::::: IT ::::: GREEN IT 20 QUESTIONS ON GREEN IT • เรียบเรียงโดย พิพัฒน์ เลขะชัยวรกุล | 20 คำถาม เพื่อโลกไอทีสีเขียว
หลายต่อหลายคนทั่วโลกต่างก็ยืนยันหรือพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อุตสาหกรรมไอทีที่เกิดขึ้นมาในไม่กี่ 10 ปีที่ผ่านมานี้ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปได้อย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าพวกเขาจะไม่คาดคิดว่ามันจะมีผลกับสภาพแวดล้อของโลกปัจจุบันด้วย แต่มันก็เป็นไปแล้ว ความจริงของอุตสาหกรรมไฮเทคเหล่านี้ ก็เป็นหนึ่งในตัวการทำให้เกิดมลภาวะไปทั่วทั้งโลกอย่างเห็นได้ชัด ด้วยภาพกองขยะเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาลในกลุ่มโลกที่สาม หรือการที่มีโครงการรณรงค์เรียกร้องให้รักษาสิ่งแวดล้อมจากกลุ่มพิทักษ์ต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไป
แต่สิ่งหนึ่งที่เราพบเห็นได้และต้องยกเครดิตให้แก่ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมไอทีเหล่านี้ด้วยก็คือ พวกเขาเองก็มีส่วนช่วย รวมไปถึงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการพัฒนาและสร้างให้เกิดโครงการรีไซเคิลอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และไอทีเพื่อสภาพแวดล้อมขึ้นมา พร้อมทั้งยังสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจและตระหนักการลดมลภาวะและสร้างโลกไอทีสีเขียวให้เกิดขึ้น
ในระดับการเมืองการปกครองเอง รัฐบาลของประเทศโลกต่าง ๆ อย่างเช่น กลุ่มสหภาพยุโรปหรืออียู (European Union) ก็ได้มีการผ่านร่างกฎหมายที่ยากมาก ซึ่งมีผลบังคับให้บริษัทผู้ผลิตพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับไปรีไซเคิลใหม่ได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ทั่วโลกกำลังให้มีความสนใจและตระหนักถึงวิกฤตการณ์สภาวะโลกร้อนร่วมกัน แม้ว่าในแคนาดาและสหรัฐอเมริกาจะยังไม่ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ตามที
เพื่อหาทางออกว่าอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ควรจะดำเนินการไปในแนวทางใดเพื่อสร้างโลกไอทีสีเขียวให้เกิดขึ้นได้จริงนั้น ในต่างประเทศได้มีการสำรวจโดยสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญไอทีจำนวน 20 ท่าน ซึ่งทำงานอยู่หลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านเทคโนโลยี หน่วยงานของรัฐ และกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เพื่อแสดงทรรศนะและแนวทางในการปฏิบัติ มาดูกันซิว่า... พวกเขาเหล่านั้น กล่าวว่าอย่างไรกันบ้าง
01 จำเป็นหรือไม่ที่ลูกค้าจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และพวกเขาเหล่านั้นต่างก็เต็มใจที่จะจ่าย ต้องบอกว่าไม่จำเป็นเสมอไปหรือในทุก ๆ กรณี เพราะเราสามารถจ่ายเป็นค่าดำเนินการหรือที่เรียกว่า Operating Cost ได้ ซึ่งเป็นการจ่ายเพิ่มในกรณีที่คุณต้องการเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้เพิ่มเติมเท่านั้น ทั้งยังสามารถนำไปใช้หักภาษีคืนได้ในภายหลัง
ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ทราบในเรื่องนี้ต่างก็เห็นว่าพวกเราสามารถเรียกเงินคืนได้ ทั้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย พวกเขาจึงเต็มใจที่จะเสียเงินในส่วนนี้ไปก่อนแล้วค่อยหักภาษีคืนทีหลัง ทำให้พวกเรายังภูมิใจที่ตนเองได้มีส่วนช่วยในการลดปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้นได้ด้วย
