ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
เปิดพิมพ์เขียวบ้านประหยัดพลังงาน
กทม.ปั๊ม 5 แบบปลูกกระแสลดโลกร้อน

•...วราพงษ์ ป่านแก้ว

ปัจจุบันกระแสประหยัดพลังงานลุกลามไปทั่ว เป็นเพราะโลกเราต้องเผชิญกับการขาดสมดุลของธรรมชาติอันเป็นผลมาจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์แบบไม่คิดคำนึงถึงการให้คืนกลับไป โลกเราจึงร้อนขึ้นทุกวัน ฤดูกาลคลาดเคลื่อน อากาศวิปริตแปรปรวน เป็นผลที่เรา ๆ ท่าน ๆ สัมผัสได้และอยู่ประชิดตัวเราทุกขณะ

        จึงไม่แปลกที่คนเราถึงเวลาต้องดิ้นรนหาคืนให้ธรรมชาติพร้อม ๆ กับการป้องกันภัยจากการขาดสมดุลที่มาถึง การลดการใช้พลังงานเป็นหนทางหนึ่งที่มีการรณรงค์กันอย่างกว้างขวางและมีวิธีการหลากหลายรูปแบบ (แต่จะได้ผลแค่ไหนยังไม่มีคำตอบให้ในขณะนี้) วิธีหนึ่งคือการลดพลังงานภายในที่อยู่อาศัย ทั้งการสร้างปรับปรุงบ้านให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

        ล่าสุดสำนักการโยธากรุงเทพมหานครเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ออกมารณรงค์การประหยัดพลังงานในที่อยู่อาศัยด้วยการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานเพื่อประชาชนมาด้วยกัน 5 แบบ ราคาตั้งแต่ 6 แสนเศษไปจนถึง 2 ล้านกว่าบาท ให้ประชาชนนำไปใช้ในการก่อสร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องไปขออนุญาตก่อสร้างกับท้องถิ่น (ในเขต กทม.) อีกทอด โดยสามารถขอแบบบ้านได้ที่สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม.

        บ้านแต่ละแบบจะคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดใช้พลังงาน ด้วยการออกแบบให้อยู่เย็นสบายด้วยวิธีทางธรรมชาติก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อลดชั่วโมงการใช้เครื่องปรับอากาศ ด้วยการประยุกต์ภูมิปัญญาตะวันออกทางวิทยาศาสตร์ของบ้านไทยพื้นถิ่นซึ่งมีภูมิอากาศร้อนชื้น ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่และการใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการลดภาวะโลกร้อน

9 แนวคิดของบ้านประหยัดไฟ

        สำหรับแนวคิดการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานเพื่อประชาชนของ กทม.มีด้วยกัน 9 แนวคิดที่จะทำให้บ้านประหยัดการใช้ไฟฟ้าขึ้น ประกอบด้วย

        1. จัดอาคารแบบกลุ่มเรือนไทยทำให้ผนังแยกจากกันจึงเปิดหน้าต่างได้ทุกด้าน ช่วยระบายอากาศและแสงอาทิตย์ส่องถึงตามธรรมชาติในทุก ๆ ส่วนที่ใช้งาน ไม่ว่าลมจะมาในทิศทางไหนอีกทั้งอาคารยังบังแดดให้กันและกัน

        2. เปิดช่องเปิดตรงกันตามแนวแกนยาวของบ้านให้การระบายอากาศมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเกิดการไหลของลมผ่านพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง

        3. แยกส่วนที่ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น ครัว ห้องน้ำ บันได ให้อยู่ทางด้านตะวันตกบังแดด ไม่ให้ห้องที่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศต้องรับแดดเวลาบ่ายและเก็บความร้อนไว้จนค่ำโดยเว้นเป็นที่ว่างให้ลมผ่านช่วยลดการส่งความร้อนผ่านโครงสร้างอาคารได้ และยังเป็นการลดความชื้นไม่ให้ผ่านไปยังห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศทำให้ช่วยประหยัดไฟได้

        4. เปิดพื้นที่โล่งจัดสวนกึ่งภายในบ้านเปิดสู่ท้องฟ้า (Semi – Interior Court) โดยกั้นผนังโปร่งเป็นรั้วกั้นขโมย ทำให้ทุกห้องในบ้านมีทางเข้าออกของลมให้ระบายอากาศสู่ด้านบน ได้แสงสว่างนวลตา และได้บรรยากาศธรรมชาติ

        5. ใช้มุงหลังคาเอียง 15 องศา ซึ่งเป็นมุมที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แล้วจะได้รับปริมาณแสงอาทิตย์สูงสุดสำหรับเมืองไทย ไม่ว่าบ้านจะหันหน้าไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ เป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่ทำให้ประหยัดและไม่มีวันหมด

