เรียนรู้วิธีลดใช้พลังงาน ฉบับ...สแปนชั่น (ไทยแลนด์)
•... มณีวรรณ ช่วยเต็ม
ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2551 โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งรางวัลหลักที่มอบกันเป็นประจำทุกปีก็ได้แก่ รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม 1 รางวัล และรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น 6 ประเภท
แยกเป็น ประเภทการเพิ่มผลผลิต ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประเภทการบริหารความปลอดภัย ประเภทการบริหารงานคุณภาพ ประเภทการจัดการพลังงาน และประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
แต่ที่จะขอนำมากล่าวถึงเป็นพิเศษก็คือ รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการจัดการพลังงาน ซึ่งปีนี้ บริษัท สแปนชั่น (ไทยแลนด์) ผู้ผลิตแผงวงจรไฟฟ้ารวม (Integrated Circuit) หรือไอซี ประเภทหน่วยความจำที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คว้าไปครอง
เหตุผลก็เพราะรางวัลนี้ค่อนข้างเข้ากับสถานการณ์ ภายใต้สภาวะความเป็นห่วงต่อเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยปัจจัยลบ ทำให้การประกอบธุรกิจในขณะนี้ ผู้ประกอบการทุกราย ไม่เฉพาะแต่รายเล็กรายน้อยเท่านั้น แม้แต่รายใหญ่เองก็ต้องระมัดระวังตัวกันอย่างเต็มที่ โดยประเด็นที่ทุกภาคธุรกิจให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ ต้นทุนพลังงาน
ในภาวะแบบนี้ใครที่สามารถบริหารจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าเป็นสุดยอดความปรารถนาประการหนึ่งของภาคธุรกิจในเวลานี้เลยทีเดียว
และวันนี้ สแปนชั่น (ไทยแลนด์) คือบริษัทที่ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลการันตี ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจที่กำลังวุ่นอยู่กับการรับมือปัญหาต้นทุนพลังงานแพง เพื่อจะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ได้นำไปทำตาม หรือประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม เพื่อลดภาระแก่องค์กร และแน่นอน ช่วยชาติประหยัดพลังงาน ลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศด้วย
เกื้อกูล หาสาสน์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแปนชั่น (ไทยแลนด์) กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายและเป้าหมายจัดการพลังงานอย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งภายในและนอกโรงงาน
ในภาพรวม บริษัทมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อปี ได้แก่ ค่าไฟฟ้าประมาณ 150 ล้านบาท ค่าน้ำประปา 8 ล้านบาท ดังนั้น แต่ละปีจึงกำหนดเป้าหมายว่าต้องลดใช้พลังงานทั้งสองส่วนให้ได้ 5-10%
เมื่อวางเป้าหมายใหญ่ไว้แล้ว ก็มาถึงขั้นลงมือปฏิบัติให้เป็นกิจจะลักษณะ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด
แยกเป็นแผนปฏิบัติการ ภายนอกโรงงาน ค่อนข้างเห็นชัดมากที่สุด โดยบริหารสภาพแวดล้อม จัดให้ร่มรื่น มีต้นไม้ จัดทำสวนโดยรอบ ทำให้สัมผัสได้ถึงความสดชื่น แทนที่จะยึดติดกับภาพโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งโดด ๆ กลางแสงแดดร้อนระอุ
ครึ่งหนึ่งของพื้นที่บริเวณโดยรอบโรงงานทั้งหมดได้จัดเป็นพื้นที่สีเขียว เพราะต้องการให้โรงงานแห่งนี้เป็นบ้านหลังที่ 2 ของทุกคน เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยก็ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานทั้ง 1,000 คน แบ่งเป็นไลน์การผลิต 800 คน และพนักงานออฟฟิศอีก 200 คน
อีกนัยหนึ่ง ต้นไม้และสวนโดยรอบยังช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วย เพราะช่วยบังแดดไม่ให้โดนอาคารโดยรง เครื่องปรับอากาศก็ไม่ต้องทำงานหนักมากขึ้น
ภายในบริเวณโรงงานได้จัดศาลาไม้และมุมพักผ่อนต่าง ๆ สำหรับพนักงานนั่งพัก รวมทั้งมีสนามกีฬานานาชนิด ทั้ง แบดมินตัน บาสเกตบอล ฟุตบอล เทนนิส เตรียมไว้ให้พนักงานคลายเครียดหลังเลิกงาน
“ผมเชื่อว่าการจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศภายในโรงงานมีส่วนสำคัญต่อศักยภาพในการทำงาน เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน พนักงานย่อมทำงานอย่างมีความสุขคุณภาพของงานที่ได้ย่อมออกมาน่าพอใจ” เกื้อกูลกล่าว
ผ่านกระบวนการจัดการพลังงานภายนอกโรงงานไปแล้ว ก็มาถึงกระบวนการจัดการพลังงานภายในโรงงานกันบ้าง