นอกจากนี้ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ต่างก็เต็มใจที่จะจ่ายค่าเบี้ยประกันเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ดังนั้น ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคทุกคนจึงควรหันมาให้ความสนใจในเรื่องนี้แทนที่จะคิดแค่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ณ เดี๋ยวนั้นเพียงเท่านั้น เพื่อผลประโยชน์เพิ่มเติมทางด้านสิ่งแวดล้อม
02 ผู้ผลิตทั่วโลกต่างก็พูดถึงปัญหาโลกร้อน จึงเป็นผลกระทบมายังผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดจริงหรือไม่? จากการสำรวจไม่นานมานี้พบว่า องค์กรทางด้านไอทีขนาดใหญ่ต่างก็ให้ความสำคัญและตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยประกอบเข้าอยู่ในแผนการดำเนินการของระดับไอทีปฏิบัติการ (IT Operation) ซึ่ง 37 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ในขณะที่อีก 59 เปอร์เซ็นต์ให้ความสำคัญในระดับปานกลาง และอีก 6 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับแผนการดำเนินการของไอทีในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งลดจาก 13 เปอร์เซ็นต์ในการสำรวจเมื่อ 6 เดือนก่อนหน้านี้
ดังนั้น จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าองค์กรทางด้านไอทีต่างก็ให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นบริษัทประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์มีการเพิ่มเงื่อนไขในการจัดซื้ออุปกรณ์ด้านไอทีว่าต้องเป็นอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานรับรองทางด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ หรือมีความสามารถในการจัดการพลังงานและการกินไฟของอุปกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจาก 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 6 เดือนก่อน แต่ทั้งนี้ก็ยังมีบริษัทอีก 64 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ได้ใส่เงื่อนไขในการจัดซื้อรูปแบบนี้เข้าไป
จากการสัมภาษณ์องค์กรไอทีระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ ทำให้พบว่าหลายบริษัทมีการเอาใจใส่หรือคำนึงถึงการสร้างโลกไอทีสีเขียวที่แตกต่างกัน ซึ่งแสดงออกมาให้เห็นได้จากเงื่อนไขในการตัดสินใจเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ไอทีสำหรับบริษัทส่วนใหญ่แล้วเงื่อนไขสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ไอทีสีเขียวนั้นอาจหมายถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดพลังงาน มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ใหม่ซึ่งเป็นเพียงเงื่อนไขรองในการพิจารณาเท่านั้น เพราะจะได้รับการพิจารณาก็ต่อเมื่อปัจจัยหลัก เช่น ราคาและประสิทธิภาพเท่านั้น ในขณะที่มีเพียงแค่ไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่จะพิจารณาเงื่อนไขเหล่านั้นเท่าเทียมกัน และหากเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งไม่ตรงตามคุณสมบัติที่วางไว้ก็ถือว่าไม่ผ่านการพิจารณา
03 เจ้าของผลิตภัณฑ์ไอทีต่าง ๆ ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมดีพอหรือไม่ และให้ความสำคัญแค่ไหนเมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายอื่น ๆ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่ดีขึ้นในอุตสาหกรรมไอที เมื่อผู้ผลิตแต่ละรายต่างก็หันมาให้ความสนใจและรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยสร้างเป็นนโยบายและวิธีการปฏิบัติให้เป็นแนวทางขององค์กร
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่น่าจะเกิดจากการที่ทั่วโลกได้เห็นถึงกองขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากมายมหาศาล ที่อยู่ในจีน อินเดีย และประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมเริ่มตระหนักถึงปัญหากองขยะเหล่านี้ และพยายามช่วยกันหาทางแก้ไข อย่างเช่น เดลล์ก็ได้ออกนโยบายในการนำเอาอุปกรณ์ไอทีที่หมดสภาพแล้วของตนเองกลับไปทำลายอย่างถูกวิธีเช่นเดียวกับเลโนโว และแอปเปิ้ลเองก็ออกนโยบายและดำเนินการเช่นเดียวกัน
