ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
คาร์บอนเครดิต
เครื่องมือ “ล้าง” หรือ “สร้าง” บาป ของชาติพัฒนา

นเวลานี้คงไม่มีประเด็นใดที่จะถือเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มากเท่ากับ “ปัญหาสภาวะโลกร้อน” ที่นับวันจะทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนเพิ่มมากขึ้น

        “คาร์บอนเครดิต” ผลผลิตที่เกิดขึ้นภายใต้สนธิสัญญาเกียวโต ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของนานาประเทศที่ต้องการจะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ให้ลดลง 5.2% เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2533 ให้ได้ในปี 2553

        ที่มาที่ไปของคาร์บอนเครดิต เกิดขึ้นจากพื้นฐานความเชื่อที่ว่าแต่ละประเทศมีศักยภาพในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เท่ากัน และเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะชาติพัฒนาแล้ว ให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญาเกียวโตได้ จึงได้มีการจัดทำคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นเหมือนกับใบอนุญาตที่ให้สิทธิในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณที่กำหนดไว้โดยประเทศใดที่สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าที่กำหนดไว้ก็จะได้รับคาร์บอนเครดิตเป็นรางวัล

        ตรงกันข้าม ประเทศที่ไม่สามารถลดได้ตามเป้าที่กำหนดซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีอุตสาหกรรมหนักเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญนั้น สนธิสัญญาเกียวโตก็ได้กำหนดกลไกยืดหยุ่นที่จะช่วยให้ประเทศพัฒนาแล้ว หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้เช่นกัน โดยการเปิดให้มีการซื้อขายก๊าซเรือนกระจก (อีที) กันได้

        สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว หรือบริษัทที่ไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลในการดำเนินมาตรการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้น สามารถที่จะซื้อคาร์บอนเครดิตจากประเทศหรือบริษัทที่สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซได้มากกว่าได้ โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นเหมือนกับการให้ประเทศหรือบริษัทที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับในสนธิสัญญาเกียวโต ต้องจ่ายค่าปรับด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิต และในขณะเดียวกัน เงินที่ได้จากการขายคาร์บอนเครดิตก็เปรียบเหมือนกับรางวัลที่มอบให้แก่ชาติหรือบริษัทที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งตรงกับแนวคิดสำคัญของวิธีการดังกล่าวที่มองว่าสถานที่ที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ไม่สำคัญเท่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ทั่วโลก

        ทั้งนี้ การซื้อขายคาร์บอนเครดิตสามารถทำได้ในตลาดการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอน ซึ่งได้รับการอนุญาตให้สิทธิเปิดดำเนินการ โดยมี 2 ตลาดใหญ่ได้แก่ ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกในยุโรป และตลาดแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกในชิคาโกของสหรัฐ ซึ่งธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คาดการณ์ว่าการซื้อดังกล่าวมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเมื่อปี 2548 มีสูงถึง 1หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.26 แสนล้านบาท) โดยบรรดายุโรปและญี่ปุ่นเป็นกลุ่มประเทศที่มีการซื้อคาร์บอนเครดิตมากที่สุด

        นอกจากนี้ ประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ ซึ่งมีต้นทุนสำหรับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศสูง ยังสามารถเลือกดำเนินการตามกลไกของสนธิสัญญาเกียวโตที่เรียกว่า การดำเนินการร่วมกัน (เจไอ) ที่เปิดโอกาสให้ประเทศดังกล่าวร่วมมือกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีต้นทุนดำเนินการต่ำกว่า จัดทำโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และถ้าประสบความสำเร็จตามเป้าที่ตั้งไว้ ก็จะได้รับคาร์บอนเครดิตเพื่อได้สิทธิในการปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

        กลไกการพัฒนาที่สะอาด (ซีดีเอ็ม) ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดโอกาสให้ชาติพัฒนาสามารถได้รับคาร์บอนเครดิตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกได้ตามที่ระบุไว้ในสนธิสัญญาเกียวโต และในขณะเดียวกันก็เอื้อประโยชน์ทั้งในด้านการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้แก่ชาติกำลังพัฒนาอีกด้วย โดยชาติพัฒนาจะเข้าไปลงทุนในโครงการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกปนประเทศกำลังพัฒนา เช่นการปลูกป่าหรือการคิดค้นเทคโนโลยีต่าง ๆ จากนั้นหากสามารถลดปริมาณก๊าซได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ชาติพัฒนาแล้วจะได้รับคาร์บอนเครดิตเป็นการตอบแทน

