ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์

สมการแก้โลกร้อน (3)
       จู่ๆ หมอกควันพิษปกคลุมไปทั่วพื้นที่ภาคเหนือสร้างความปั่นป่วนอลหม่านให้กับทุกฝ่าย ประชาชนต่างพากันเจ็บป่วยเพราะสูดควันพิษเข้าไป ตัวเลขสถิติผู้ป่วยที่เข้ารักษาพยาบาลด้วยโรคทางเดินหายใจพุ่งขึ้นอย่างผิดปกติ

       ผู้คนที่สัญจรไปมาต้องสวมใส่หน้ากากปิดจมูก มีคำเตือนจากหน่วยราชการให้เด็ก ผู้สูงอายุ คนป่วยหลีกเลี่ยงออกไปเดินกลางแจ้งหรือออกกำลังกายนอกอาคาร

       ขณะที่หน่วยควบคุมไฟป่าส่งกำลังนับร้อยๆ นายไปช่วยกันตรึงสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 เดือน เนื่องจากความแห้งแล้งและอุณหภูมิอันร้อนระอุรวมไปถึงการเผาป่าของชาวบ้านเพื่อล่าสัตว์และทำไร่เลื่อนลอย

       ความร้อนทำให้ความชุ่มชื้นในอากาศหดหาย หมอกควันยิ่งปกคลุมหนาแน่น หน่วยกองบินต้องส่งเครื่องบินขึ้นไปโปรยน้ำให้เกิดความชื้น รถดับเพลิงออกปฏิบัติการฉีดน้ำรดต้นไม้สองฝั่งถนน เทศบาลต่อท่อทำน้ำพุริมคลองต่างๆ เพื่อพ่นละอองน้ำ

       ภาพถ่ายทางดาวเทียมระบุว่า เฉพาะพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีจุดความร้อน หรือ Hot Spot เพิ่มขึ้นจาก 27 จุด เป็น 52 จุด และเมื่อดูภาพรวมทั้งประเทศ ฮอตสปอตเพิ่มจาก 387 จุด เป็น 593 จุด เฉพาะภาคเหนือปาเข้าไป 318 จุด

       เมื่อหันไปดูภาคอีสาน กลับเห็นปรากฏการณ์ตรงกันข้าม มีพายุฝนและลูกเห็บกระหน่ำอย่างรุนแรง ในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้รับความเสียหายเพราะปรากฏการณ์ดังกล่าว

       กรมอุตุนิยมวิทยาต้องออกคำเตือนให้หลายพื้นที่ระวัง “พายุฤดูร้อน” เนื่องจากความกดดันอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากจีน แผ่ลงมายังทะเลจีนใต้ ลมใต้นำความชื้นจากอ่าวไทยเข้าปะทะกันทำให้เกิดพายุฤดูร้อน มีลมกรรโชกแรงและลูกเห็บตก อีกทั้งเกิดฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า

       เกิดอะไรขึ้นกับภูมิอากาศของไทย?

       หรือว่า นี่คือสัญญาณเตือนภัยทางธรรมชาติครั้งใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่เตือนให้ทั้งโลกได้พึงตระหนักและเตรียมการเอาไว้?

       หลายคนอาจบอกว่าผมพูดเว่อร์เกินเลยไป แต่ที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและผ่านไปแล้ว แต่มีร่องรอยปรากฏอยู่ ซึ่งมีที่มาที่ไป และไม่ใช่เฉพาะในไทยเพียงแห่งเดียว

       ที่อังกฤษนั้น ปรากฏการณ์ “หมอกควัน” ทำให้ชาวลอนดอนล้มป่วยมานานราวศตวรรษ เพราะโรงงานอุตสาหกรรมพ่นควันพิษทั้ง ถ่านหิน ก๊าซ น้ำมัน ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

       ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และอนุภาคฝุ่นขนาดเล็ก ฆ่าชาวลอนดอนเฉลี่ยปีละ 1,000 คน