ขณะที่เอชพีออกนโยบายการรีไซเคิลตลับหมึกและโทนเนอร์จากผู้ใช้ ซึ่งได้ทำการรีไซเคิลพลาสติกเพื่อการผลิตตลับหมึกพิมพ์มากกว่า 200 ล้านตลับแล้ว โดยปี 2007 ที่ผ่านมา ได้ใช้พลาสติกรีไซเคิลหนักถึง 5 ล้านปอนด์มาผลิตตลับหมึก และบริษัทฯ ยังตั้งใจจะใช้จำนวนพลาสติกมากขึ้นเป็น 2 เท่าในปี 2008 อีกด้วยโดยเอชพีได้ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจรนับตั้งแต่การออกแบบ การใช้วัสดุรีไซเคิลทำให้ช่วยประหยัดพลังงาน และระงับการกลบฝังพลาสติกที่ใช้แล้วลงดิน ซึ่งตั้งแต่เริ่มกระบวนการรีไซเคิลดังกล่าว เอชพีได้ใช้พลาสติกรีไซเคิลไปแล้วนับเป็นจำนวนมากพอจะบรรจุรถแทร็กเตอร์ได้ถึง 200 คันแม้การปฏิบัติส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติกันอย่างเป็นรูปธรรมในเฉพาะโลกซีกตะวันตกเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้มีการปฏิบัติใด ๆ ขึ้นมาเลย
แต่อย่างไรตาม ความสามารถในการรักษาสิ่งแวดล้อมบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเช่นกัน การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาสักชิ้น โลกได้พัฒนาเทคโนโลยีอันทันสมัยมาช่วยในการขุดเอาทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุต่าง ๆ ขึ้นมาใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทองแดง ตะกั่ว เงิน ทอง และอื่น ๆ แต่กลับขาดความรู้และการคำนึงถึงเพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่หมดสภาพกลับไปใช้ใหม่หรือแปรรูปต่อไป
04 ปัญหาในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงาน การกำจัดขยะปัญหาทรัพยากรน้ำ ปัญหาพื้นที่ใช้สอย ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาการจัดการพลังงานและการกินไฟในดาต้าเซ็นเตอร์ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลระบบทั่วโลกต้องคำนึงถึงไปอีกหลายปี ถ้าคุณพิจารณาจริง ๆ แล้ว การใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์นั้นมีมากกว่าการใช้พลังงานภายในออฟฟิศกว่าถึง 30 เท่า
ในโร้ดแมป (Roadmap) ของไอบีเอ็มได้ออกแบบโดยคำนึงถึงการช่วยเหลือลูกค้าประหยัดเงินและประหยัดพลังาน เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่ช่วยในการลดจำนวนพื้นที่ที่ต้องใช้ในการติดตั้งอุปกรณ์ในดาต้าเซ็นเตอร์ได้กว่า 2 เท่า ทำให้สามารถติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น ในขณะที่ใช้พลังงานเท่าเดิม
05 รัฐบาลควรมีบทบาทอย่างไรเพื่อก้าวต่อไปของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม? ตัวอย่างหนึ่งที่สามารถอ้างอิงได้ว่า หน่วยงานของรัฐมีการตระหนักถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ก็คือหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติของแคนาดาได้จัดทำโปรแกรมผลตอบแทน เพื่อสนับสนุนการประหยัดพลังงานภายในอาคาร แต่อย่างไรก็ตามการจัดซื้ออุปกรณ์ไอทีที่ประหยัดพลังงาน และเปิดใช้งานฟีเจอร์เพื่อการประหยัดพลังงาน คงเทียบไม่ได้กับการปิดอุปกรณ์เมื่อไม่ใช้งาน ทั้งยังช่วยยืดอายุการทำงานของอุปกรณ์ด้วย
06 Bell พัฒนา Green Meeting Calculator เพื่อใช้งานอะไร และเพราะเหตุใดจึงต้องมีการพัฒนา Smart Meeting Guide ขึ้นมา? Green Meeting Calculator (http://www.services-bell.com/cal_co2/en/) เป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุน Smart Meeting Guide ซึ่งเป็นวิธีการหรือคำแนะนำในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการประชุมทางไกลภายในบริษัท เพื่อความสมดุลของการทำงานและการใช้ชีวิต หรือที่เรียกว่า Work/Life Balance นั่งเอง ซึ่งการการนำเอาผลิตภัณฑ์และบริการของ Bell มาใช้เพื่อลดภาระ ลดการเสียเวลา และลดความเครียดในการเดินทางเพื่อการประชุม และยังเป็นคำแนะนำเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานให้แก่พนักงาน
