่อนเกิดไฟ คือการชิงเผา และทำแนวกันไฟ ตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมงในทุกอำเภอ เมื่อเกิดไฟไหม้ป่าก็ระดมกำลังทุกภาคส่วนเข้าดับไฟ จัดชุดออกติดตามหาผู้กระทำผิด ปักป้ายยึดคืนพื้นที่ป่าไม่ให้มีการครอบครองอีก

       “เพื่อแก้ปัญหาไฟและและหมอกควันอย่างยั่งยืน จึงจัดทำฝายต้นแบบชะลอความชุ่มชื้น และฝายบก เป็นโครงการนำร่องรักษาป่า รักษาน้ำขึ้นทุกอำเภอ โดยนำร่องในลำน้ำห้วยโป่ง บ้านดงสงัด ต.แม่สะเหรียง อ.แม่สะเหรียง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย แปลง 2 รวม 70 จุด จากนั้นขยายให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน โดยทำไปแล้ว 809 ฝาย ใน 7 อำเภอ”

       “ดิเรก” กล่าวว่า จัดทำฝายต้นแบบเป็นการผสมผสานฝายลักษณะต่างๆ ตั้งแต่พื้นที่ป่าต้นน้ำไล่ลงมาจนถึงชั้นล่างสุดในลำน้ำห้วยสาขาก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำสายหลัก โดยการทำฝายต้นแบบในแม่ฮ่องสอนเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบริหารจัดการ เป็นการสนองแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงที่พึ่งพาวัสดุท้องถิ่น คือ นำเศษไม้หรือไม้ไผ่มาปักและนำหินมาเรียงเป็นชั้น กั้นตามลำห้วยตั้งแต่ต้นน้ำเรียงลงมาเป็นช่วงๆ ส่วนจุดที่ลำห้วยมีขนาดกว้างและน้ำยังลึก ก็จะใช้กระสอบทรายวางซ้อนกันเป็นชั้น ส่วนฝายบก เป็นการนำไม้ไผ่มาสับและตีเป็นฟากสกัดตามแนวลาดชันของภูเขาเป็นขั้นบันได เพื่อกักตะกอนหรือเศษไม้ใบไม้ ไม่ให้ไหลลงสู่ลำห้วย

       นี่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่าจะสำเร็จหรือไม่ !!!


๏ เนาวรัตน์ ศรีแก้วเลิศ ๏
รายงานพิเศษ : การปกครองท้องถิ่น
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พุทธศักราช 2550 หน้า 8
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้235
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9272
mod_vvisit_counterทั้งหมด631274