รู้ทันพลังงาน •...ดร.อธิคม บางวิวัฒน์ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
รู้จักประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รู้ทันการประหยัดพลังงาน
ข่าวใหญ่ในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของฟุตบอลยูโรและการประท้วงราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งกระจายไปทั่วโลก ทั้งในประเทศทางยุโรป และอีกหลายประเทศในทวีปเอเชีย
บ้านเราก็ไม่เป็นข้อยกเว้น มีการขอขึ้นอัตราค่าโดยสารรถประจำทาง ค่ารถแท็กซี่รถบรรทุกก็มาจอดชุมนุมกันที่ชานเมืองกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันราคาถูกให้
อีกข่าวหนึ่งที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก คือ รัฐบาลกำลังจะแจกเงินให้คนจน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามข่าวกล่าวว่ารัฐบาลกำลังหาวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลืออยู่ อาจจะจ่ายผ่านบัตรประชาชนสมาร์ตการ์ด แต่สำหรับคนจนตามชนบทจะจ่ายเป็นเงินสด แต่ข่าวไม่ได้พูดถึงว่ารัฐบาลแยกคนจนคนรวยออกจากกันได้อย่างไร
ไม่เพียงแต่ราคาน้ำมันเท่านั้นที่มีราคาสูงขึ้น ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินก็มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะทั้งสองอย่างเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ทดแทนน้ำมันได้ โดยเฉพาะใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งอาศัยก๊าซธรรมชาติถ่านหิน และน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก รัฐบาลจึงได้มีการรณรงค์ให้มีการประหยัดพลังงานอย่างกว้างขวาง มีโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้มาเป็นหลอดตะเกียบ ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง มีทั้งแจกฟรีโดยการส่งใบเสร็จรับเงินไปแลกหลอดตะเกียบ และมีทั้งลดราคาทำให้สามารถซื้อมาเปลี่ยนได้ในราคาถูก โครงการแอร์เบอร์ 5 ที่สามารถผ่อนส่งได้โดยไม่เสียดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะต้องนำเครื่องเก่าไปแลกเป็นต้น
ในการนำเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์ไม่ใช่ของง่ายเลย ไม่ว่าจะเป็นการนำน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือถ่านหินมาขับเคลื่อนรถยนต์ เครื่องจักร ให้ความร้อนกับกระบวนการผลิตหรือมาเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปของแสงสว่างและให้กำลังแก่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องทำความเย็นและอื่น ๆ อีกมาก
ในปีหนึ่ง ๆ มีความต้องการพลังงานทั่วโลกถึง 4.47 แสนเพตาจูลล์ (ข้อมูลจาก “ทางเลือกพลังงานเพื่อดับโลกร้อน 1 เพตาจูลล์ = 1,000 ล้านล้านจูลล์) ในระหว่างการเปลี่ยนเป็นพลังงานสุดท้าย มีการสูญเสียอันเกิดจากกระบวนการแปรรูป จะเหลือพลังงานสุดท้ายประมาณ 3 แสนเพตาจูลล์ ซึ่งจะถูกส่งไปให้ผู้บริโภคในรูปของไฟฟ้า น้ำมันรถยนต์ น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันให้ความร้อน
นั่นคือก่อนที่พลังงานสุดท้ายจะมาถึงมือผู้บริโภค มีการสูญเสียไปแล้วถึง 1 ใน 3 พอถึงขั้นตอนที่ผู้บริโภคนำพลังงานเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ พลังงานบางส่วนจะสูญเสียไปในระหว่างการเผาไหม้ของน้ำมันในเครื่องยนต์ให้ความร้อน หรือในระหว่างนำไฟฟ้าไปใช้กับมอเตอร์ เครื่องทำความเย็น หลอดไฟเพื่อให้แสงสว่าง อุปกรณ์ให้ความร้อน เช่น เตาไฟฟ้า หม้อหุงข้าว หม้อต้มน้ำ เตารีด เครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น
ในขั้นตอนนี้มีการสูญเสียของพลังงานถึง 1.54 แสนเพตาจูลล์ หรือราว 1 ใน 2 ของพลังงานสุดท้าย ถ้านำไปเทียบกับพลังงานขั้นต้น พลังงานที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น อีกนัยหนึ่ง เวลาที่นำพลังงานที่มาใช้ประโยชน์ 1 ส่วน ต้องมีการสูญเสียไป 2 ส่วน พลังงานขั้นต้นในโลกนี้จะพร่องไป 3 ส่วน นั่นคือพลังงานในโลกนี้หายไปในอัตรา 3 เท่าของพลังงานที่นำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งแน่นอนผู้ผลิตพลังงานขั้นต้นต้องคิดราคาของพลังงานขั้นต้น 3 ส่วน ไม่ใช่ 1 ส่วน ผู้บริโภคกำลังจ่ายค่าพลังงานเป็น 3 เท่าของพลังงานที่นำไปใช้ประโยชน์ถ้าอยากจ่ายค่าพลังงานให้ถูกลง ก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้มากขึ้น
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การประหยัดพลังงานหมายถึง การใช้พลังงานให้น้อยลงโดยการลดการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน จะต้องลดความสะดวกสบายลงจากที่เคยอยู่ในอาคารที่เย็นสบาย ต้องทนอยู่ด้วยการตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น แสงสว่างในอาคารก็ต้องลดลงด้วยการลดจำนวนหลอดไฟ ตู้เย็น เตา เครื่องล้างจาน คอมพิวเตอร์ ก็ต้องลดจำนวนลงเพื่อประหยัดไฟฟ้า ซึ่งถ้าลดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นลงได้ก็เป็นการดี เป็นการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีวิธีอื่นที่จะช่วยประหยัดไฟฟ้า นั่นคือการปรับปรุงให้อุปกรณ์ต่าง ๆ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น กินไฟน้อยลง เช่น การใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์แบบหลอดผอม เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 จอภาพแอลซีดี ตู้เย็นเบอร์ 5
แม้แต่การออกแบบอาคาร ก็สามารถเพิ่มชายคาให้ยื่นออกจากตัวอาคารมากขึ้นเพื่อบังแดด และลดความร้อนที่แผ่เข้าไปในอาคาร การใช้แสงธรรมชาติอย่างชาญฉลาดเพื่อลดภาระการทำความเย็น ประกอบกับการใช้เซลล์แสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ เพื่อผลิตไฟฟ้าและน้ำร้อน เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า
ขณะนี้หลายประเทศได้เริ่มกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ไม่เกิน 30 กิดลวัตต์-ชั่วโมง ต่อตารางเมตรต่อปี ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของอาคารในประเทศไทยยังอยู่ที่กว่า 200 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อปี
แม้ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้มาก รถยนต์กินน้ำมันน้อยลง อุปกรณ์ไฟฟ้ากินไฟน้อยลง และอื่น ๆ อีกมาก แต่ด้วยราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาประสิทธิภาพคงเพิ่มไม่ทันกับราคาพลังงานผู้บริโภคคงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือนอกบ้านเพื่อเป็นการลดรายจ่ายให้กับตนเอง อีกทั้งเป็นการช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศอีกด้วย
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2551 หน้า B6 |
|