ในส่วนของ Green Meeting Calculator เป็นเครื่องมือที่ช่วยคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากพฤติกรรมการเดินทางไปประชุมในแบบและวิธีการต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าพฤติกรรมแบบไหนจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปริมาณมากกว่ากัน และสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยง
07 การประชุมทางไกลผ่านจอภาพวิดีโอ การเลือกเดินทางสีเขียว เหมาะกับการนำมาใช้งานภายในองค์กรจริงหรือไม่? เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการประชุมทางไกลผ่านจอภาพวิดีโอที่มีประสิทธิภาพนั้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของหลาย ๆ บริษัท โดยไม่ขึ้นอยู่กับขนาดของผู้ที่เข้าร่วมประชุม เทคโนโลยีดังกล่าวจะต้องเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้ง่าย ปรับแต่งค่าได้ง่าย จัดการได้ง่าย และทำงานอยู่บนมาตรฐานดังองค์กรผ่านเครือข่ายไอพีแอดเดรส โดยกินแบนด์วิดธ์ไม่มาก
เทคโนโลยี VolP เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วและสามารถทดแทนเทคโนโลยีการประชุมทางไกลผ่านจอภาพวิดีโอเดิมได้อย่างง่ายดาย จะเห็นได้จากปัจจุบันมีการใช้งาน MSN กันอย่างแพร่หลายทั้งในรูปแบบของการแชทและการใช้งานเป็น Telephone Call ควบคู่ไปกับการแสดงภาพวีดีโอและการแชร์ไฟล์ ทั้งนี้เพราะเป็นโปรแกรม VolP ที่สามารถนำมาใช้งานฟรีและใช้งานง่ายตรงไปตรงมา ในขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมของไทยก็นำโปรแกรม Camfrog มาใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเช่นกัน
08 บริษัทชั้นนำต่าง ๆ มีความกระตือรือร้นในการสร้างโลกสีเขียวแค่ไหน? ความเอาใจใส่และกระตือรือร้นของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ นั้นมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกเหนือจากช่วยโลกแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับองค์กร ในสภาวะที่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดตรงไหน นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางในการทำเงินของหลายบริษัทที่ก้าวมาสู่ธุรกิจพลังงานทดแทนอีกด้วย
09 ผู้ผลิตเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้แสดงออกให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในด้านสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด? คำถามนี้ตอบได้จากการที่บริษัทต่าง ๆ ได้ออกแคมเปญการสื่อสารมวลชนในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อชี้ให้ผู้คนเล็งเห็นถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับเสนอแนะวิธีการว่าสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นยังสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเราเอง เป็นต้น
10 บริษัท เลโนโว มีความพยายามและใส่สัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างโลกไอทีสีเขียวอย่างไร? เราคงไม่สามารถกล่าวอ้างถึงโครงการของกลุ่มกรีนพีซ (Greenpeace) ได้อย่างตรงไปตรงมามากนัก แต่เราสามารถกล่าวได้ว่าสิ่งที่ เลโนโว ได้ทำในฐานะบริษัทหนึ่งที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมนั้นกำลังอยู่ในสายตาของกลุ่มกรีนพีซ
