|
ถ่านหิน อุปสรรคลด โลกร้อน |
|
|
| “ถ่านหิน” อุปสรรคลด “โลกร้อน” | ขณะที่ทั่วโลกกำลังเร่งหาหนทางแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อมนุษย์โลกอย่างมากมายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแสวงหาพลังงานทางเลือกใหม่ หรือการออกมาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทว่า “ถ่านหิน” ซึ่งถือเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนั้น หลายฝ่ายกลับมองข้ามและปล่อยให้ถ่านหินทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและทำให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ จีนถูกยกให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้พลังงานจากถ่านหินมากที่สุดของโลก โดยบรรดานักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์กันไว้ว่าอีก 2 ปีข้างหน้า พญามังกรซึ่งมีเศรษฐกิจบูมอย่างมากในขณะนี้จะสามารถโค่นสหรัฐกลายมาเป็นประเทศที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลก
“ทุก ๆ สัปดาห์ จีนจะมีการผลิตพลังงานจากถ่านหินเพิ่ม 1 พันเมกะวัตต์ ซึ่งเท่ากับปริมาณการผลิตทั้งปีในอังกฤษ” เซดริก ฟิลิเบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานพลังงานสากล (เออีเอ) กล่าว
ขณะที่สหรัฐ มหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลกก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการใช้พลังงานจากถ่านหินในปริมาณ เช่นเดียวกับยุโรปโดยรายหลังนั้นได้มีการให้ความสำคัญในการใช้พลังงานถ่านหินควบคู่กับการตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ พลังงานจากถ่านหินคิดเป็น 48% ของปริมาณพลังไฟฟ้าที่ใช้ในเยอรมนี ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ชดเชยพลังงานที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศ ซึ่งได้มีการปิดตัวลงได้ ส่วนโปแลนด์ พลังงานถ่านหินได้ตอบสนอง 90% ของความต้องการไฟฟ้าของประชาชนในประเทศ
ออสเตรเลีย ซึ่งพยายามที่จะสร้างจุดขายดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวจากต่างชาติด้วยการสร้างจุดขายว่าเป็นประเทศที่สะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น กลับเป็นผู้ส่งออกถ่านหินยักษ์ใหญ่ของโลก โดยจากสมาคมถ่านหินออสเตรเลีย ระบุว่า ในปีที่แล้ว มูลค่าการส่งออกถ่านหินเพิ่มขึ้น 43% ไปอยู่ที่ 2.45 หมื่นล้านเหรียญออสเตรเลีย (ราว 6.57 แสนล้านบาท) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปี 2547-2548
หากเปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของแหล่งพลังงานหลักที่นิยมใช้ทั่วโลก จะพบว่าในพลังงาน 1 กิโลวัตต์ถ่านหินสามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 1ใน 3 ของน้ำมันเชื้อเพลิงและมากกว่า 3 ใน4 ของก๊าซธรรมชาติ
แม้จะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้น แต่หลายประเทศก็ยังนิยมที่จะใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานสำคัญส่วนหนึ่งมากจากความหาง่ายของถ่านหิน เมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งพลังงานอื่น ๆ ไม่เพียงเท่านั้นต้นทุนในการดำเนินงานก็ถูกกว่า ทำให้บรรดาประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากเลือกใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของประเทศเพื่อช่วยขับเคลื่อนและรักษาศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศไว้
จากความสำคัญและความจำเป็นข้างต้น ทำให้หลายฝ่ายพยายามที่จะร่วมกันหาลู่ทางทางในการลดปริมาณผลกระทบที่เกิดจากการใช้ถ่านหินมากกว่าที่มุ่งแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อทดแทน
หนึ่งในทางเลือกที่เหล่านักสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์และผู้แทนประเทศที่จำนวนมากที่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสากลว่าด้วยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (ไอพีซีซี) ซึ่งเพิ่งจะจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการในการจัดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เสนอคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากการเผ่าถ่านหิน
ภายใต้วิธีการดังกล่าว ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้รับจากการเผาถ่านหินนั้นจะถูกสูบไปกักเก็บไว้ในที่กักเก็บคาร์บอน ซึ่งสร้างไว้ในใต้ดิน โดยเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนจะมีการติดตั้งในโรงงานถ่านหินที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก
อย่างไรก็ดี แม้วิธีการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เป็นชนวนสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อนได้ว่า ทว่า ยังมีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้ตั้งข้องสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของพื้นที่ที่เก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งหากเกิดแผ่นดินไหวหรือดินถล่มขึ้น อาจจะส่งผลให้ที่เก็บดังกล่าวเกิดรอยร้าวและส่งผลให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศได้
ทั้งนี้และทั้งนั้น เหล่านักวิทยาศาสตร์และนักสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งหาวิธีการเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่อย่างนั้นแล้วความพยายามที่จะแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อาจกลายมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นสภาวะโลกร้อนให้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแทน
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันอังคารที่ พฤษภาคม พ.ศ.2550 หน้า A15 |
|