        6. ใช้หลังคาโลหะสีเข้มที่ไม่สะสมความร้อนในเนื้อวัสดุและเย็นเร็ว หลังคาจะแผ่ความร้อนคืนสู่ท้องฟ้าในเวลาค่ำ ผิวหลังคาจึงเย็นทำให้อากาศเหนือผิวหลังคาเย็นไปด้วย ทำให้อากาศเย็นนั้นจะตกลงที่โล่งของอาคาร

        7. ใช้หลังคาทรงปีกผีเสื้อเร่งความเร็วลมช่วงคอดกิ่วกลางอาคาร ลมจึงพัดแรงขึ้นกว่าปกติช่วยระบายความร้อนที่ตกค้างในตัวอาคารให้ออกไปสู่ภายนอกได้รวดเร็ว

        8. เลือกใช้วัสดุมวลสารน้อยมีน้ำหนักเบา เพื่อลดความสะสมความร้อนในเนื้อวัสดุในเวลากลางวัน

        9. เพิ่มร่มเงาให้บ้านโดยถอยร่นผนังชั้นล่างเข้าในตัวบ้าน ให้พื้นที่ชั้นบนช่วยบังแดด

คุณสมบัติวัสดุบ้านประหยัดพลังงาน

        - วัสดุผนังอาคาร เป็นผนังประกอบที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (U-Value) = 0.428w/(m2.k) ผนังประกอบด้วยคอนกรีตมวลเบา 3 นิ้ว ปิดทับด้วยผนังเบา (Cellulose Fiber Cement) พ่นด้วยฉนวนโฟมโพลียูริเทน 1 นิ้ว ในช่องว่างที่ผนังด้านนอกอาคาร เว้นช่องว่าง 3 นิ้ว ใช้เป็นฉนวนอากาศ และผนังยิปซัมบอร์ด

        - วัสดุหลังคา เป็นหลังคาที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (U-Value)= 0.152 w/(m2.k) ประกอบด้วยหลังคาโลหะรีดลอนหนา 3 มม. โพลีสไตรีนกันเสียงหนา 4 มม. ช่องว่างอากาศฉนวนใยแก้วหุ้มปิดด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ หนา 6 นิ้ว วางบนฝ้าและฝ้าเพดานยิปซัมบอร์ด หนา 9 มม.

บ้านแบบที่ 1

        เป็นบ้าน 1 ชั้น 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดบ้าน 10x13 ม. ใช้เนื้อที่ดินอย่างน้อย 61 ตร.ว. หน้ากว้างอย่างน้อย 14.2 ม. ค่าก่อสร้าง (ไม่รวมภาษี กำไร และค่าดำเนินการ ราคา ณ เดือน มิ.ย. 2551) รวม 1.46 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงสร้าง 5.5 แสนบาท งานตกแต่งและสถาปัตยกรรม 7.3 แสนบาท งานระบบไฟฟ้า 3.3 หมื่นบาท และงานประปา สุขาภิบาล 1.3 แสนบาท

        พื้นที่ใช้สอยรวม 85 ตร.ม. แบ่งเป็น ห้องนอน 20 ตร.ม. ห้องนั่งเล่น 16 ตร.ม. ห้องรับประทานอาหาร 16 ตร.ม. ห้องน้ำ 7 ตร.ม. ห้องครัวและเตรียมอาหาร 10.5 ตร.ม. ทางเดินภายใน 7.5 ตร.ม.และเฉลียง 8 ตร.ม.

บ้านแบบที่ 2

        เป็นบ้าน 2 ชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดบ้าน 10x14 ม. ใช้เนื้อที่ดินอย่างน้อย 64 ตร.ว. หน้ากว้างอย่างน้อย 14.2 ม. ค่าก่อสร้าง (ไม่รวมภาษี กำไร และค่าดำเนินการ ราคา ณ เดือน มิ.ย. 2551) รวม 2.19 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงสร้าง 8.7 แสนบาท งานตกแต่งและสถาปัตยกรรม 1.1 ล้านบาท งานระบบไฟฟ้า 5.4 หมื่นบาท และงานประปา สุขาภิบาล 1.6 แสนบาท

        พื้นที่ใช้สอยรวม 158 ตร.ม. แบ่งเป็น ห้องนอนที่ 1 ขนาด 20 ตร.ม. ห้องนอนที่ 2 ขนาด 16 ตร.ม. ห้องนั่งเล่น-รับประทานอาหาร 28 ตร.ม. ห้องน้ำชั้นบนและชั้นล่างห้องล่าง 7 ตร.ม. ห้องครัวและเตรียมอาหาร 10.5 ตร.ม. ห้องอเนกประสงค์ทำงานชั้นบน 7 ตร.ม. ทางเดินภายในและบันได 40.5 ตร.ม. เฉลียงและระเบียง 22 ตร.ม.

