หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง
ปัญหาโลกร้อน มีสาเหตุสำคัญเกิดจากกลุ่มก๊าซที่เรียกว่า “ก๊าซเรือนกระจก” ในชั้นบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ โอโซน มีเทน ฯลฯ ซึ่งทุกวันนี้การใช้พลังงานของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการทำลายพื้นที่ไม้ ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น และมีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มอุณหภูมิของโลกจะสูงขึ้นอีก 1.5-4.5 องศาเซลเซียส ในอีก 100 ปีข้างหน้า
สำหรับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนจะส่งผลไปถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกๆด้าน และจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า โลกที่ร้อนขึ้นได้ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง น้ำแข็งขั้วโลกหลอมละลาย และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งผลกระทบจากโลกร้อนที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่เกษตรกรรมเกิดความแห้งแล้งมากขึ้น วัชพืชและแมลงศัตรูพืชอาจขยายพันธุ์แพร่กระจายจากเขตร้อนไปยังเขตอบอุ่น ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณปากแม่น้ำ รวมทั้งเกิดปัญหาอุทกภัย ปัญหาขาดแคลนน้ำ พื้นที่ป่าไม้บางชนิดอาจสูญหาย ปัญหาศัตรูพืชและไฟป่ามีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น 50 เซนติเมตรในอีก 50 ปีข้างหน้าจะส่งผลให้ป่าชายเลนสูญหายไปกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าชายเลนบนโลก
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมบนโลกของเรา ถือว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและจำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนจะต้องหันมาใส่ใจและร่วมกันตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาโลกร้อน ทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีองค์การสหประชาชาติจึงประกาศให้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) และในปี พ.ศ. 2550 นี้ ได้กำหนดแนวคิดในการรณรงค์ให้เป็นทิศทางเดียวกันทุกประเทศ คือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยใช้คำขวัญว่า “Melting Ice – A Hot Topic?”
ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลกประจำปี พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ อาคารคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัวและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก รวมทั้งเรียนรู้และปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ โดยเชื่อมโยงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ภายใต้คำขวัญว่า “หยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียง” โดยมีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษและนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ เพื่อสร้างเสริมจิตสำนึกร่วมกันในการช่วยกันหยุดภาวะโลกร้อน
สำหรับแนวทางของการรณรงค์การหยุดโลกร้อนด้วยชีวิตพอเพียงนั้น ได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักในการใช้พลังงานต่างๆ เช่น ไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง อย่างพอเพียง และเกิดความคุ้มค่าให้มากที่สุด เพราะจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้ อันเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาโลกร้อนที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มติชนรายวัน : ภูมิภาค วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พุทธศักราช 2550 หน้า 10 |
|