ขยะอิเล็กทรอนิกส์ อันตรายที่มากับนวัตกรรมล้ำหน้า
การเข้ามาแทนที่ของจอมอนิเตอร์แบบ LCD มือถือระบบ 3G CPU core duo นวัตกรรมและเทคโนโลยีซึ่งเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็วเหล่านี้ เร่งให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในสภาพตกรุ่นเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล” และ “โทรศัพท์มือถือ”
เมื่อครั้งยังเป็นของที่ใช้งานได้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงเมื่อเปลี่ยนสถานะเป็นขยะ ก็ยังคงความล้ำหน้าเป็นขยะที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน ด้วยการกำจัดที่ซับซ้อน พรั่งพร้อมไปด้วยอันตราย สมศักดิ์ศรีของการเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ความทันสมัยของเทคโนโลยี กำลังถูกแลกมาด้วยการทำร้ายสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Waste (E-Waste) หมายถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่เป็นที่ต้องการแล้ว หรือหมดอายุการใช้งานจากสภาพที่ชำรุดไปตามกาลเวลาประเด็นที่น่าวิตกคือชิ้นส่วนของอุปกรณ์เหล่านี้ไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ อันตรายจึงเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม ทำให้สารโลหะหนัก สารพิษ ไอพิษ หรือสิ่งตกค้างอื่น ๆ ที่เป็นส่วนประกอบ อาจรั่วไหลไปสู่แหล่งน้ำและดิน ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของคนในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
สำหรับธาตุต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายพบได้ในขยะอิเล็กทรอนิกส์มีดังต่อไปนี้
ตะกั่ว : เป็นส่วนประกอบของการบัดกรีร่วมกับดีบุกในแผงวงจร พบได้ในลวดบัดกรี จอมอนิเตอร์ CRT (ตะกั่วในแก้ว) แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด
ดีบุก : ลวดบัดกรี
แคดเมียม : เป็นส่วนประกอบของแบตเตอรี่บางประเภท
สารทนไฟซึ่งทำจากโบรมีน : ซึ่งใช้ในกล่องสายไฟ แผงวงจรและตัวเชื่อมตัว อาจเป็นพิษและสะสมในสิ่งมีชีวิต ถ้ามีทองแดงร่วมด้วย จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไดออกซินและฟิวแรนระหว่างการเผา
เบริลเลียม : ใช้ในสปริงและตัวเชื่อม แผ่นหน้าของหลอดรังสีแคโทด
สารหนู : ใช้ในแผงวงจรไฟฟ้าของโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์
ทองแดง : สายทองแดง ลายทองแดงบนแผ่นวงจรพิมพ์
อะลูมิเนียม : สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เกือบทั้งหมดจะใช้กำลังไฟฟ้ามากกว่าสองสามวัตต์ จึงต้องใช้แผ่นครีบระบายความร้อน (heatsink)
เหล็ก : โครงการเหล็กกล้า, ตัวถัง ชิ้นส่วนภายนอก
ซิลิกอน : แก้ว ทรานซิสเตอร์ ไอซี แผ่นวงจรพิมพ์
นิกเกิล แคดเมียม : แบตเตอรี่นิกเกิล-แคดเมียมแบบชาร์จไดฝุ่นนิกเกิลถูกจัดว่าเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง
ลิเธียม : องค์ประกอบของแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
สังกะสี : ชุบส่วนเหล็กกล้า
ทองคำ : ชุบขั้วต่อ, เดิมใช้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
อเมริเซียม : เตือนควัน (แหล่งกัมมันตรังสี)
เยอรมาเนียม : ในทศวรรษ 1950-1960 มีการใช้สารกึ่งตัวนำเป็นวัสดุในการทำทรานซิสเตอร์
ปรอท : หลอดฟลูออเรสเซนต์ สวิตช์เอียง เกมพินบอลล์ที่กดกริ่งประตูแบบเชิงกล
กำมะถัน : แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด
คาร์บอน : เหล็กกล้า พลาสติค รีซิสเตอร์ ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชิ้น
แม้ขยะเหล่านี้จะเป็นอันตรายแต่ต้องไม่ลืมว่าอีกด้านหนึ่งหากมีกระบวนการที่เหมาะสม จะสามารถสกัดแยกโลหะมีค่าออกจากซากขยะเหล่านี้ได้ อย่างกรณีประเทศญี่ปุ่นที่สามารถสกัดแยกโลหะมีค่าออกจากซากขยะเหล่านี้ได้ อย่างกรณีประเทศญี่ปุ่นที่สามารถสกัดแยกทองคำ 1 กก. ได้จากโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 แสนเครื่อง รวมทั้งการสกัดแยกทองคำ พาลาเดียมและทองแดง จากชิ้นส่วนตัวต้านทานในวงจรคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันความสามารถในการสกัดแยกโลหะด้วยวิธีที่มีคุณภาพไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังอยู่ในวงจำกัดเท่านั้น
เมื่อมนุษย์เป็นผู้สร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระบนการในการจัดการที่มีความเป็นธรรม เหมาะสม และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่ควรตระหนักอย่างที่สุด หลากหลายรูปแบบในการจัดการขยะเหล่านั้นผลกระทบที่ตามมาก็มีความแตกต่างกัน
สำหรับประเทศไทย หนึ่งในประเทศที่เป็นปลายทางของขยะอิเล็กทรอนิกส์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2550 มีการขอเสนอญัตติให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาปัญหามลพิษ จากขยะและของเสียอันตราย
กลายเป็นกระแสตื่นตัวเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม สังคมได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น “สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” จึงเป็นอีกทางเลือกของผู้บริโภค
สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คือผลิตภัณฑ์ที่จัดการทรัพยากรการผลิตให้ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีสะอาดอีกทั้งที่ระหว่างการใช้งานจะต้องลดการปล่อยของเสียและมลพิษ รวมทั้งเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและที่สำคัญคือการให้ผู้ผลิตต้องรองรับการเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์และต้องรับผิดชอบในการับคืนซากของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้งานแล้ว เพื่อรีไซเคิลหรือกำจัดอย่างปลอดภัย
น่ายินดีว่า หลายประเทศตื่นตัวที่จะรับมือกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์จริงจังขึ้น เห็นได้จากการออกกฎระเบียบและมาตรการต่าง ๆ ที่หวังจะให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ลดลง
บัวอื่น วิชาการดอทคอม
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2551 หน้า 26 |
|