        อย่างไรก็ดี แม้คาร์บอนเครดิตจะเป็นเสมือนกับเครื่องมือสำคัญที่ดำเนินการผ่านทางกลไกทั้ง 3 ที่กำหนดไว้ตามสนธิสัญญาเกียวโต และเอื้อประโยชน์ให้แก่ทุกฝ่าย ทั้งชาติพัฒนาแล้วที่สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าปละในขณะเดียวกัน ชาติกำลังพัฒนาก็ได้รับการช่วยเหลือทั้งในด้านเงินทุนและเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น

        ทว่า ขณะเดียวกัน คาร์บอนเครดิตก็ถูกนำมาใช้เป็นเหมือนกับเครื่องมือล้างบาปให้แก่ชาติพัฒนาแล้วแค่นั้นที่เป็นต้นตอสำคัญในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยองค์กรและนักสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก มองว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของชาติพัฒนาแล้วแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังเป็นการส่งเสริมให้ชาติเหล่านี้เดินหน้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป เพราะเชื่อว่าสามารถซื้อหรือจัดกาคาร์บอนเครดิตเพื่อมาชดเชยได้

        จากเว็บไซต์คาร์บอนเทรด วอซ องค์การอิสระที่ดูแลในด้านสิ่งแวดล้อม ได้คัดค้านการค้าขายคาร์บอนเครดิต แลร์รี ลอห์แมนน์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเคอร์เนอร์เฮาส์ องค์กรสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมของอังกฤษเตือนว่าคาร์บอนเครดิตถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเหลือบรรดาอุตสาหกรรมในประเทศพัฒนาแล้วในการแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประชาชนท้องถิ่นต้องการให้บริษัทเหล่านั้นปิดกิจการลงมามากกว่าที่จะแสวงหาทางลดปัญหาที่เกิดขึ้น

        นอกจากนี้ บางประเทศที่เข้าร่วมในสนธิสัญญาเกียวโตอาจไม่ได้มีความมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซอย่างแท้จริง เพียงแค่ต้องการเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตมากกว่า ประเทศบางแห่งซึ่งไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรมหนักมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กอปรกับมีต้นทุนในการลดปริมาณก๊าซในประเทศเพื่อหวังจะได้รับคาร์บอนเครดิตและนำมาจำหน่ายให้แก่ชาติพัฒนาแล้ว หรือต้องการสมัครเป็นสมาชิกสนธิสัญญาเกียวโต เพื่อต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติให้มาลงทุนในโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ประเทศเพิ่มขึ้น มากกว่าการตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อนแต่อย่างใด

        ซ้ำร้ายในอนาคตหากประเทศต่างๆ มีคาร์บอนเครดิตเหลืออยู่มาก และเปิดขายให้แก่ชาติพัฒนามากขึ้นก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อกลไกการซื้อขายแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกซึ่งเหมือนกับหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไป ที่ว่าเมื่อมีสินค้าอยู่ในตลาดมากกว่าความต้องการจริง ก็ย่อมทำให้ราคาของสินค้าดังกล่าวลดลง เช่นเดียวกัน คาร์บอนเครดิตที่เมื่อมีมากเกินไป ก็จะทำให้ราคาในการซื้อขายในตลาดซื้อขายก๊าซเรือนกระจกลดลง จนในที่สุดก็จะทำให้ประเทศพัฒนาแล้วจำนวนมากคงเดินหน้าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นต่อไป เพราะต้นทุนในการซื้อคาร์บอนเครดิตนันไม่สูงอีกต่อไปแล้ว

        และสุดท้าย ปัญหาภาวะโลกร้อนก็ยังคงเป็นเรื่องเดิม ๆ ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ต่อไป


หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2550
หน้า B8
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้242
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9279
mod_vvisit_counterทั้งหมด631281