ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
มันนี่ ทิปส์

•...สวลี ตันกุลรัตน์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้

ขยะ ขุมทรัพย์ในบ้าน

  ราคาประเภทกระดาษ

 

ราคากลาง
ขยะรีไซเคิล

  กระดาษแข็งกล่องน้ำตาล

  6.00  

  กระดาษสี/กระดาษกล่องรองเท้า  

2.90

  กระดาษหนังสือเล่มทุกชนิด

3.50

  กระดาษย่อยสวย

2.90

  กระดาษอาร์ตมัน
  (เน้นเป็นเล่มเท่านั้น)

3.50

  ราคาประเภทพลาสติกและอื่น ๆ

  ขวดน้ำ PET ใส

15

  กระดาษถุงปูน

2.60

  ขวดน้ำ PET สี

6

  กระดาษขาว-ดำ

7.80

  ขวดน้ำขาว-ขุ่น (HDPE)

27

  กระดาษสมุด

7.80

  ถังน้ำขาวขุ่น 20 ลิตร(HDPE)

19

  ราคาประเภทขวดแก้ว

  กระดาษคอมพิวเตอร์

7.80

  พลาสติกรวมสี

11

  ขวดแม่โขงกลม (ใบ)

  1.40  

  กระดาษหนังสือพิมพ์

5.30

  พลาสติกจุกน้ำปลา

8.5

  ขวดเบียร์ช้าง (ใบ)

0.45

  กระดาษกล่องนม/กล่องผลไม้

2.60

  พลาสติกขวดน้ำเกลือ (ตัดจุก)

27

  ขวดเบียร์สิงห์ (ใบ)

0.40

  กระดาษย่อยเคลือบมันหน้าเดียว

1.00

  พลาสติกขวดน้ำเกลือ (ไม่ตัดจุก)  

23

  ขวดไฮเนเก้นใหญ่ (ใบ)

0.70

  ราคาประเภทโลหะ

  พลาสติกกรอบจม (ชิ้นใหญ่)

3

  ขวดไฮเนเก้นเล็ก (ใบ)

0.50

  อลูมิเนียมกระป๋องโค้ก

49

  พลาสติกแผ่นป้ายอะคีลิค

13

  ขวดแบล็คเรดเลเบิ้ล (ใบ)  

2.40

  อลูมิเนียมหนาทั่วไป

57

  พลาสติกแผ่น CD

13

  ขวดน้ำปลา (ใบ)

0.60

  อลูนิเนียมเครื่องสูบ ฝาสูบ,
  ห้องเกียร์, เสื้อสูบ

59

  ขวด PVC ใส

1.50

  ขวดแบนเล็ก (ใบ)

0.50

  ขวด PVC สี

1.50

  ขวดอัดลมใหญ่

3.00

  อลูมิเนียมลูกสูบใหญ่

54

  เสื่อน้ำมัน PVC

3.50

  ขวดอัดลมเล็ก

0.50

  อลูมิเนียมล้อแม๊กซ

74

  ถุงพลาสติกใหญ่ PE

6

  ขวดยาปอนด์ (ใบ)

0.60

  อลูมิเนียมกระทะไฟฟ้า (สะอาด)

37

  ถุงพลาสติกใหญ่ HDPE

4

  ราคาประเภทเหล็ก

  อลูมิเนียมก้นกระทะไฟฟ้า

32

  ถุงดำใหญ่ (ไม่เปียก)

3

  เหล็กหนา

17.20

  อลูมิเนียมกระทะผัด

35

  ท่อเอสอ่อน PVC สีฟ้า,สีเหลือง

8

  เหล็กย่อย

16.70

  อลูมิเนียมผ้าเบรค

35

  ท่อเอสอ่อน PVC สีเทา

2

  เหล็กย่อยซอยสั้น

16.90

  อลูมิเนียมไฟไหม้

4

  เปลือกสายไฟ (ดำ)

6

  เหล็กตะปู

16.90

  อลูมิเนียมอัลลอยด์

34

  เปลือกสายไฟ (สี)