ในช่วงตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เลโนโว ได้พัฒนาขึ้นมาในหลายขั้นเพื่อจะแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมยกตัวอย่างเช่น บริษัทได้นำโครงการในการรีไซเคิลมาใช้งานกับทุกประเทศที่ เลโนโว ทำธุรกิจร่วมด้วย อย่างในเดือนธันวาคมปี 2006 ในประเทศจีน บริษัทเลโนโว ได้ประกาศทำการรีไซเคิลอุปกรณ์ไอทีของตนเองให้กับผู้ใช้ทั่วไป สถาบันการศึกษา และธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ในส่วนของแคนาดาเอง บริษัท เลโนโว ได้ออกนโยบายในการรีไซเคิลนี้ในหลาย ๆ มลรัฐ โดยทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา มีโครงการให้ผู้ใช้สามารถนำอุปกรณ์ไอทีประเภทเดียวกันยี่ห้อใดก็ตามที่หมดสภาพแล้วมาแลกเป็นส่วนลดเพื่อใช้ในการซื้อผลิตภัณฑ์จาก เลโนโวได้ในราคาพิเศษ
นอกจากนี้ เลโนโว เองก็ยังประสบผลสำเร็จในการดูแลจัดการทางด้านเคมีอุปกรณ์ไอที โดยได้กำหนดมาตรการล่วงหน้าที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดทอนปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างเช่น การกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนที่จะขจัดสาร Brominated Flame Retardant (BFR) และสาร Polyvinyl Chloride (PVC) ออกไปจากสายการผลิตผลิตภัณฑ์ เพื่อลดมลพิษอันเกิดจากสารเคมีเหล่านี้ลง โดยจะกำจัดการใช้สารเคมีเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปภายในสิ้นปี 2009 ที่จะถึงนี้
11 กรีนดาต้าเซ็นเตอร์ (Green Datacenter) คืออะไรและเพราะเหตุใดจึงเป็นจุดสนใจที่บริษัทต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญ? ดาต้าเซ็นเตอร์นั้นเป็นพื้นที่ที่มีการใช้พลังงานและกินไฟมากที่สุดในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับไอที อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิดเช่น แบตเตอรี่ และ Metallic Oxide ที่ใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งบนเมนบอร์ด จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษเมื่อหมดสภาพและกลายเป็นขยะไอที ดังนั้น จึงเป็นที่มาหรือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกันเพื่อโลกไอทีสีเขียว ต้องให้ความพยายามและความร่วมมือกันอย่างมากของทุกหน่วยงาน เพื่อการดูแลดาต้าเซ็นเตอร์อย่างถูกต้อง
เมื่อไม่นานมานี้จากผลการสำรวจที่มีชื่อว่า Green Data Survey ของ Symantec พบว่า เพียงแค่ 49 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามตระหนักถึงนโยบายด้านการประหยัดพลังงานและการสร้างโลกสีเขียว และมีเพียง 1 ใน 7 พร้อมที่จะนำไปปฏิบัติในห้องดาต้าเซ็นเตอร์และในองค์กรของตน และมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้จัดการหน่วยงานไอทีภายในองค์กร เลือกที่จะสนับสนุนหรือมีแผนที่จะนำเอานโยบายเพื่อโลกสีเขียวนี้ไปปฏิบัติใช้งาน โดยเฉพาะเรื่องของการประหยัดพลังงานและการลดการใช้ไฟในห้องดาต้าเซ็นเตอร์
12 การเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกไอทีสีเขียวที่ลูกค้ากำลังมองหาอยู่นั้นเป็นอย่างไร? องค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งต่างให้ความสำคัญกับการดูแลจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตัวอย่างหนึ่งก็คือ การลดพื้นที่ของดาต้าเซ็นเตอร์ ติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการพื้นยกระดับในดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์ควบคุมอากาศ ตู้เก็บอุปกรณ์ การจัดวางเพดานเพื่อระบายความร้อน และการจัดการกับระบบปรับอากาศ
