ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
นักวิชาการเตือนเร่งสำรวจอาคาร
เตรียมความพร้อมรับมือภัย “แผ่นดินไหว”


        ถ้าพูดถึงพายุแบบนาร์กีสอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะหลังจากพม่าโดนนาร์กีสถล่มไปไม่กี่วัน ประเทศจีนมณฑลเสฉวน เมืองเฉิงตู ก็โดนมหันตภัยแผ่นดินไหวขนาด 7.8-7.9 ริกเตอร์เล่นงาน ความรุนแรงแผ่นดินไหวจากจีนสะเทือนลั่นมาถึงกรุงเทพฯ ที่ห่างจากจุดเกิดเหตุถึง 2,000 กิโลเมตร

        เหตุการณ์แผ่นดินไหวในจีน จึงเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คนไทยตื่นตัวปัญหาแผ่นดินไหว พอ ๆ กับเรื่องของพายุไซโคลนแบบนาร์กีส

        แต่ธรรมชาติอย่างประเทศไทยซะอย่าง พอเห็นตัวอย่างที ก็จะตื่นตัวกันที มีการพูดถึงมาตรการรับมือในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการชักซ้อมหลบภัย ไปจนถึงการเตรียมพร้อมอาคารและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับภัยธรรมชาติ เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้พูดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ถูกพูดถึงทุกครั้งเมื่อภาพความเสียหายของประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติปรากฏขึ้น แล้วก็เงียบหายไป

        ในเวทีเดียวกันกับการพูดคุยเรื่องพายุนาร์กีส ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณประสิทธิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิชาการอีกผู้หนึ่งที่เรียกร้องมาตรการบรรเทาภัยแผ่นดินไหว ซึ่งตั้งข้อสังเกตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมาว่า มีแผ่นดินไหวขนาด 5 ริกเตอร์ขึ้นไป ที่ส่งผลกระทบในระดับที่ทำให้ประชาชนรู้สึกพอสมควร จนถึงระดับที่สร้างความเสียหายแก่อาคารในประเทศราว 10 ครั้ง ในจำนวนนั้น ประมาณ 4 ครั้ง ที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในไทยเหตุการณ์ใหญ่ที่มีผลต่อไทย วัดจากระดับความเสียหายแก่อาคารมี 3 ครั้ง ในรอบ 30 ปี รวมเหตุการณ์สึนามิซึ่งคร่าชีวิตคนจำนวนมาก

        “หลังเหตุการณ์สึนามิ 2547 ดูเหมือนแผ่นดินไหวในไทยและประเทศใกล้เคียงมีความถี่เพิ่มขึ้น อาจเป็นผลมาจากแผ่นดินไหวที่ทำให้สึนามิครั้งนั้น ทำให้เกิดการสะสมพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในเปลือกโลกใกล้เคียง”

        ศ.ดร.ปณิธานกล่าวว่า รอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย เช่น รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ นักธรณีวิทยาคาดว่ามีศักยภาพที่จะเป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์หรือมากกว่านั้น แต่ก็มีผลการศึกษาว่าคาบเวลาการเกิดซ้ำยาวนานประมาณ 2,000 ปี ไม่ใช่ระดับร้อยปีเหมือนในญี่ปุ่นหรือแคลิฟอร์เนียนอกจากลอยเลื่อนดังกล่าวแล้ว ยังมีรอยเลื่อนสะแกงในพม่าและรอยเลื่อนในทะเลอันดามัน ซึ่งมีศักยภาพที่จะเกิดแผ่นดินไหวระดับ 8 ริกเตอร์

        การเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่หลวงจากแผ่นดินไหวประเทศจีน ศ.ดร.ปณิธานบอกว่า เป็นบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนถึงอันตรายจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งอันตรายจากผู้ประกอบการที่ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม ญาติผู้เสียชีวิตจำนวนมากบอกว่า ลูกหลานของเขาเสียชีวิตจากผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่คดโกง ทำให้อาคารเรียนจำนวนมากราว 7,000 แห่งพังถล่มทับนักเรียนตายเป็นหมื่น เจ้าของโครงการวิศวกรและผู้เกี่ยวข้องสมควรคำนึงถึงความปลอดภัยของอาคารเป็นสำคัญด้วยจิตสำนึกและมโนธรรมมากกว่านี้