4.5

  เหล็กบาง

16.20

  อลูมิเนียมไฟ

7.50

  รองเท้ายาง PVC

8

  ลวดสลิง

16.20

  อลูมิเนียมบางสะอาด

63

  รองเท้าบู๊ท PVC

14

  เหล็กโช๊คอัพ

15.30

  อลูมิเนียมฉากขอบใหม่

65

  สายยางอ่อน

  10.50  

  เหล็กขี้กลึง

8.20

  อลูมิเนียมแผ่นเพจ

68

  สายยางแข็ง

5

  เหล็กเส้นยุ่ง ๆ

15.55

  อลูมิเนียมหม้อน้ำ

43

  สายยางเขียว

4

  เหล็กใบมีด (รถเกรท)

17.50

  อลูมิเนียมกระป๋องยาฆ่าแมลง

13

  พลาสติก PS ใส กล่อง CD

10

  เหล็กหล่อชิ้นเล็ก

18.70

  อลูมิเนียมฝาจุกแกะ

40

  โฟม (สะอาด)

4

  เหล็กหล่อชิ้นใหญ่

18.50

หน่วย : บาท

โพสต์กราฟฟิก

ทุกวันนี้เราทำเงินหายไปวันละ 8 บาท เดือนละ 240 บาท ปีละ 2,920 บาท โดยไม่รู้ตัว

        ถ้าในครอบครัวมีกันอยู่ 4 คน ก็เท่ากับว่า บ้านเราทำเงินหายวันละ 32 บาท เดือนละ 960 บาท ปีละ 11,680 บาท

        และในทุก ๆ วันคนไทย 63 ล้านคนช่วยกันทำเงินหล่นหายวันละ 504 ล้านบาท เดือนละ 1.51 หมื่นล้านบาท ปีละ 1.83 แสนล้านบาท

        เงินจำนวนนี้หล่นลงไปพร้อมกับขยะที่เราทิ้ง

        สมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการโรงงานคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลวงษ์พาณิชย์ ที่ขยับฐานะจาก “คนบ้าค้าขยะ” มาเป็นเจ้าของธุรกิจรีไซเคิลรายใหญ่ของประเทศ บอกว่า คน 1 คน สามารถผลิตขยะได้ 1 กิโลกรัม ใน 1 วัน และในขยะ 1 กิโลกรัม เป็นขยะที่นำมารีไซเคิลได้ 80% เพราะฉะนั้น ถ้าคิดราคาขยะเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 บาท ก็เท่ากับเรากำลังทิ้งเงินวัยละ 8 บาท

        แต่เราสามารถเก็บเงินที่ตกหล่นกลับเข้ากระเป๋าได้ด้วยวิธีการคัดแยกขยะแบบง่าย ๆ ซึ่งสมไทยเรียกว่า ธุรกิจยะขายตรงหรือ “Direct Waste”

        “ทุกวันเสาร์อาทิตย์จะมีแม่บ้านนั่งรถแท็กซี่มาต่อคิวขายขยะกันยาวเหยียดขนมาเต็มคันรถแท็กซี่ขายได้ 3,000 บาท ค่ารถ 200 บาท ทำไมจะไม่คุ้ม ไม่ใช่แค่ 20-30 บาท แต่มันเป็นเงินพัน เงินหมื่นถ้ารู้จักการคัดแยกขยะ” สมไทย กล่าว

ขยะ ขยะ และขยะ

        ก่อนจะคัดแยกขยะ ต้องรู้จัก “ขยะ” กันเสียก่อน สมไทย บอกว่า ขยะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

        ขยะรีไซเคิล คือ ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ มี 4 กลุ่มหลัก คือ กระดาษ พลาสติก โลหะ แก้ว

        ขยะแห้ง ซึ่งบางส่วนสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ถ่านหินลิกไนต์ในโรงงานปูนซีเมนต์ เช่น เศษผ้า เศษไม้ กล่องโฟม ถุงพลาสติก ซึ่งสมไทยเรียกขยะประเภทนี้ว่า “น้ำมันบนดิน”

        ขยะเปียก เช่น เศษอาหาร ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ และเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต โดยการใส่เชื้อจุลินทรีย์ทำเป็นปุ๋ย

        ขยะอันตราย ก็มีทั้งที่นำไปรีไซเคิลได้และรีไซเคิลไม่ได้ ซึ่งขยะอันตรายที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น น้ำมันเครื่องรถยนต์ แบตเตอรี่เก่า

        แต่ในขยะทั้ง 4 ประเภท มีอยู่ 9 ชนิดที่นำมาสร้างประโยชน์ ได้แก่ โลหะ กระดาษ แก้ว พลาสติก ยางรถยนต์ ขยะอันตราย เศษอาหาร ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะแห้งเพื่อเป็นพลังงานทดแทน

