ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
หลักปฏิบัติหนีตายรถก๊าซระเบิด

•...อิทธิกร เถกิงมหาโชค

ตูม !!! เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว...จากรถยนต์คันหรูที่เพิ่งแล่นอย่างโฉบเฉี่ยวเมื่อวินาทีก่อน แต่ตอนนี้รถสุดสวยยี่ห้อดังทั้งคันกลายเป็นเศษเหล็กที่ไหม้เกรียม ดำเป็นตอตะโก และฉีกขาดกระจุยกระจายไม่เหลือชิ้นดีจากแรงอัดในถังบรรจุก๊าซเชื้อเพลิงที่ฝากระโปรงหลัง

        ต้นเหตุของภาพสยอง...เปลวไฟลุกท่วมรถทั้งคัน มีคนขับดิ้นทุรนทุรายอยู่หลังพวงมาลัย จาก 1 เป็น 2 ศพ 5 ศพ 10 ศพ และนับอีกไม่ถ้วน!!!

        เหตุย่างสดด้วยระเบิด LPG ล่าสุด เกิดขึ้นที่ จ.บุรีรัมย์ กลางดึกวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.อ.ต.ปิยะชาติ ตรีพรไพรัช อายุ 30 ปี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ นรต.รุ่น 54 ต้องสังเวยชีวิตในซากรถเก๋งโตโยต้า รุ่นโคโรน่า ทะเบียน กค 9462 สระบุรี ซึ่งติดตั้งก๊าซ LPG ขนาด 100 กก. ทดแทนน้ำมัน หลังผู้กองหนุ่มขับรถพุ่งชนรถ 6 ล้อ ทะเบียน 81-0023 ศรีสะเกษ บนถนนโชคชัย-เดชอุดม กม.ที่ 81-82 ทำให้เกิดเพลิงไหม้รถทั้ง 2 คัน และนายตำรวจหนุ่มก็ถูกไฟย่างสดเสียชีวิตอย่างอนาถคาถนน

        ข้อมูลพื้นฐานของรถติดก๊าซ ต้องทราบว่า ก๊าซ LPG มีอุณหภูมิการติดไฟอยู่ที่ 480 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าก๊าซ CNG อยู่ที่ 650 องศาเซลเซียส แต่ขีดจำกัดในการติดไฟได้ 2-9% ขณะที่ก๊าซ CNG อยู่ที่ 5-15% เหตุที่ระเบิดเกิดจากสภาพการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่มีความร้อนจนเกิดประกายไฟทำให้มีพลังงานดันออกมามหาศาลจากถังก๊าซ LPG ขนาด 100 กก. ที่อยู่ท้ายรถ!!!

        นพ.ประวิทย์ ลิ้มควรสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน อธิบายไว้ว่า แค่มีแรงดันที่ 58-80 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว พบว่า 95% ก็ทำให้เสียชีวิตได้แล้ว ยิ่งหากถังก๊าซเกิดระเบิดขึ้น แรงดันขนาด 3,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จะเกิด “ช็อกเวฟ” ทำให้แก้วหูทะลุ ปอด ลำไส้แตก ไม่ต้องพูดถึงเศษสะเก็ดระเบิดจากชิ้นส่วนถังก๊าซ ชิ้นส่วนรถยนต์ เศษกระจก พุ่งเข้าใส่ไม่ต่างกับถูกยิงทะลุทะลวง ร่างกายจึงฉีกขาดอย่างทรมาน

        ถังก๊าซที่ติดอยู่ท้ายรถไม่ว่าขนาดเท่าไหร่ จึงกลายเป็น “ภัยเงียบ” คนที่ตัดสินใจเปลี่ยนรถยนต์มาติดถังก๊าซ LPG หรือ CNG คงรู้สึกเสียวสันหลังวาบไปตาม ๆ กัน แต่ไม่ว่าการใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติทั้งสองชนิดนี้ จะไม่มีมาตรการความปลอดภัยเอาเสียเลย เพราะหากเทียบกับอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นในปี 2550 จำนวน 100,773 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1.2 แสนราย หรือวันละเกือบ 33 คน ตัวเลขของเหตุรถติดตั้งก๊าซระเบิดยังมีไม่ถึง 1% เพียงแต่พอเกิดอุบัติเหตุเป็นข่าวกันครั้งหนึ่งผู้คนก็สนใจกันเพิ่มมากขึ้น

        ต้องไม่ลืมว่า ถังก๊าซรุ่นใหม่ ๆ จะเป็น “มัลติวาล์ว” คือ เปิด-ปิด การจ่ายก๊าซด้วยกระแสฟ้า เมื่อบิดกุญแจปิดหรือเครื่องยนต์ดับ วาล์วจะตัดการจ่ายก๊าซอัตโนมัติทำให้อุ่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่ก็อยู่ที่การเลือกถังก๊าซด้วย หากขี้เหนียวชอบใช้ “ของถูก” ก็เสียงตายมากหน่อย แต่ถ้าใช้ “ของแพง” แม้ไม่มีใครกล้าการันตีความปลอดภัย 100% แต่ก็เพิ่มความมั่นใจได้มากกว่าเดิมระดับหนึ่ง แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าค่าติดตั้งแพงหรือถูก เพราะแพงถูกไม่เกี่ยวหากติดตั้งไม่ได้มาตรฐานก็ย่อมเสี่ยงตายพอ ๆ กัน