        สำหรับประเทศไทยอาคารที่มีอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้ออกแบบก่อสร้างให้ต้านทานแผ่นดินไหวจะทำอย่างไรนั้น ศ.ดร.ปณิธานกล่าวว่า ไทยมีอาคารที่อายุใช้งานราว 50-100 ปี กลยุทธ์ที่เหมาะสมจากบทเรียนเมืองจีน คือ ควรให้ความสำคัญแก่อาคารสาธารณะ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง และโครงสร้างพื้นฐานอย่างสะพาน ถนน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องควรทยอยจัดสรรงบประมาณ เพื่อประเมินความแข็งแรงของอาคารเหล่านี้ และเสริมความแข็งแรงถ้ามีความจำเป็น เพราะอากาศที่ไม่มีความต้านทานแผ่นดินไหวเพียงพอมีจำนวนมาก ควรจัดลำดับความเร่งด่วนก่อนหลัง เฉพาะแค่พื้นที่กรุงเทพฯ มีอาคารเล็กใหญ่รวมกันกว่า 2 ล้านหลังแล้ว

        ส่วนอาคารที่มีลักษณะอ่อนแอชัดเจน ควรได้รับการแก้ไขปรับปรุงสมรรถนะให้ดีขึ้น เช่น อาคารโรงเรียนที่ชั้นล่างเปิดโล่ง ถ้าเสริมผนังอิฐก่อเต็มแผ่น เพิ่มเหล็กเสริมตะแกรง 1 ผืน พร้อมฐานรากในแต่ละด้าน ก็ช่วยให้อาคารต้านทานแผ่นดินไหวดีขึ้น สำหรับอาคารที่จะก่อสร้างขึ้นใหม่จะต้องออกแบบให้แข็งแรงเป็นพิเศษ

        “ต่อไปเราอาจต้องมีการกำหนดเขตที่มีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว เช่น บริเวณใกล้รอยเลื่อนที่มีศักยภาพในการดำเนินแผ่นดินไหว และควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ เพื่อเลี่ยงการปลูกสร้างอาคารในบริเวณเหล่านั้น ถ้าจำเป็นจริง ๆ ต้องออกแบบอาคารเป็นพิเศษ ปรับปรุงกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้ทันวิทยาการใหม่ รวมทั้งผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวิศกรรมแผ่นดินไหวทั้งในและต่างประเทศ” นักวิชาการรายนี้กล่าว

        นอกจากนี้ เขายังเสนอให้อาคารสาธารณะที่มีผลกระทบกับผู้คนจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการตรวจสอบแบบวิศวกรรมโดยอิสระจากบุคคลที่สาม ด้านสถาบันการศึกษา สมาคมวิชาชีพควรปลูกจิตสำนึกนักศึกษาและวิศวกรให้ยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพโดยเคร่งครัด รวมทั้งบรรจุวิชาพื้นฐานเกี่ยวกับการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวไว้ในหลักสูตรปริญญาตรีด้วย รัฐเองควรส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยและการผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังมีอยู่น้อยมากในเมืองไทย และควรให้การศึกษาแก่เยาวชน ให้มีความรู้พื้นฐานและการเตรียมความพรอ้มเพื่อบรรเทาภัย ควรเตรียมแผนปฏิบัติการ รวมถึงการซักซ้อมปฏิบัติการทุกขั้นตอน

        ด้านหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง อย่างกรมอุตุนิยมวิทยา ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงการรับมือเมื่อเกิดแผ่นดินไหวว่า แผ่นดินไหวในจีนอาจส่งผลกระทบกับรอยเลื่อนของไทยบ้าง ฉะนั้นกรมอุตุนิยมวิทยาต้องเตรียมการป้องกันและบรรเทาภัยแผ่นดินไหวบริเวณรอยเลื่อน 13 กลุ่ม ซึ่งมีการติดตั้งสถานีตรวจแผ่นดินไหวเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว ทั้งรอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนปัว รอยเลื่อนแพร่ รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนน้ำปาด รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนแม่ปิง รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนระนอง รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย และรอยเลื่อนท่าแขก

        นอกจากนี้ ได้ติดตั้งสถานีวัดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกในจังหวัดที่มีรอยเลื่อนมีพลังเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ จ.กาญจนบุรี เชียงราย น่าน แม่ฮ่องสอน รวมทั้งว่าจ้างศูนย์บริการวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการจัดทำโครงการฐานข้อมูลแห่งชาติ เพื่อป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและสึนามิ มีการทำข้อมูลส่วนหนึ่งเกี่ยวกับรอยเลื่อนมีพลังในไทย และแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนติดตามข้อมูลการเตือนภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพื่อเตรียมพร้อมและตั้งรับให้ทัน ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียจากปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างแน่นอน

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ฉบับวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2551 หน้า 4
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้244
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9281
mod_vvisit_counterทั้งหมด631283