ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
ขยะอิเล็กทรอนิกส์

        อนนี้สหรัฐอเมริกากำลังมีปัญหากับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมากครับ ปัญหาใหญ่ของเขาก็คือ กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกายังตามไม่ทันพัฒนาการของเทคโนโลยีทั้งหลายในขณะที่ปริมาณของขยะที่เกิดขึ้นจากพัฒนาการของเทคโนโลยีทั้งหลายในขณะที่ปริมาณของขยะที่เกิดขึ้นจากพัฒนาการของเทคโนโลยีมีมากขึ้นทุกที

        โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นอีพี) ประเมินว่า แต่ละปีทั้งโลกสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมามากถึง 50 ล้านตันในขณะที่รายงานของสมาคมรีไซเคิลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ (ไอเออีอาร์) บอกไว้ว่า ระหว่างปี 2549-2553 จะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หมดอายุและถูกทิ้งขว้างเป็นขยะมากถึง 3,000 ล้านชิ้น

        ในขณะที่มีรายงานอีกฉบับแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาเปลี่ยนโทรทัศน์ของตัวเอง จากจอหลอดแบบเดิม (จอซีอาร์ที) มาเป็นโทรทัศน์แบบแอลซีดีกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณกันว่าในปี 2550 นี้ ยอดขายของโทรทัศน์แบบแอลซีดีทั่วโลกจะอยู่ที่ราว 62.5 ล้านเครื่อง

        นั่นหมายความว่า จะมีโทรทัศน์ที่เป็นจอหลอดแบบเก่า ถูกทิ้งเป็นขยะไปในปริมาณใกล้เคียงกันนั้น

        ที่สำคัญก็คือ ยิ่งนับวันขนาดของโทรทัศน์ยิ่งใหญ่โตมากขึ้น ข้อมูลทางด้านธุรกิจของไอซับพลาย ระบุว่า 83 เปอร์เซ็นต์ของโทรทัศน์ที่ขายกันอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นโทรทัศน์ที่มีขนาดจอใหญ่ คือขนาด 50 นิ้วขึ้นปีครับ

        สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (อีพีเอ) ของสหรัฐอเมริกา ออกมายอมรับเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า กฎหมายที่สหรัฐอเมริกาใช้อยู่ทุกวันนี้ตามไม่ทันพัฒนาการต่าง ๆ เหล่านั้น

        กฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้โดยตรงคือ รัฐบัญญัติว่าด้วยการควบคุมสารพิษปี ค.ศ.1976 ซึ่งให้อำนาจอีพีเอให้สามารถแกะรอยตรวจสอบจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั้งที่เป็นอุตสาหกรรมในประเทศหรือที่นำเข้ามาจากประเทศอื่นราว 75,000 ชนิด แต่เอาเข้าจริงแล้ว กฎหมายดังกล่าวไม่เคยถูกนำมาใช้เพื่อห้ามการใช้สารเคมีต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะไม่มีอำนาจบังคับถึงขนาดนั้น

        เมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ว่านี้ถูกใช้งานจนหมดอายุการใช้งานแล้วกลายเป็นขยะ อีพีเอมีอำนาจบังคับใช้อยู่ก็จริง แต่ก็จำกัดอย่างยิ่งเพราะถึงตอนนี้มีเพียงโทรทัศน์และจอคอมพิวเตอร์ชนิดหลอด หรือที่เรียกกันว่าจอซีอาร์ที ที่มีสารตะกั่วอยู่เป็นจำนวนมากเท่านั้นที่ถูกถือว่าเป็นพิษในสิ่งแวดล้อม ห้ามไม่ให้บริษัทห้างร้านทิ้งขยะดังกล่าวแต่ต้องหาทางกำจัดให้ถูกวิธีและปลอดภัย

        แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ถ้าครัวเรือนเป็นคนทิ้ง กฎหมายของอีพีเอกลับเอาผิดไม่ได้ครับ ปัญหาก็เลยยุ่งยากขยายตัวจนเป็นเรื่องใหญ่อยู่ในเวลานี้

บางรัฐในสหรัฐอเมริกา เขาออกกฎหมายมาบังคับใช้ในขอบเขตของรัฐนั้น ๆ เอง เพราะทนรับกับปัญหานี้ไม่ไหว เช่น รัฐแคลิฟอร์เนียบังคับให้บริษัทผู้ผลิตต้องรับเอาโทรทัศน์และจอคอมพิวเตอร์แบบเก่าที่ผู้ใช้ไม่ต้องการแล้วกลับคืนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เหมือน ๆ กับอีกหลายรัฐ เช่น รัฐวอชิงตัน รัฐแมริแลนด์ รัฐเมน เป็นต้น

        กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ของสหรัฐอเมริกา ไม่เข้มงวดเท่ากับในยุโรป คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปเขามีกฎหมายบังคับใช้เข้มงวดมากครับ อย่างแรกก็คือ ต้องรับคืนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อนำไปทำลายหรือรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ถัดมา เขายังบังคับให้ลดชิ้นส่วนที่เป็นโลหะหรือที่จะเป็นปัญหาในการสร้างขยะพิษในอนาคตลงให้เหลือน้อยที่สุด

        ใครไปเดิน ๆ ร้านมือถือที่ประเทศในยุโรปทุกร้านเขาจะมีกล่องหรือถังสำหรับทิ้งแบตเตอรี่ที่เสื่อมแล้วไว้ในร้านทุกร้านเห็นกันกระจะ ๆ เลยครับ

        เล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟังเพื่อที่จะบ่นดัง ๆ เป็นการปิดท้ายด้วยความเป็นห่วงว่าปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองไทยอาจใหญ่โตเกินหน้าสหรัฐอเมริกาในอีกไม่นาน

        เมืองไทยเราน่ะไม่ได้มีปัญหากฎหมายล้าหลังหรอกครับ

        แต่มีปัญหาว่าเราไม่มีกฎหมายว่าด้วยเรื่องพวกนี้อยู่เลยครับ

ปิยมิตร ปัญญา
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 หน้า 20
 
 
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้948
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1144
mod_vvisit_counterรายเดือน6822
mod_vvisit_counterทั้งหมด560937