        กระดาษ

        กระดาษที่ขายได้ มีตั้งแต่กระดาษกล่องสีน้ำตาล กระดาษหนังสือเป็นเล่ม กระดาษสมุดนักเรียน กระดาษปอนด์ขาว-ดำ หรือกระดาษที่ใช้ในสำนักงาน กระดาษคอมพิวเตอร์ และกระดาษหนังสือพิมพ์รวมทั้งกล่องนมและน้ำผลไม้

        ราคารับซื้อแตกต่างกัน กระดาษที่ได้ราคาดีที่สุด ต่อกิโลกรัม คือ กระดาษสมุดกระดาษปอนด์ที่ใช้ในสำนักงาน กระดาษปอนด์ขาว ที่ผลิตจากเยื่อกระดาษใหม่ ผ่านการรีไซเคิลมาเป็นกระดาษทิชชูชนิดหยาบ หรือทิชชูสีชมพู

        ก่อนหน้านี้กระดาษกล่องนมและกล่องน้ำผลไม้ขายไม่ได้ เพราะมีพลาสติกเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ทำให้ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ปัจจุบันกระดาษกล่องนมก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ราคาต่อกิโลกรัมไม่สูงนัก

        แต่กระดาษที่เคลือบด้วยพลาสติก เช่น กระดาษห่อของขวัญ กระดาษเปื้อนน้ำมันเครื่อง กระดาษติดกาว และกระดาษที่ทำจากฟางบางชนิด ขายไม่ได้ เพราะการปนเปื้อนเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้กระดาษเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้

        แก้ว

        แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ขวดแก้วดี และขวดแก้วแตก ซึ่งราคารับซื้อจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะขวดแก้วดี ราคารับซื้อจะขึ้นอยู่กับประเภทขวด

        ขวดแก้วดีจะถูกนำกลับไปที่โรงงานผู้ผลิต เพื่อกลับไปทำความสะอาดและนำกลับมาใช้อีก ซึ่งขวดใบหนึ่งสามารถใช้ซ้ำได้ถึง 30 รอบ ขณะที่ขวดแก้วที่ชำรุดเสียหาย จะถูกแยกเป็นขวดแก้วแตก จะต้องคัดแยกสี สีขาว สีเขียว สีแดง และสีรวม ซึ่งจะนำไปหลอมและผลิตออกมาเป็นขวดใบใหม่

        โลหะ

        มีขยะหลายชนิดที่จัดอยู่ในกลุ่มโลหะอาทิ เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง ทองเหลือง สแตนเลส และตะกั่ว รวมทั้งแบตเตอรี่ ซึ่งในกลุ่มนี้ ทองแดงมีราคาต่อกิโลกรัมสูงที่สุด

        เหล็ก แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ เหล็กเหนียว (เช่น ตะปู เหล็กเส้น เหล็กฉาก) เหล็กหล่อ (เช่น หัวเตาแก๊ส ขาจักร เสื้อสูบยนต์) เหล็กรูปพรรณ เศษเหล็กอื่น ๆ ซึ่งราคาซื้อขายเหล็กนอกจากจะขึ้นอยู่กับประเภทและสภาพของเหล็กแล้ว ขนาดเหล็กยังมีผลกับราคาด้วย โดยเหล็กตัดสั้นจะได้ราคาสูงกว่า

        อะลูมิเนียม ก็มีอยู่หลายประเภท เช่นกัน อะลูมิเนียมหนา เช่น อะไหล่รถยนต์ ลูกสูบ อะลูมิเนียมบาง เช่น กะละมัง หม้อ ขันน้ำ และกระป๋องอะลูมิเนียม ซึ่งตัวกระป๋องและฝากระป๋องทำจากอะลูมิเนียมต่างชนิดกัน

        สมไทย บอกว่า “กระป๋องอะลูมิเนียมทุกใบสามารถส่งกลับคืนโรงงาน เพื่อนำไปผลิตเป็นกระป๋องได้โดยไม่มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการผลิต”

        พลาสติก

        พลาสติกมี 2 ประเภท คือ เทอร์โมเซตติง (Thermosetting) มีรูปทรงถาวรไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (เช่น เมลามีน) และเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) อ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อนและสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ และพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้

