ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
โลกในมือเรา
.................................
โดย กุลประภา กลุ่มรักษ์โลก


ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste)

        ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-waste คือขยะที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ประกอบด้วย พีซี จอมอนิเตอร์ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์อื่น ๆ มีส่วนผสมของโลหะมีพิษชนิดต่าง ๆ อยู่ในตัว อาทิ สารตะกั่ว สารปรอท และแคดเมียม รวมทั้งสารเคมีอีกสารพัดชนิด และจะกลายเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรงทันที หากมีโอกาสเข้าไปปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยการนำขยะเหล่านี้มาทิ้งบนพื้นดิน อันตรายจากสารพิษที่ได้จากการเผา หรือแม้แต่อันตรายจากการนำพีซีมาแยกชิ้นส่วนด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องขยะดังกล่าวไม่อาจสูญสลายไปตามธรรมชาติได้และถูกจัดว่าเป็น “ขยะพิษ” ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์จากสารพิษต่าง ๆ ดังนี้

        1. ตะกั่ว (Lead)
        เป็นโลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ฉาบจอแก้ว พิษของสารตะกั่วจะทำลายระบบประสาท ต่อมไร้ท่อ ไต ระบบเลือดและการพัฒนาสมองของเด็ก พิษเรื้อรังของตะกั่วจะค่อย ๆ แสดงอาการออกมา ภายหลังจากได้รับสารตะกั่วทีละน้อยเข้าสู่ของเหลวในร่างกาย และค่อย ๆ สะสมในร่างกาย

        2. หลอดรังสีแคโทด (Cathode Ray Tube : CRT)
        หลอดภาพเครื่องรับโทรทัศน์ และจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์ ยังใช้บัดกรีส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ บนแผงวงจรไฟฟ้า

        3. แคดเมียม (Cadmium)
        พบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วัสดุกึ่งตัวนำ (Semiconductors) อุปกรณ์ตรวจจับอินฟาเรด (Infrared Detectors) หลอดภาพรุ่นเก่า เป็นต้น แคดเมียมมีพิษอย่างเฉียบพลันต่อทางเดินหายใจ ทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง ไตวาย ไตถูกทำลาย มีโปรตีนในปัสสาวะ ร่างกายขับกรดอะมิโน กลูโคส แคลเซียม และฟอสเฟตในปัสสาวะมากขึ้น ทำให้เกิดเป็นนิ่วในปัสสาวะได้ โรคปวดกระดูก โรคอิไต-อิไต ปวดสะโพก (Hip Pain) ปวดแขน ขา (Extremity Pain) มีวงแหวนแคดเมียม (Yellow Ring) ปวดกระดูก (Bone Pain) ปวดข้อ (Joint Pain) มีความผิดปกติที่กระดูกสันหลัง ทำให้มีลักษณะเตี้ย หลังค่อม

        4. ปรอท (Mercury)
        ถูกใช้ในชิ้นส่วนไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น เทอร์โมสตัท (Thermostat) รีเลย์แบตเตอรี่ สวิตช์ขนาดเล็กบนแผงวงจรอุปกรณ์ตรวจวัด (Measuring Equipment) ปรอทเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปทำอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งได้แก่ สมอง และไขสันหลัง ทำให้เสียการควบคุมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของแขน ขา การพูด และยังทำให้ระบบประสาทรับความรู้สึกเสียไป เช่น การได้ยิน การมองเห็น

        5. โบรมีน (Bromine)
        โบรมีนเป็นสารก่อมะเร็ง และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมี และรูปทรงของเส้นใยกล้ามเนื้อหัวใจ สารประกอบโบรมีนใช้เป็นตัวหน่วงการลุกติดไฟ (Brominated Flame Retardants, BFRs) ของตัวตู้คอมพิวเตอร์และแผงวงจร หมึกพิมพ์ เป็นสารก่อมะเร็ง และสารประกอบฟอสเฟตที่ใช้เคลือบภายในหลอดภาพ CRT มีความเป็นพิษสูงเพราะมีส่วนผสมของแคดเมียม สังกะสี และวานาเดียม เป็นต้น

        6. คลอรีน (Chlorine)
        คลอรีนปรากฏอยู่ในพลาสติก พีวีซี ซึ่งก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งไดออกซินเมื่อพลาสติกถูกเผา สารเคมีชนิดนี้มีผลต่อระบบหายใจ ระคายจมูก และทำให้เคลือบฟันผุ

        ยูเอ็นประมาณว่า ในอีกไม่นาน ขยะอิเล็กทรอนิกส์โลกจะมีไม่ต่ำกว่า 40 ล้านตันปัญหานี้จะยิ่งเลวร้ายลงอีกหากไม่ใส่ใจแก้ไขอย่างจริงจัง ขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้จะทวีความรุนแรงไม่เพียงก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและรวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทั้งในวันนี้ จึงเป็นที่มาให้ยูเอ็นริเริ่มโครงการบรรเทาปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Solving the E-Waste Problem : StEP) เพื่อรณรงค์การลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ภายใต้ความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีบริษัทด้านไอทีที่เข้าร่วมหลัก ๆ เช่น ไมโครซอฟท์ อีริคสัน ฮิวเลตต์ – แพคการ์ด (เอชพี) และเดลล์ เพื่อสร้างมาตรฐานการรีไซเคิลอุปกรณ์ให้เป็นมาตรฐานโลก และขยายอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานขึ้น

หนังสือสกุลไทย ปีที่ 54 ฉบับที่ 2801
ประจำวันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2551 หน้า 102
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้708
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้745
mod_vvisit_counterรายเดือน4489
mod_vvisit_counterทั้งหมด558603