เกื้อกูล กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมารับผิดชอบในแต่ละด้านอย่างเป็นรูปธรรม เรื่องไหนที่ขาดความชำนาญก็จะติดต่อขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง จากนั้นก็นำมาเผยแพร่ต่อพนักงานให้รับทราบโดยทั่วถึง เพื่อร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางที่สอดคล้อง
โครงการโดยทั่วไปที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ภาพรวมไม่ได้ต่างจากโรงงานอื่น อาทิ โครงการ 3R
Reduce – ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น Reuse – การนำกลับมาใช้ใหม่ Replenish – การหาพลังงานอื่นมาทดแทนหรือใช้พลังงานที่มีอยู่ให้คุ้มค่า
เกื้อกูล ยอมรับว่า โครงการพวกนี้ต้องมีการลงทุนเพิ่ม มาก น้อย แตกต่างกันไป แต่ประเมินแล้วว่า ผลที่ได้กลับคืนมาคุ้มค่ากับที่บริษัทลงทุน อาทิการปรับเปลี่ยนใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิต หรือการนำน้ำเสียจากกระบวนการผลิตมาผ่านการบำบัดแล้วนำกลับมาใช้ในเรื่องที่ใช้ได้ เช่น รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น
แต่ละโครงการจะมีการศึกษาถึงความคุ้มทุนผลดีผลเสียก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อลงมือทำไปแล้วจะมีความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงไป
บริษัทให้ความสำคัญต่อการเลือกใช้เครื่องจักรเป็นอย่างมาก นอกจากจะต้องมีศักยภาพสูงในการผลิตสินค้าแล้ว ต้องไม่สิ้นเปลืองพลังงาน รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตที่สูงขึ้นอย่างเพียงพอต่อความต้องการของตลาด และยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์
อย่างไรก็ดี การประหยัดพลังงานใช่ว่าจะต้องลงเงินมากเสมอไป บางโครงการก็ลงทุนน้อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับเรียกว่าเกินคุ้ม เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟในไลน์การผลิตมาเป็นหลอดผอม หรือการเปลี่ยนโคมไฟบางตัวที่สิ้นเปลืองมาเป็นแบบธรรมดา ให้แสงสว่างพอกัน เปลืองไฟน้อยกว่า ก็ช่วยลดค่าไฟได้มาก
นอกจากนี้ ก็ยังมีโครงการที่สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เช่น ปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศ หลังออกจากห้องประชุม
“เราทำคลิปวีดีโอขึ้นมาชุดหนึ่ง ในลักษณะคล้าย ๆ ละครเรื่องสั้น ถ่ายจากห้องประชุม หลังประชุมเสร็จ ต่างคนต่างแยกย้ายออกจากห้องประชุมเปิดทั้งไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ แล้วนำไปเปิดฉายที่โรงอาหารของบริษัท ให้พนักงานได้ดู ได้คิดตาม และเกิดความตระหนักจากภาพที่เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องร่วมกันประหยัดพลังงานแทนที่จะเข้าไปบังคับกันตรง ๆ” เกื้อกูล กล่าว
ทั้งนี้ การให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ ต้องใช้หลาย ๆ วิธี ทั้งการปลุกจิตสำนึก การจูงใจด้วยรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือคำชม เมื่อพนักงานทำดีจะทำให้ทุกคนเกิดความเคยชินและปฏิบัติกันจนกลายเป็นกิจวัตรโดยไม่รู้สึกว่าฝืนใจทำ
ในส่วนของบริษัทก็ต้องคอยติดตามผล และรายงานความคืบหน้า การดำเนินงานทั้งโครงการที่กำลังทำ หรือโครงการที่จะริเริ่มใหม่ ให้พนักงานทุกคนได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน
พอผ่านครึ่งปี ปลายปี ก็จัดงานหรือจัดประชุมร่วมระหว่างผู้บริหาร พนักงานให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสัมพันธ์ความมีส่วนร่วมไม่ให้ขาดตอน
สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้พนักงานมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จ หรือมีส่วนร่วมในการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ
เกื้อกูล กล่าวด้วยว่า ในฐานะที่ บริษัท สแปนชั่น (ไทยแลนด์) เป็นผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้พลังงานในอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับการใช้ของกลุ่มอื่น ๆ อย่างน้อยภาคขนส่งหรือภาคครัวเรือน เป็นต้น
ดังนั้น จึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องมีส่วนร่วมต่อการประหยัดพลังงานเพื่อชาติด้วย ไม่เฉพาะแต่ทำเพื่อองค์กรเท่านั้น โดยมองว่า ภาคอุตสาหกรรมไม่ควรมุ่งเน้นในเรื่องของผลกำไรเพียงอย่างเดียว
และรางวัลที่ได้มาก็ถือว่าเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่จะทำให้บริษัทมุ่งมั่นนโยบายใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าต่อไป
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2551 หน้า B4 |
|