บ้านแบบที่ 3

        เป็นบ้าน 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดบ้าน 10x16 ม. ใช้เนื้อที่ดินอย่างน้อย 71 ตร.ว. หน้ากว้างอย่างน้อย 14.2 ม. ค่าก่อสร้าง (ไม่รวมภาษี กำไร และค่าดำเนินการ ราคา ณ เดือน มิ.ย. 2551) รวม 2.6 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงสร้าง 1.09 ล้านบาท งานตกแต่งและสถาปัตยกรรม 1.25 ล้านบาท งานระบบไฟฟ้า 6.2 หมื่นบาท และงานประปา สุขาภิบาล 2.0 แสนบาท

        พื้นที่ใช้สอยรวม 197 ตร.ม. แบ่งเป็น ห้องนอนที่ 1 (ชั้นบน) ขนาด 31 ตร.ม. ห้องนอนที่ 2 (ชั้นบน) ขนาด 20 ตร.ม. ห้องนอนที่ 3 (ชั้นล่าง) 20 ตร.ม. ห้องนั่งเล่น-รับประทานอาหาร 28 ตร.ม. ห้องน้ำชั้นบนและชั้นล่างห้องละ 7 ตร.ม. ห้องครัวและเตรียมอาหาร 10.5 ตร.ม. ห้องอเนกประสงค์ทำงานชั้นบน 7 ตร.ม. ทางเดินภายในและบันได 40.5 ตร.ม. เฉลียงและระเบียง 26 ตร.ม.

บ้านแบบที่ 4

        เป็นบ้าน 1 ชั้น 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดบ้าน 4x8 ม. ใช้เนื้อที่ดินอย่างน้อย 25 ตร.ว. หน้ากว้างอย่างน้อย 8.2 ม. ค่าก่อสร้าง (ไม่รวมภาษี กำไร และค่าดำเนินการ ราคา ณ เดือน มิ.ย. 2551) รวม 6.9 แสนบาท แบ่งเป็นงานโครงสร้าง 2.2 แสนบาท งานตกแต่งและสถาปัตยกรรม 3.3 แสนบาท งานระบบไฟฟ้า 2.6 หมื่นบาท และงานประปา สุขาภิบาล 1.1 แสนบาท

        พื้นที่ใช้สอยรวม 32 ตร.ม. แบ่งเป็น ห้องนอน ขนาด 10.8 ตร.ม. ห้องนั่งเล่น 14.7 ตร.ม. ห้องน้ำ 3.5 ตร.ม. ห้องครัว 3 ตร.ม.

บ้านแบบที่ 5

        เป็นบ้าน 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดบ้าน 7.5x10 ม. ใช้เนื้อที่ดินอย่างน้อย 41 ตร.ว. หน้ากว้างอย่างน้อย 11.5 ม. ค่าก่อสร้าง (ไม่รวมภาษี กำไร และค่าดำเนินการ ราคา ณ เดือน มิ.ย. 2551) รวม 1.43 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงสร้าง 4.6 แสนบาท งานตกแต่งและสถาปัตยกรรม 7.8 แสนบาท งานระบบไฟฟ้า 4.1 หมื่นบาท และงานประปา สุขาภิบาล 1.4 แสนบาท

        พื้นที่ใช้สอยรวม 98 ตร.ม. แบ่งเป็น ห้องนอนที่ 1 ขนาด 12.5 ตร.ม. ห้องนอนที่ 1 ขนาด 12.5 ตร.ม. ห้องนอนที่ 2 ขนาด 10.8 ตร.ม. ห้องนอนที่ 3 ขนาด 12.5 ตร.ม. ห้องนั่งเล่น-รับประทานอาหาร-เตรียมอาหาร 32 ตร.ม. ห้องน้ำชั้นบนและชั้นล่างห้องละ 3.75 ตร.ม. ทางเดินภายใน และบันได 10.5 ตร.ม. ที่จอดรถและระเบียง 14 ตร.ม.

        บ้านทั้ง 5 แบบของ กทม. เป็นอีกทางหนึ่งสำหรับผู้ที่กำลังคิดจะสร้างบ้านประหยัดพลังงาน ยิ่งในภาวะที่วัสดุก่อสร้างกำลังราคาลง ก็เป็นโอกาสที่ค่าก่อสร้างจะถูกลงได้อีกสร้างบ้านได้ถูกลง แถมยังได้บ้านประหยัดพลังงานช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน แม้จะน้อยนิดแต่ถ้าร่วมกันคนละไม้คนละมือโลกคงน่าอยู่ขึ้นอีกโข

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับประจำวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 หน้า B5
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้753
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้745
mod_vvisit_counterรายเดือน4534
mod_vvisit_counterทั้งหมด558649