        ห้องสมุดออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลอยู่ 7 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสัญลักษณ์รีไซเคิล คือ หมายเลขชนิดและตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับไว้

        1) โพลิเอทีลีนเทเรฟทาเลต (PET หรือ PETE) ให้ทำขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำมันพืช สามารถนำมารีไซเคิลเป็นเส้นใยสำหรับทำเสื้อกันหนาว พรมใยสังเคราะห์ ถุงหูหิ้ว กระเป๋า และขวด

        2) โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ใช้ทำขวดนม น้ำผลไม้ โยเกิร์ต บรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำยาทำความสะอาด ยาสระผม แป้งเด็ก ถุงหูหิ้ว สามารถนำมารีไซเคิลเป็นขวดใส่น้ำยาซักผ้า ขวดน้ำมันเครื่อง ท่อ ลังพลาสติก ไม้เทียมใช้ทำรั่วหรือม้านั่งในสวน

        3) โพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ใช้ทำท่อน้ำประปา สายยางใส แผ่นฟิล์ม สำหรับห่ออาหาร ม่านห้องน้ำ กระเบื้องยาง แผ่นพลาสติกปูโต๊ะ ขวดใส่แชมพูสระผม ประตู หน้าต่าง วงกบ และหนังเทียม สามารถนำมารีไซเคิลเป็นท่อนำประปา รางน้ำ กรวยจราจร เฟอร์นิเจอร์ เคเบิล แผ่นไม้เทียม

        4) โพลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDPE) ใช้ทำแผ่นฟิล์มสำหรับห่ออาหาร ถุงใส่ขนมปัง ถุงเย็นสำหรับบรรจุอาหารสามารถนำมารีไซเคิลเป็นถุงดำสำหรับใส่ขยะ ถุงหูหิ้ว ถังขยะ กระเบื้องปูพื้น เฟอร์นิเจอร์ แท่งไม้เทียม

        5) โพลิโพรพิลีน (PP) ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร เช่น กล่อง ชาม จาน ตะกร้า กระบอกใส่น้ำ ขวดซอส แก้วโยเกิร์ต ขวดบรรจุยา สามารถนำมารีไซเคิลเป็นกล่องแบตเตอรี่ในรถยนต์ ไม้กวาด พลาสติก แปรง ชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น กันชน ไฟท้าย

        6) โพลิสไตรีน (PS) ใช้ทำภาชนะบรรจุของใช้ เช่น เทปเพลง สำลี หรือของแห้ง เช่นหมูแผ่น หมูหย็อง และโฟมใส่อาหาร สามารถนำมารีไซเคิลเป็นไม้แขวนเสื้อ ไม้บรรทัด แผงสวิตซ์ไฟ ฉนวนกันความร้อน

        7) พลาสติกชนิดอื่น ๆ (OTHER) นอกจาก 6 ชนิดข้างต้น หรือผลิตจากพลาสติกหลายชนิด เช่น ไนลอน

        ขยะประเภทอื่น ๆ

        ขยะอื่น ๆ ที่ขายได้ เช่น ที่นอนนุ่นโดยนุ่นเก่าปั่นแล้วได้เนื้อ 80% ขณะที่นุ่นใหม่ปั่นแล้วได้เนื้อ 40% น้ำมันพืชเก่า ที่ราคาสูงตามราคาน้ำมัน เพราะนำไปผลิตไบโอดีเซล (ปิ๊บละ 200 บาท ขายพร้อมปิ๊บเก่า) กากมะพร้าว เนื้อมะพร้าวและโฟม

        “ในบ้านหลังหนึ่งมีขยะมากกว่า 1,400 ชนิด ที่สามารถนำมารีไซเคิลได้” สมไทยกล่าวและบอกว่า วงษ์พาณิชย์จัดทำ “คู่มือคัดแยกขยะประจำบ้าน” เพื่อช่วยให้จัดการกับขยะภายในบ้านด้วยมือของเราเองได้ง่าย ๆ

        “คัดแยกขยะ” ต้นทางสร้างเงิน

        สมไทย บอกว่า หลักการคัดแยกขยะที่ง่ายที่สุด คือ “มาอย่างไร ไปอย่างนั้น ตอนซื้อใส่ถุงมาก็ใส่ถุงไปขาย ซึ่งควรจะเป็นถุงใสดีที่สุด เพราะมองเห็นได้ว่าข้างในมีอะไร แถมถุงใส ๆ ยังขายได้อีก”