ตามปกติแล้วดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วไป เมื่อคุณไปเช่าพื้นที่วางอุปกรณ์พร้อมทั้งขอแหล่งจ่ายไฟด้วย คุณจะไม่ทราบได้เลยว่ากำลังไฟจริง ๆ ที่คุณใช้งานนั้นเป็นเท่าใด แต่หากมีวิธีจัดการที่ดีคุณสามารถทราบถึงอัตราการกินไฟของอุปกรณ์ได้ทันทีทำให้คุณสามารถปรับแต่งอุปกรณ์ที่นำมาวางเพื่อให้กินไฟได้อย่างเหมาะสม
13 ขั้นตอนในการให้องค์กรก้าวไปสู่ดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวต้องทำอย่างไร? มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องทำ โดยเริ่มต้นจากการลดจำนวนดาต้าเซ็นเตอร์ลง ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ช่วยให้คุณสามารถใช้งานอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ขั้นตอนถัดมา คือนำเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซซัน (Virtualization) มาใช้ เพื่อช่วยในการลดจำนวนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ลง และใช้งานเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เหลืออยู่ให้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่มีทรัพยากรของระบบเหลือทิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์ แต่กลับต้องจ่ายกระแสไฟหรือพลังงานเลี้ยงทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งานเหล่านั้นทั้งนี้ แอพพลิเคชันต่าง ๆ ยังคงทำงานของตัวเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้เช่นเดิม
สุดท้าย บริษัทใหญ่ ๆ หลายบริษัท มักมีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ไซต์สำรองหรือ Disaster Recovery Site เพื่อป้องกันในกรณีที่ดาต้าเซ็นเตอร์ไซต์หลักเกิดปัญหา แต่ทั้งนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ไซต์สำรองมักจะไม่ได้ใช้งานบ่อยนัก เนื่องจากจะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ไซต์หลักเกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น ดังนั้น เพื่อที่จะลดพลังงานและการกินไฟ รวมไปถึงลดพื้นที่ใช้สอยลง การเลือกจัดทำ Co-location สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ไซต์สำรองแทน น่าจะเป็นทางออกที่ดีและน่าสนใจ
14 จะมีการพัฒนาก้าวต่อไปอย่างไรสำหรับแหล่งจ่ายไฟและการจัดการพื้นที่เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างไรไม่คุ้มค่า? เงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่จำเป็นสำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการลดการสิ้นเปลืองพลังงาน เป็นปัจจัยเบื้องต้นสำหรับการสร้างโลกไอทีสีเขียว โดยโครงการ Server Virtualization ที่องค์กรหลายแห่งให้ความสนใจ มีเป้าหมายคือการช่วยลดจำนวนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ลงให้ได้เป็นอัตราส่วน 5:1 ซึ่งหมายถึง จำนวนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นฮาร์ดแวร์จริง ๆ ที่สามารถจับต้องได้เพียงแค่ 1 เครื่อง แต่สามารถเอาเครื่องเวอร์ชวลเซิร์ฟเวอร์ (Virtual Server) หรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนจำนวน 5 เครื่องมาแชร์การใช้งานทรัพยากรบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ฮาร์ดแวร์เพียงเครื่องเดียว แต่ยังคงได้ประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชันต่าง ๆ ยังเหมือนเดิม
การทำเช่นนี้จะสามารถช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานลงได้ถึงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ลดความต้องการอุปกรณ์ทำความเย็นสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่า คุณจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายที่จะต้องสูญเสียไปจากสิ่งเหล่านี้ได้มากทีเดียว
15 บริษัทต่าง ๆ ต้องการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียวเองจริงหรือ?