        ปัจจุบัน ถังก๊าซในรถยนต์ทั้ง LPG และ CNG มี 3 แบบให้เลือก คือแบบถังโดนัต ถังกลม และถังแคปซูล การใช้งานแทบไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับเจ้าของรถชอบแบบไหนถังโดนัตไว้แทนที่ล้ออะไหล่ แต่ต้องรู้ไว้ด้วยว่าไม่ได้มาตรฐาน มอก.จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกไม่ได้ ถังกลม หน้าตาเหมือนถังแก๊สในครัว ถังแคปซูลก็คล้ายกัน แต่ยาวเป็นรูปเหมือนแคปซูลยา มีทั้งขนาด 58, 65, 75, 95 ลิตร หรือมากกว่านั้น

        ใครที่ตัดสินใจนำรถไปติดก๊าซแล้วหลักใหญ่ในการ “หนีตาย” ควรเริ่มจากการเลือกใช้อุปกรณ์ ตั้งแต่ตัดสินใจไปติดตั้ง และเลือกระบบที่ถูกต้องเหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์ใช้งาน อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องมีใบรับรองมาตรฐาน เช่น ISO 2000, ECE R 67-01 (00), มอก. ฯลฯ ที่สำคัญอุปกรณ์ควรเป็นของใหม่ทั้งหมดหากเป็นเครื่องยนต์ประเภทคาร์บูเรเตอร์ก็ควรเลือกใช้ระบบดูด (Mixer) เครื่องยนต์หัวฉีด ควรใช้ระบบหัวฉีดก๊าซ (Sequential Injection Control)

        สมาคมติดตั้งแก๊สไทย ยังออกมาตรฐานในการติดตั้งถึงก๊าซในรถยนต์เบื้องต้นไว้เป็นข้อสังเกตให้เจ้าของรถทราบด้วยว่า ถ้าใช้ถังมัลติวาล์ว ขนาด 48-55 ลิตร ต้องมีโซลินอยด์ที่คอถัง ถ้าไฟไม่จ่ายก๊าซไม่ไหล เมื่อดับเครื่องจอดอยู่ หรือถ้าท่อก๊าซรั่วและเครื่องดับก๊าซจะไม่ออกจากถังเลย

        ข้อสังเกตฝีมือของช่างติดตั้งก๊าซทั้งหลาย ต้องเจาะรูอย่างน้อย 5 หรือ 6 รู เพื่อยึดตัวถัง โดยเฉพาะรูที่ร้อยท่อโปโล จะใส่ยางกันขอบบาดท่อ และยิงซิลิโคนบาง ๆ รอบรูนอต เพื่อกระจายแรงกระชาก ต้องใช้ท่อก๊าซเป็นทองแดงอย่างหนา เบอร์ 18 หุ้มด้วยท่อยางทุกจุด ส่วนหม้อต้มควรเลือกหม้อต้มอิตาลีหรือตุรกีใหม่ มาตรฐานยุโรปสูงสุดคือ ECE R 67-01 (00) ให้ตรงตามแรงม้าหรือพื้นที่ติดตั้ง เพราะต้องทำงานภายใต้แรงดันสูง แบะมีตัวไส้กรองก๊าซแยกก่อนเข้าหม้อต้ม ต้องขันนอตยึดเข็มขัดรัดท่อทุกตัว ไม่ใช่แบบบีบหรือหนีบต้องเช็กการรั่วของก๊าซด้วย รวมทั้งใช้ฟองผงซักฟอกรีเช็กซ้ำอีกที

        แม้ว่ารถติดก๊าซจะไม่ระเบิดรายวัน แต่ นพ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพศึกษาพบว่า นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องอุปกรณ์ถังก๊าซและมาตรฐานในการติดตั้งแล้ว คนขับหรือเจ้าของรถต้องมีความรู้และเข้าใจในระบบก๊าซ ทั้ง LPG และ CNG ไว้บ้างก็พอจะเอาตัวรอดได้

        หลักความปลอดภัยท่องจำง่าย ๆ คือ ก๊าซ LPG หนักกว่า CNG เมื่อเกิดการรั่วไหลจะเกิดการสะสมตัวตามพื้นล่างสามารถลุกติดไฟได้ถ้าเกิดประกายไฟ รวมถึงขีดจำกัดการติดไฟและอุณหภูมิติดไฟต่ำกว่าก๊าซ CNG แต่ถ้าถังบรรจุมีมาตรฐานสูงก็ไว้ใจได้ มีทั้งถังแบบเป็นเหล็ก หรือภายในเป็นเหล็กหุ้มด้วยไฟเบอร์