       เปรียบเทียบกับชาติอื่นๆ ในยุโรปด้วยกัน ลอนดอนมีอากาศสกปรกที่สุด มากกว่าบรัสเซลล์ ปารีส และเบอร์ลิน

       เมื่อไม่นานมานี้ นายเคน ลิฟวิ่งสโตน นายกเทศมนตรีลอนดอน คิดมาตรการต่อสู้มลพิษทางอากาศด้วยการกำหนดพื้นที่ มีการปล่อยควันพิษต่ำ (LEZ-low emission zone) โดยติดกล้องวงจรปิดตรวจจับรถยนต์ทุกประเภทที่ปล่อยควันพิษเกินมาตรฐาน ใครฝ่าฝืนจะโดนปรับ 200 ปอนด์

       มาตรการนี้จะใช้ในปีหน้าเป็นต้นไป แต่นักวิจารณ์กระแนะกระแหนว่า คงไม่ประสบผลสำเร็จหรอก เพราะนักธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นจะต้องออกมาคัดค้านกันแน่

       คราวนี้ย้อนไปดูภูมิอากาศที่สหรัฐอเมริกากันมั่ง

       คนอเมริกันบอกว่า อากาศมันเพี้ยนไปหมดแล้ว เนื่องจากบริเวณฝั่งตะวันออกแถวนิวยอร์ก เพิ่งเริ่มอบอุ่น อุณหภูมิราวๆ 20 องศาเซลเซียส ควรจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่การณ์กลับพลิกผัน อากาศหวนไปสู่ความหนาวเย็นอีกระลอก เกิดพายุหิมะ มีลูกเห็บตกกระหน่ำ

       ผลก็คือ การจราจรเป็นอัมพาต เศรษฐกิจที่นั่นชะงักงัน สายการบินต่างๆ สั่งยกเลิกเที่ยวบินเป็นร้อยๆ ไฟลต์

       นักอุตุนิยมวิทยาเชื่อว่า นี่เป็นปรากฏการณ์อัล นิโญ่ เพราะอุณหภูมิพื้นผิวมหาสุมทรแปซิฟิกอุ่นกว่าจึงทำให้อุณหภูมิในอากาศเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อากาศ “เพี้ยน” อย่างที่เห็น

       หากพลิกดูสถิติ อุณหภูมิพื้นผิวของมหาสุมทรแปซิฟิก เพิ่มระดับมาตั้งแต่ 128 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นเป็นช่วงโลกเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมกันขนานใหญ่

       ภัยธรรมชาติอื่นๆ ยังพบได้อีกที่อินโดนีเซีย มีแผ่นดินไหวรุนแรงบนผืนแผ่นดินเกาะสุมาตรา วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.2 ริกเตอร์ รับรู้ได้ไกลถึงสิงคโปร์และมาเลเซีย รวมทั้งยังทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 82 ราย รุ่งขึ้นอีกวันมีแผ่นดินไหวรุนแรงปานกลางซ้ำอีกระลอก แต่โชคยังดีไม่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซ้ำเติม

       ในทวีปอเมริกาใต้ ภูเขาไฟตันกูราฮัสที่ประเทศเอกวาดอร์ เริ่มพ่นเถ้าถ่านและปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชนบริเวณเชิงภูเขา

       การเฝ้ามองปรากฏการณ์เหล่านี้ ทำให้เราทุกคนที่อยู่ในโลกใบนี้ต้องเร่งคิดหาสมการเพื่อแก้โลกร้อน

       หรือมิฉะนั้นก็รอหายนะกระหน่ำเข้ามา


โดย ทวีศักดิ์ บุตรตัน
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
มติชนสุดสัปดาห์ , คอลัมน์สิ่งแวดล้อม. ฉบับประจำวันที่ 23-29 มีนาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 27
ฉบับที่ 1388 , หน้า 28

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้235
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9272
mod_vvisit_counterทั้งหมด631274