        “การจัดเก็บต้องให้แคบ ให้แบน ขวดพลาสติกคลายฝาออก บีบให้แบน กระดาษมัดใส่หีบห่อ ไม่เกะกะ กล่องนมต้องเอาหลอดออก ลางน้ำ จะได้ไม่บูดเน่า” สมไทยแนะนำ

        เพียงแค่รู้จักการคัดแยกขยะก็สามารถเพิ่มมูลค่าขยะได้ด้วย สมไทย บอกว่า “พลาสติกรวม ราคากิโลกรัมละ 12 บาท ถ้าแยกขวดน้ำขาวขุ่นออกมาขายได้ กิโลกรัมละ 30 บาท กระดาษสมุดใช้แล้วขายรวม ๆ ได้กิโลกรัมละ 3 บาท แต่เอาปกออกแยกขายกระดาษขวดได้กิโลกรัมละ 7 บาท”

        ขยะแต่ละชนิดราคารับซื้อเท่าไรสมไทย บอกว่า เข้าไปตรวจสอบราคาเบื้องตนได้จากเว็บไซต์ wongpanit.com ซึ่งแม้ว่าจะเป็นราคารับซื้อใน จ.พิษณุโลก แต่สามารถใช้เป็นราคากลางอ้างอิงได้โดยราคารับซื้อในกรุงเทพฯ จะสูงกว่าราคากลางเล็กน้อย

        “ราคาในกรุงเทพฯ จะสูงที่สุด จังหวัดยิ่งไกลกรุงเทพฯ ยิ่งราคาถูก เพราะศูนย์กลางตลาดอยู่ในกรุงเทพฯ ยิ่งอยู่ไกลยิ่งมีค่าขนส่งสูง” สมไทย กล่าว

        ตัวอย่างเช่น ราคากระดาษขาว-ดำ ที่วงษ์พาณิชย์ สาขาสุวรรณภูมิ ราคากิโลกรัมละ 8.8 บาท แต่วงษ์พาณิชย์ที่พิษณุโลก ราคากิโลกรัมละ 7.8 บาท อะลูมิเนียมกระป๋อง ที่สุวรรณภูมิ ราคากิโลกรัมละ 54 บาท ที่พิษณุโลก ราคากิโลกรัมละ 49 บาท และพลาสติก PET ใส ที่สุวรรณภูมิ ราคากิโลกรัมละ 15 บาท

        งานง่าย ๆ ได้เงิน แถมช่วยลดโลกร้อนแค่นี้ก็เท่แล้ว
 
Small Gargage, Big Money

        ต้องขอยืมชื่อ “Small Garbage, Big Money” โครงการดี ๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่จัดตลาดนัดขยะรีไซเคิล ซึ่งเริ่มเปิดประเดิมโครงการไปแล้วและจะจัดเป็นประจำทุก ๆ วันศุกร์ มาใช้ เพราะตั้งชื่อได้ตรงใจสุด

 รีไซเคิลกระดาษ

        หนังสือการคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลเชิงธุรกิจ ของ สมไทย วงษ์เจริญ และคณะ ระบุว่า การผลิตกระดาษ 1 ตัน ใช้ต้นไม้ 17 ต้น ใช้น้ำมัน 31,500 ลิตร ใช้กระแสไฟฟ้า 4,100 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ใช้น้ำ 3 ล้านลิตร

        แต่การใช้กระดาษรีไซเคิลจะช่วยลดการใช้น้ำให้เหลือน้อยกว่า 1 แสนลิตร และใช้พลังงานเพียง 50% โดยไม่ต้องใช้ต้นไม้สักต้น

        ขณะที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่า กระดาษ 1 ตัน ได้มาจากต้นไม้ 17 ตัน น้ำมัน 300 ลิตร และไฟฟ้า 1,000 กิโลวัตต์ และการรีไซเคิลกระดาษ 1 ตัน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 7 ตัน

        สำนักอุตสาหกรรมเพิ่มค่า กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุถึงขยะจากกล่องนมและน้ำผลไม้ไว้ว่า ในแต่ละปีคนไทยผลิตขยะชนิดนี้รวมกันกว่า 3 หมื่นตัน