        มีงานวิจัยยืนยันว่า ถังก๊าซมาตรฐานที่มีความหนา 200 บาร์ หากยิงด้วยปืนไรเฟิล จะมีแค่รูกระสุนทะลุและมีก๊าซพุ่งออกมาตามรู แต่ไม่เกิดระเบิด เพราะมีระบบวาล์วอัตโนมัติตัดก๊าซส่วนที่เหลือแต่ก็ต้องเฝ้าระวังปัญหาที่เกินคาดไว้ด้วยก็จะยิ่งเซฟตี

        ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกของอุบัติเหตุทางถนนทุกรูปแบบคือ คนขับรถด้วยความเร็วสูง ประมาท หรือมีอาการเมา ซึ่งมากกว่า 70% คือสาเหตุของอุบัติเหตุทางถนน งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ถ้าลดความเร็วจาก 110 กม./ชั่วโมง จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ 40%

        สิ่งสำคัญคือคนขับรถต้องใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนดจะช่วยลดความสูญเสียได้ เพราะแรงกระแทกจะน้อยลงโอกาสตายก็น้อยลงตามไปด้วย

        ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ คนขับรถติดลูกระเบิด พึงตั้งสติให้ดี ทันทีที่ขับรถไปชนท้ายคันอื่น หรือถูกคันอื่นพุ่งชนก็ตาม ต้องรีบจอดรถ ดึงเบรกมือ เปิดกระจกรถ รีบปิดสวิตช์กุญแจ และดึงกุญแจออกทันที เพื่อตัดระบบก๊าซออกถ้ามีถังดับเพลิงติดรถอยู่ให้เตรียมพร้อมเปิดฝากระโปรงหน้าและหลัง เพื่อสังเกตอาการผิดปกติการรั่วไหลของก๊าซ

        ในกรณีที่ใช้ถังมัลติวาล์ว จะปิดวาล์วเองโดยอัตโนมัติ ทันทีที่ปิดสวิตช์กุญแจเครื่องยนต์ รีบดึงฟิวส์ของระบบก๊าซข้างแบตเตอรี่ออกเพื่อตัดการทำงานของระบบจ่ายก๊าซ หากมีกลิ่นก๊าซหรือน้ำมันเชื้อเพลิงให้รีบออกห่างตัวถังรถทันที ที่สำคัญถ้ามีประกายไฟหรือเพลิงไหม้ให้รีบดับเพลิงทันที และโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินทาง 199 ให้เร็วที่สุด

        ถ้าไม่แน่ใจ ไม่มีความรู้พื้นฐานเบื้องต้น หลักการสำคัญที่ควรปฏิบัติก็คือต้องเอาชีวิตให้รอดก่อน ด้วยการถอยห่างจากรถให้มากที่สุด...อย่าไปเสียดายรถ!

        คู่มือ “หนีตาย” รถระเบิด เบื้องต้นเหล่านี้คงช่วยเตือนภัยได้บ้าง ขอแค่ผู้ใช้รถติดตั้งก๊าซล้านกว่าคันในปัจจุบันอย่าประมาท หมั่นบำรุงรักษาเครื่องยนต์และอุปกรณ์ถังก๊าซตามกำหนดก็จะยืดชีวิตได้อีกยาว....ไม่ต้องเสี่ยงตายเกรียม !! เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

        10 ขั้นตอนป้องกันภัยรถติดก๊าซ

1. ตรวจเช็กรถตามระยะกำหนดของรถแต่ละรุ่น ใช้น้ำหล่อเย็นตามคู่มือกำหนด
2. เลือกใช้น้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ที่ใช้ระบบก๊าซ (LPG หรือ CNG) เป็นเชื้อเพลิง
3. หมั่นทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
4. ตรวจเช็กข้อต่อก๊าซทุกจุด โดยใช้น้ำสบู่หรือผงซักฟอกหยอดที่ข้อต่อขณะเปิดใช้ระบบก๊าซ
5. เติมน้ำมันเชื้อเพลิงในถังอย่างน้อย 1/4 ถัง เพื่อใช้กรณีก๊าซหมด หรือระบบจ่ายขัดข้อง
6. เข้ารับบริการตรวจเช็กระบบก๊าซตามกำหนด
7. เริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ด้วยระบบน้ำมัน
8. ดับเครื่องยนต์ด้วยระบบน้ำมัน เพื่อให้น้ำมันเข้าสู่ระบบต่าง ๆ เช่น หัวฉีดน้ำมัน, กระบอกสูบ, ห้องเผาไหม้ ฯลฯ เพื่อไม่ให้ห้องเผาไหม้แห้งจนเกินไปจากการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง
9. ควรเติมก๊าซจากสถานีบริการที่มีมาตรฐานเท่านั้น
10. เมื่อหยุดใช้รถยนต์หลายวัน ควรปิดวาล์วมือหมุนที่ถังก๊าซป้องกันก๊าซรั่วที่ระบบวาล์วไฟฟ้าที่จุดอื่นบกพร่อง

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2551 หน้า A3
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้947
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1144
mod_vvisit_counterรายเดือน6821
mod_vvisit_counterทั้งหมด560936