ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์

การมีส่วนร่วมประชาชน
ในธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
แค่กติกาที่ว่างเปล่า

        เครือข่ายธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย แถลงผลการประเมินธรรมาภิบาล ครั้งที่ 3 รายงานยืนยันชัดเจนระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมในรอบปี2549 ยังไม่น่าพอใจ โดยใช้ตัวชี้วัดซึ่งได้มีการนำไปใช้แล้วใน 40 ประเทศทั่วโลกแบ่งเป็น 5 หมวด คือ
1.กฎหมายทั่วไป
2.การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
3.การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
4.การเข้าถึงความยุติธรรม และ
5.การพัฒนาขีดความสามารถของประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และสื่อสารมวลชนในเรื่องธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

        ในการประเมินครั้งนี้ใช้กรณีศึกษารวม 18 กรณี อาทิ การระบาดของไข้หวัดนก ธรณีพิบัติภัย (สึนามิ) ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง ระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำในทะเลสาบสงขลา ระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำในห้วยคลิตี้ จ.กาญจนบุรี นโยบายการจัดทำข้อตกลงเขตการเสรีไทย-สหรัฐ นโยบายแก้วิกฤตน้ำภาคตะวันออก ข้อพิพาทโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย การฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

        ดร.สมฤดี นิโครวัฒนยิ่งยง ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า การประเมินธรรมาภิบาลครั้งที่ 3 ผลการศึกษาทั้ง 18 กรณี พบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับไม่น่าพอใจเป็นจำนวนมาก มีบางกรณีที่ผลการประเมินออกมาว่าอยู่ในระดับ “ปานกลาง-ดี” แสดงให้เห็นว่า แม้รัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติหลายมาตราให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อม ตลอดจนประเทศไทยเข้าร่วมลงนามหลักการข้อที่ 10 ของปฏิญญาริโอซึ่งระบุหน้าที่ของรัฐให้ส่งเสริมหรืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ได้รับรู้ข่าวสารทางสิ่งแวดล้อมที่กระทบกับความเป็นอยู่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยาด้านสิ่งแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศของเรายังไม่ได้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงต่าง ๆ อย่างจริงจัง

        นอกจากนี้ ดร.สมฤดีกล่าวว่า ทางเครือข่ายธรรมาภิบาลฯ เตรียมประเมินธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมกรณีศึกษามาบตาพุด โดยมีพื้นที่ศึกษาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมผาแดง นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย ตำบลมาบตาพุด และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ใช้เวลา 6 เดือน

        “ตลอด 25 ปีของการพัฒนาพื้นที่มาบตาพุด ภายใต้โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก (อีเอสบี) แม้มาบตาพุดจะเป็นหนึ่งในพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศ มีการลงทุนในปี 2549 สูงถึง 2.7 ล้านล้านบาท แต่ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนกลับเลวลง รวมทั้งแม้จะมีแผนลดมลพิษ ปี 2550-2554 การต่อต้านของชาวบ้าน ตลอดจนการร้องเรียนก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าเกิดอะไรขึ้นกับการพัฒนาพื้นที่มาบตาพุด” ดร.สมฤดีกล่าว พร้อมระบุจะประเมินแผนและผังเมืองที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดทั้งหมด คือ แผนแม่บทอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ระยะที่ 3 แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยองปี 2550-2554 และผังเมืองรวมบริเวณอุตสาหกรรมหลักและชุมชนจังหวัดระยอง พ.ศ.2546

        ขณะที่ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการโครงการยุทธศาสตร์นโยบายทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน นักวิจัยกรณีศึกษานโยบายการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐ (เอฟทีเอ) กล่าวว่าไทยไม่มีกฎหมายกำหนดเรื่องการเจรจาความตกลงระหว่างประเทศเป็นการเฉพาะ แต่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 สหรัฐเรียกร้องให้ไทยลงนามในข้อตกลงรักษาความลับในการเจรจา แต่ไทยปฏิเสธ แต่ให้คำมั่นทางวาจาว่าจะรักษาความลับในการเจรจา และห้ามไม่ให้เปิดเผยเอกสารการเจรจาต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจา ข้อมูลการเจรจาจึงเป็นข้อมูลชั้นลับตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ เกิดข้อวิจารณ์มากต่อการปฏิบัติของรัฐบาลที่ขัดกับรัฐธรรมนูญเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน

        นอกจากนี้ ในช่วง 6 รอบของการเจรจาเอฟทีเอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมน้อยมากในการเจรจารอบ 1-3 แต่เพิ่มมากขึ้นรอบ 4-6 หลังจากมีเสียงวิจารณ์ ส่วนใหญ่จัดในกรุงเทพฯ ไม่ครอบคลุมกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แถมกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนที่จัดขึ้นโดยรัฐมีผลน้อยมากต่อการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของรัฐบาล สรุปแล้วการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ในระดับต่ำ การไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ นี้จะสร้างความเสียหายอย่างมากในอนาคต เสนอว่าภาครัฐควรจัดทำกฎหมายเฉพาะด้านการจัดทำความตกลงระหว่างประเทศขึ้น เพื่อเป็นกรอบกติกาของสังคม

        “ผู้บริหารและเจ้าหนาที่รัฐต้องเปลี่ยนทัศนคติ การมีส่วนร่วมไม่ได้ทำให้การเจรจาล่าช้า แต่ใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนให้เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับคณะเจรจา และเพื่อให้ผลการเจรจาเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับคณะเจรจา และเพื่อให้ผลการเจรจาเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม ที่สำคัญการมีส่วนร่วมทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น ลดความระแวงสงสัยในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งยังช่วยถ่วงดุลและตรวจสอบการตัดสินใน” บัณฑูรกล่าว

        ด้าน ดร.สุภาพ พัสอ๋อง นักวิชาการอิสระ ในฐานะนักวิจัยกรณีศึกษาการมส่วนร่วมในนโยบายการแก้วิกฤตน้ำภาคตะวันออก สรุปผลการประเมินว่า การแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำที่ผ่านมา รัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้ใช้กลไกที่มีอยู่ คือ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะอนุกรรมการลุ่มน้ำ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีตัวแทนของภาคประชาชน นักวิชาการ และหน่วยงานรัฐ แต่ทำแบบรวมศูนย์เบ็ดเสร็จ ฝ่ายบริหารคือรองนายกฯ มีสำนักคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานนโยบายส่วนกลาง และผู้ปฏิบัติคือกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทำให้แก้ปัญหาจริงไม่ได้ เมื่อแก้ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมแล้วกลับสร้างปัญหาในภาคเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคของชุมชนเมือง เห็นว่าควรเร่งออกกฎหมายทรัพยากรน้ำที่มีเนื้อหากำหนดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้อย่างชัดเจน

        สำหรับเครือข่ายธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สถาบันพระปกเกล้า มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการยุทธศาสตร์นโยบายฐานทรัพยากร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และในกรณีโครงการมาบตาพุด มีสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ และสภาทนายความ พร้อมด้วยนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นเครือข่ายด้วย


หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ฉบับวันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ.2550
หน้า 4
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้237
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9274
mod_vvisit_counterทั้งหมด631275