        กระบวนการรีไซเคิลสามารถผลิตกระดาษฟอกขาวจากกล่องนมได้ โดยกระดาษฟอกขาวราคาตันละ 2.5 หมื่นบาทแต่ต้นทุนการผลิตเยื่อเวียนใหม่จากกล่องนมอยู่ที่ตันละ 5,000 บาท เพราะฉะนั้น หากสามารถนำกล่องนมมารีไซเคิลจะสามารถประหยัดเงินได้ถึง 375 ล้านบาท

 รีไซเคิลแก้ว

        “ทุก ปีจะมีขวดแก้วผ่านการใช้งานไม่ต่ำกว่า 2.8 หมื่นใบและเป็นขวดแก้วที่ใช้แล้วทิ้งวันละ 1 ล้านขวด” สมไทย และคณะ ระบุไว้ในหนังสือการคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลเชิงธุรกิจ

        ขณะที่พลังงานที่ประหยัดจากแก้วรีไซเคิล 1 ใบ เท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้หลอดไฟขนาด 400 วัตต์ นาน 4 ชั่วโมง และการใช้เศษแก้ววนการผลิตแก้วใหม่เพิ่มขึ้น 10% ช่วยประหยัดพลังงาน 1%

        ในโรงงานอุตสาหกรรมเศษแก้วต้องการเศษแก้วเก่ามาหลอมผสมกับแก้วใหม่ โดยใช้เศษแก้วเก่า 30-40% เพราะนอกจากช่วยลดต้นทุนแล้วยังช่วยทำให้น้ำแก้วหลอมเหลวดีขึ้นใช้อุณหภูมิต่ำลง เท่ากับเป็นการยืดอายุเตาหลอม

        สภาสิ่งแวดล้อมไทย ระบุว่า การผลิตแก้ว 1 ตัน ต้องใช้ทราย หิน ปูน หินฟันม้า โซดาแอช และน้ำมันเตา 1.2 ตัน การรีไซเคิลแก้ว 1 ตัน จะช่วยประหยัดพลังงานเท่ากับน้ำมัน 136 ลิตร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.32 ตัน ขณะที่พลังงานที่ประหยัดจากการรีไซเคิลแก้ว 1 ใบ เท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้กับคอมพิวเตอร์นาน 25 นาที

 รีไซเคิลโลหะ

        ข้อมูลจากหลาย ๆ แห่งระบุตรงกันว่า การรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม ประหยัดพลังงานความร้อนได้ 20 เท่า และลดมลพิษทางอากาศ 95% ของการผลิตกระป๋องใหม่ที่ใช้อะลูมิเนียมจากธรรมชาติ ขณะที่การรีไซเคิลกระป๋องดีบุกจะลดพลังงานในการผลิตกระป๋องใหม่จากโลหะธรรมชาติได้ 75%

        การผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมใหม่ 1 ใบ จะใช้พลังงานเท่ากับการเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ 17 ชั่วโมง ซึ่งถ้านำพลังงานนี้ไปผลิตกระป๋องรีไซเคิลจะได้ 20 กระป๋อง เพราะใช้พลังงานเพียง 5% ของพลังงานที่ใช้ผลิตกระป๋องใหม่ หรือเหลือเท่ากับการเปิดโทรทัศน์ 3 ชั่วโมง

        สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ให้ข้อมูลว่า การผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมใช้พลังงานถึง 1.5 หมื่นกิโลวัตต์ ซึ่งการนำกระป๋องอะลูมิเนียมมารีไซเคิลจะใช้พลังงานเพียง 5% ของพลังงานที่ใช้ในการผลิตกระป๋องใหม่ ทำให้การรีไซเคิลกระป๋อง 1 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 18 ตัน หรือพลังงานที่ประหยัดได้จากการรีไซเคิลกระป๋อง 1 กระป๋อง เพียงพอที่จะใช้ดูโทรทัศน์ได้ 90 นาที

        เพราะขยะชิ้นเล็ก ๆ (Small Garbage) ที่เรามองข้าม หรือเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ราไม่เห็นค่า โดยหารู้ไม่ว่ามันเป็นเงินก้อนใหญ่ (Big Money) เพราะมันช่วยโลกประหยัดพลังงานช่วยลดโลกร้อน เป็นหน้าที่ของเราทุกคน

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2551 หน้า A16
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้738
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้745
mod_vvisit_counterรายเดือน4519
mod_vvisit_counterทั้งหมด558634