ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
เกษียร เตชะพีระ

6 วิกฤตพลิกเศรษฐกิจโลก
มุมมองเปรียบเทียบ

        ราทำความเข้าใจและประเมินขีดความร้ายแรงของวิกฤตโลก 6 ด้าน (ได้แก่ วิกฤตการเงิน, อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, เศรษฐกิจ, อาหาร, พลังงาน, สิ่งแวดล้อม) ที่กำลังเกิดขึ้นประจวบเหมาะพร้อมกันในปัจจุบันอย่างไร?

        เมื่อมองย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับวิกฤตระดับโลกครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ค.ศ.1929 ที่มีส่วนส่งผลกระทบรุมเร้าจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในสยาม 3 ปีต่อมาใน พ.ศ.2475 คำถามก็คือแรงไหวสะเทือนทางเศรษฐกิจสังคมของวิกฤตโลก 6 ด้านครั้งนี้จะอยู่ในระดับไหน? กี่มาตราริคเตอร์? หนักหน่วงรุนแรงกว่าเมื่อ 79 ปีก่อนหรือไม่อย่างไร?

        รึจะเบากว่า?.....ประมาณว่าพอ ๆ กับ วิกฤตโลกแห่งคริสต์ทศวรรษที่ 1970 ซึ่งเริ่มด้วยราคาน้ำมันช็อคโลกครั้งแรกเมื่อกลุ่มประเทศโอเปคนำโดยอาหรับทยอยขึ้นราคาน้ำมันถึง 4 เท่าครึ่ง จากบาร์เรลละราว 3 เป็นกว่า 12 US$ ระหว่างเดือนตุลาคม ค.ศ.1973 ถึงพฤษภาคม ค.ศ.1974

        ส่งผลให้เหล่าประเทศทุนนิยมอุตสาหกรรมที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าพากันประสบ ภาวะชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ (stagflation) ในไตรมาสที่ 2 ของปี 1974 โดยเฉพาะอเมริกาที่คนตกงานถึง 9.2% พร้อมกับเงินเฟ้อกว่า 10%

        พร้อมกันนั้น ก็เกิดวิกฤตอาหารโลกในช่วงฤดูหนาวปี ค.ศ.1973-1974 ที่ทำให้ประชากร 40 ล้านคนใน 30 ประเทศ เสี่ยงต่อการอดอยาก

        ใช่ไหมว่าวิกฤตโลก 6 ด้าน ทุกวันนี้ตอกย้ำยืนยัน คำเตือนเมื่อ 36 ปีก่อน ของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์, นักเศรษฐศาสตร์ และนักอุตสาหกรรมนานาชาติตะวันตกที่รวมตัวกันเป็น Club of Rome (ก่อตั้งปี ค.ศ.1968) ในหนังสือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ขายดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโลกเรื่อง Limits to Growth (ค.ศ.1972) ซึ่งวิเคราะห์วิจัยคาดการณ์ตัวแปร 5 ตัว ได้แก่ ประชากรโลก, การปรับให้เป็นอุตสาหกรรม, ภาวะมลพิษ, การผลิตอาหาร และความสูญสิ้นทรัพยากร แล้วฟันธงว่า :-

        โลกต้องหยุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ มิฉะนั้นทรัพยากรจะถูกใช้จนหมดเกลี้ยงโลกเมื่อสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 !

        ล่าวในแง่ประวัติเศรษฐกิจทุนนิยม วิกฤตไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ดังที่ สภาการวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Conseil d’analyse econo mique) สังกัดนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสได้เสนอไว้ในรายงานทางการเรื่อง Les crises financiers (วิกฤตการณ์ทางการเงิน, เขียนโดย Robert Boyer, Mario Dehove และ Dominique Plihon, La Documentation francaise. Paris, 2004) ว่า :-

        วิกฤตการเงินเกิดซ้ำวนเวียนเป็นระยะในประวัติศาสตร์ทุนนิยมบ่อยครั้งในรูปวิกฤต “ฝาแฝด” ของธนาคารกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, และกระทั่งอาจเกิดในรูปวิกฤตซ้ำซ้อนหลายเชิงหากแม้นดัชนีตลาดหุ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจพลอยพังทลายลงด้วย

        รายงานฉบับนี้ ระบุด้วยว่า ความจริงตลาดประเทศต่าง ๆ พึ่งพาขึ้นต่อกันและกันมานานแล้วอย่างไรก็ตาม ภายหลัง ข้อตกลงเบร็ตตั้น วูดส์ (ข้อตกลงของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยเงินตราและ การเงิน ณ เบร็ตตั้น วูดส์ มลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1944 เพื่อตระเตรียมวางแผนจัดระเบียบเศรษฐกิจการเงินโลกใหม่ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง อันนำไปสู่การก่อตั้งธนาคารโลกและองค์การการเงินระหว่างประเทศในกาลต่อมา) หมดสภาพลงในปี ค.ศ.1971.....