เป็นจุดที่ยากจะบอกได้ เพราะแน่นอนว่าปัญหาเรื่องของพลังงานเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ แต่เรื่องของการจัดการดาต้าเซ็นเตอร์เองก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากบริษัทต่าง ๆ เองด้วย
ซีไอโอ (CIO) หรือผู้บริหารเทคโนโลยีระดับสูง และผู้จัดการฝ่ายไอทีเองไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการจัดการเรื่องการใช้พลังงาน แต่ด้วยหน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายไอทีที่จะต้องพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ในความรับผิดชอบ จึงควรต้องเป็นผู้ริเริ่มและตระหนักถึงการประหยัดพลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยเช่นกัน ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ส่วนมากมักประสบปัญหาทางด้านพลังงานไม่เพียงพอเหมือน ๆ กัน เนื่องจากการเติบโตทางด้านไอทีและจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้บริการได้ทันกับธุรกิจที่ก้าวหน้าไปอย่างมาก
จึงเป็นโอกาสที่ผู้จัดการฝ่ายไอทีจะต้องแสดงให้เห็นถึงการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชันมาใช้ ซึ่งนอกจากคุณจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ยังสามารถช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นอีกด้วย
16 เพราะเหตุใดเทคโนโลยีเพื่อโลกสีเขียวจึงเป็นการลงทุนที่กำลังเติบโต และมีการพัฒนาไปอย่างมาก? จากที่ทั่วโลกกำลังมองหาเทคโนโลยีเพื่อความสะอาด ทำให้ในปี 2007 บริษัทต่าง ๆ มีการลงทุนเพื่อเทคโนโลยีนี้เพิ่มขึ้นถึง 35 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีเพื่อโลกสีเขียวในอนาคต แต่ในส่วนของภาครัฐเองยังไม่ได้รับการสนับสนุนกับการดำเนินการนี้อย่างจริงจังนัก เนื่องจากการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับบริษัทที่ดำเนินนโยบายนี้นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีการริเริ่มสร้างเทคโนโลยีเพื่อความสะอาดเช่นนี้
เทคโนโลยีเพื่อความสะอาดนี้ถึงแม้ว่ากำลังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่บริษัทต่าง ๆ ได้ริเริ่มและเห็นความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ
17 Green Grid มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการแก้ปัญหาทางด้านไอที จากการพัฒนาและโปรโมตการประหยัดพลังงานภายในดาต้าเซ็นเตอร์ มีหลายอย่างที่จะต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบและเมทริกซ์ที่แตกต่างกันเพื่อนำมาใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานให้เกิดขึ้นกับองค์กร แต่ที่สำคัญคือ การมีกระบวนการดำเนินการและการวัดผลที่เหมาะสมซึ่งการไปให้ถึงเป้าหมายเหล่านี้จึงต้องเริ่มต้นด้วย Green Grid
ซึ่งเป็นการรวมเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้งานเพื่อลดพลังงาน ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายต่างก็ให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Intel หรือ AMD หรือ ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ อย่างเช่น IBM, HP และ DELL รวมไปถึงผู้ผลิตซอฟต์แวร์อย่างไมโครซอฟท์ และ VMWare นอกจากนี้ ผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านแหล่งจ่ายไฟและความเย็นอย่าง APC ก็มีเทคโนโลยีในการประหยัดพลังงานด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น การเลือกใช้เทคโนโลยีจากผู้ผลิตเหล่านี้จึงสามารถช่วยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงานให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี
