ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
โลก
จะร้อนขึ้น
เมื่อมหาสมุทรดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลง

ลกจะร้อนยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หากมหาสมุทรไม่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญเอาไว้ส่วนหนึ่ง ทว่าขณะนี้นักวิทยาศาสตร์พบว่ามหาสมุทรใต้ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลง ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศสูงขึ้นกว่าที่เคยคาดกันไว้ นั่นหมายความว่าโลกจะร้อนขึ้นกว่าที่คาดกันไว้ด้วย

        ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเท่ากับ 280 ส่วนในล้านส่วน (ppm) แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 380 ppm จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) มีเป้าหมายที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกให้ต่ำกว่า 450 ppm ขณะที่ประเทศอุตสาหกรรมบางประเทศต้องการให้มีก๊าซเรือนกระจกในปริมาณ 550 ppm ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงของอากาศเชื่อว่า ปริมาณขนาดนี้เพียงพอที่จะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 5.5 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้น้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ละลายหมด และจะทำให้ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นถึง 6 เมตร

        ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศจะสูงกว่านี้และโลกก็จะร้อนกว่าที่เป็นอยู่ หากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ถูกดูดซับจากมหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตบนโลก

        ครึ่งหนึ่งของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยออกมาจะถูกดูดซับไว้โดยมหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตบนโลกในปริมาณที่พอ ๆ กัน

        มหาสมุทรจะดูดซับและเป็น “แอ่งเก็บกัก” ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกเก็บกักไว้บริเวณท้องทะเลลึก

        นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา มหาสมุทรของโลกดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยโดยมนุษย์ประมาณ 125 กิกะตัน

นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจมหาสมุทรใต้ (Antarctica’s Southern Ocean) มหาสมุทรที่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกาเป็นพิเศษเพราะมหาสมุทรแห่งนี้สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่โลกปล่อยออกมาได้ประมาณ 15% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมด

        นักวิทยาศาสตร์คาดว่าประสิทธิภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมหาสมุทรจะลดลงเมื่อถึงกลางศตวรรษที่ 21 หรือในอีก 40 ปีข้างหน้า

        แต่ขณะนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ผลการศึกษาโดยทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ นำโดย ดร.โครินเน เลอเควียร์ แห่งมหาวิทยาลัยอิสต์ แองเกลีย สหราชอาณาจักร ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร “Science” พบว่าประสิทธิภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมหาสมุทรใต้ลดลง

        ทีมนักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาโดยเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาและดูดซับจากธรรมชาติจาก 40 สถานีทั่วโลก เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งในจำนวนนี้ 11 สถานีอยู่ในบริเวณมหาสมุทรใต้และบริเวณรอบ ๆ

        โครินเน เลอ เคลียร์ เปิดเผยการค้นพบว่านับตั้งแต่เริ่มมีการสังเกตเมื่อปี 1981 ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่าการสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมหาสมุทรใต้ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย

        “เราพบว่าการเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมหาสมุทรใต้ไม่เปลี่ยนแปลงเลยในเวลา 24 ปี” เลอ เควียร์ กล่าว และว่า “สิ่งนี้น่าประหลาดใจ เพราะว่าในระหว่างช่วงเวลาเดียวกันนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกเพิ่มขึ้นถึง 40% ขณะที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น เราก็คาดหวังว่าการเก็บกักก็น่าจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย”

        นักวิทยาศาสตร์พบว่าสาเหตุที่มหาสมุทรใต้เก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงเกิดจากกระแสลมที่แรงขึ้นตั้งแต่ปี 1958 เป็นต้นมา ความแรงของกระแสลมทำให้น้ำทะเลไหลมารวมกันมากขึ้น และน้ำจะเย็นลงซึ่งจะทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมอยู่ใต้ทะเลลึกขึ้นมาอยู่บนผิน้ำ ทำให้มหาสมุทรใต้ไม่สามารถจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศได้มากขึ้น

        กระแสลมในมหาสมุทรใต้แรงขึ้นจากสองสาเหตุและเป็นผลย้อนกลับจากฝีมือของมนุษย์นั่นเอง

        าเหตุแรกคือ ปริมาณโอโซนในชั้นบรรยากาศเหนือขั้วโลกลดลง ทำให้บรรยากาศชั้นบนเย็นลง อากาศที่เย็นจะไหลลงต่ำทำให้เกิดกระแสอากาศหรือภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้บริเวณเขตร้อนมีอุณหภูมิสูงกว่ามหาสมุทรใต้มาก ความกดดันของอากาศที่แตกต่างกันทำให้กระแสลมแรงขึ้น

        เมื่อไม่นานมานี้การศึกษาน้ำแข็งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของอากาศเมื่อ 800,000 ปีก่อนพบว่าอุณหภูมิที่สูงในยุคนั้นได้ดูดเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากแอ่งเก็บกักของมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้จะเกิดกับโลกอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยที่สุดก็อีก 20 ปีข้างหน้า ทว่าวันนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

        โครินเน เลอ เควียร์ บอกว่า มันเป็นเรื่องที่ซีเรียส “โมเดลการพยากรณ์อากาศทั้งหมดพยากรณ์ว่าผลย้อนกลับแบบนี้จะดำเนินต่อไปและรุนแรงขึ้นตลอดทั้งศตวรรษนี้

        การสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมหาสมุทรยังมีผลอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ น้ำทะเลจะเป็นกรดมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณผิวน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล อย่างเช่น ปะการัง ซึ่งการศึกษาล่าสุดชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้จะเลวร้ายยิ่งขึ้นตลอดทศวรรษนี้

        พอล ฟราเชอร์ ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน CSIRO Marine and Atmospheric Research ของออสเตรเลียให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ระดับของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศในอนาคตจะสูงขึ้นกว่าที่ไอพีซีซีทำนายไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพราะในรายงานของไอพีซีซีไม่ได้ใช้ปัจจัยนี้ในการศึกษา

        นั่นหมายความว่า การควบคุมระดับของก๊าซเรือนกระจกให้อยู่ใต้ระดับหายนะจะบรรลุผลยากกว่าที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ และหนทางเดียวที่จะชดเชยการลดลงของการดูดซับของมหาสมุทรก็คือ การเพิ่มความพยายามของเราลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง


บัณฑิต คงอินทร์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
ฉบับวันเสาร์ที่26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2550
หน้า 19
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้258
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9295
mod_vvisit_counterทั้งหมด631297