        ----> อันเนื่องมาจากรัฐบาลประธานาธิบดีนิกสันของอเมริกาประกาศยกเลิกพันธะผูกมัดรับแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์เป็นทองคำ

        ----> เพราะค่าเงินดอลลาร์เฟ้อและเงินดอลลาร์ไหลทะลักท่วมโลกจากการจ่ายมหาศาลของอเมริกาในสงครามเวียดนาม

        ----> ซึ่งหมายความว่า ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราแบบคงที่ ของโลกที่สถาปนาขึ้นเมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่สองเป็นอันอวสานลงด้วย

        ...นับแต่นั้นมา ระบบเศรษฐกิจการเงินโลกก็ยิ่งพลิกไหวปั่นป่วนผันผวนไม่ว่าจะในแง่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, ดัชนีตลาดหุ้น, และ อัตราดอกเบี้ย, อีกทั้ง วิกฤตการเงิน ก็เพิ่มจำนวนถี่ขึ้นมาก ดังแผนภูมิข้างล่างนี้ (อ้างจาก Robert Wade, “Choking the South,” New Left Review, ||/38 (March/April 2006), 119—20) โปรดสังเกตความเปลี่ยนแปลงหลังปี ค.ศ.1971 :- (ดูแผนภูมิ 1, 2, 3, 4)



(1) เส้นทึบ DM/US$ = ค่าเงินมาร์กเยอรมันต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ
เส้นไข่ปลา 100Yen/US$ = ค่าเงินเยนญี่ปุ่นนับเป็นหน่วยร้อยต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ
เส้นประ Euro/US$ = ค่าเงินยูโรต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ
อัตราส่วนที่โน้มต่ำลงบ่งบอกว่าค่าเงินดอลล่าร์ลดลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างๆ
แหล่งข้อมูล : IMF, Bureau of Labor Statistics, Deutsche Bundesbank, Bank of Japan.



(2) เส้นประ = ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น
เส้นไข่ปลา = ดัชนีตลาดหุ้นเยอรมัน
เส้นทึบ = ดัชนีตลาดหุ้นอเมริกัน
แหล่งข้อมูล : IMF, International Financial Statistics Yearbook 200-05.

14 ประเทศรายได้ต่ำซึ่งเลือกจากประเทศที่มีฐานข้อมูลได้แก่ : บังคลาเทศ, แคเมอรูน, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, ชาด, สาธารณรัฐคองโก, แกมเบีย, อินเดีย, เคนยา, เลโซโท, มาลาวี, ไนจีเรีย, เซียร์รา ลีโอน, แซมเบีย, ซิมบับเว
แหล่งข้อมูล : World Bank 2004.



(4) Banking crisis = วิกฤตธนาคาร
Currency crises = วิกฤตเงินตรา
Twin crises = วิกฤตฝาแฝดของธนาคารกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
All crises = รวมวิกฤตทั้งหมด
แท่งกราฟ 4 กลุ่มแรกแสดงข้อมูลวิกฤตในประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้าและประเทศตลาดเกิดใหม่ 21 ประเทศ แท่งกราฟกลุ่มที่ 5 รวมเอาข้อมูลเพิ่มเติมจากประเทศกำลังพัฒนาอีก 35 ประเทศเข้ามาด้วยเป็นทั้งสิ้น 56 ประเทศ
แหล่งข้อมูล : Michael Bordo et al, ‘Is The Crisis Problem Growing More Severe?’, Economic Policy 32, 2001, pp. 51-82.

        มุมมองเปรียบเทียบเหล่านี้บ่งชี้ฐานะของวิกฤตโลก 6 ด้านปัจจุบันในประวัติศาสตร์ทุนนิยมอย่างไร?

หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
ฉบับวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2551 หน้า 6
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้948
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1144
mod_vvisit_counterรายเดือน6822
mod_vvisit_counterทั้งหมด560937