18 การลดการใช้พลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว หรือช่วยสร้างโลกสีเขียวได้ด้วย? สำหรับ AMD แล้ว การลดการใช้พลังงานนั้นเป็นการผลักดันให้เรารู้ว่าจะต้องขับเคลื่อนธุรกิจอย่างไร ในหลายปีที่ผ่านมา AMD ได้ตระหนักแล้วว่า ผู้ใช้ต้องการลดพลังงานและการใช้ไฟฟ้าลงตั้งแต่ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ไปจนถึงระดับเครื่องเดสก์ทอปธรรมดา จึงเกิดการออกแบบและเกิดสถาปัตยกรรมโพรเซสเซอร์ AMD ที่กินไฟต่ำขึ้นมา ซึ่งสามารถให้ค่าประสิทธิภาพการทำงานต่อกำลังวัตต์ที่ใช้งาน หรือ Performance-per-watt ดีเยี่ยม ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ AMD ช่วยผู้ใช้ประหยัดเงินและลดค่าไฟที่ต้องจ่ายอีกด้วย จึงทำให้ AMD ได้รับการตอบสนองที่ดีจากผู้ใช้
ด้วยคำมั่นสัญญาในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ AMD ซึ่งใช้แผนการดำเนินการที่เรียกว่า Global Climate Protection Plan ก็ทำให้ AMD มีส่วนในการช่วยลดปรากฎการณ์ก๊าซเรือนกระจก และสร้างโลกไอทีสีเขียวได้เป็นอย่างดี
19 การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ คือการคำนึงถึงบริษัทในแง่ของ Product Lifecycle และเป็นผลให้เกิดการรีไซเคิลต่อไปจริงหรือไม่? บางครั้งเราควรจะต้องถามตัวเองไม่ให้เพียงแต่จะถามว่า คุณรีไซเคิลอะไรได้บ้าง แต่ควรจะต้องถามตัวเองเพิ่มไปอีกว่า คุณจะรีไซเคิลอุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างไรด้วย เราสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวของเราเอง โดยการรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานที่สูงมาก ๆ เพื่อช่วยโลก
หากคุณลองเข้าไปยังเว็บไซต์ hp.ca/recycle คุณก็สามารถเข้าไปยังโปรแกรม Planet Partners ที่รวบรวมวิธีการรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า, การรีไซเคิลตลับหมึกอิงก์เจ็ตและเลเซอร์เจ็ต และการรีไซเคิลฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ซึ่งสามารถทำได้ฟรี ๆ โดยไม่ได้คิดถึงผลกำไร แต่ช่วยให้ HP สามารถสร้างแบรนด์ของสินค้าของตัวเองได้อีกทางหนึ่งด้วย
20 บริษัทต่าง ๆ กำลังทุ่มทุนในการนำพลังงานมาใช้ในดาต้าเซ็นตอร์ เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงหรือ? ถ้าพิจารณาดูให้ดีแล้วอาจมีอยู่ด้วยกัน 3 แนวโน้มที่เป็นไปได้ที่ทำให้เกิดพลังงานในปริมาณมหาศาลในดาต้าเซ็นเตอร์ได้
แนวโน้มแรกคือ การที่ผู้คนมีการซื้อเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น เนื่องมาจากความต้องการใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
แนวโน้มที่สอง มันเป็นความจริงที่เซิร์ฟเวอร์ในแต่ละรุ่นใหม่ ๆ ที่ผลิตออกมามีอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ มากมายขึ้น ทำให้ร้อนและใช้พลังงานมากขึ้น และแน่นอนที่ว่าเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ ๆ ที่ผลิตออกมาย่อมมีประสิทธิภาพสูงกว่าเซิร์ฟเวอร์รุ่นก่อน ๆ หน้าจึงจำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นตามไปด้วย
แนวโน้มที่สาม ค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อ 6-8 ปีก่อน ดาต้าเซ็นเตอร์ถูกสร้างขึ้นมา พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายทางด้านของพลังงานนั้น มีราคาเพียงแค่ 2-3 เซ็นต์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) แต่ผ่านไปเพียงแค่ 2-3 ปี ค่าใช้จ่ายทางด้านของพลังงานในแต่ละมลรัฐของสหรัฐอเมริกานั้นเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14-15 เซ็นต์ต่อปีเลยทีเดียว
ดังนั้น ขณะที่แต่ละอุตสาหกรรมและธุรกิจยังคงต้องพัฒนาและก้าวหน้าไปอีกไกลอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้การที่เราจะสร้างโลกไอทีสีเขียวอย่างสมบูรณ์แบบนั้น การนำพลังงานธรรมชาติที่มีอยู่และสามารถใช้งานได้ไม่หมดสิ้น รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อมเกิดผลดีอย่างมากมาย ทั้งยังส่งผลเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตอีกด้วย Eworld
หนังสือ Eworld Magazine No.200807 ประจำเดือนกรกฎาคม 2008 หน้า 99-104 |
|