ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
เปิดรายงาน “อาหารผีดิบ GMOs” อาละวาดทั่วโลก

        พืชดัดแปรพันธุกรรมหรือที่เรียกว่า “จีเอ็มโอ” กำลังเผชิญหน้ากับการต่อต้านมากขึ้น เมื่อกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เผย รายงานสถานการณ์ปนเปื้อนจีเอ็มโอ ประจำปี 2550 ที่จัดทำโดยกรีนพีซ (Greenpeace) และเจนวอตช์ (Genewatch) องค์กรในอังกฤษที่ติดตามตรวจสอบการปนเปื้อนจีเอ็มโอที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งในรายงานตอกย้ำชัดเจนว่า จีเอ็มโอควบคุมไม่ได้ มีเหตุการณ์ปนเปื้อนจีเอ็มโอเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รายงานดังกล่าวยังสวนทางกับข้อมูลทางฝ่ายสนับสนุนที่อ้างว่าโลกยอมรับจีเอ็มโอ เพราะจากการติดตามทำให้รู้ว่ามีการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งจากผู้บริโภค เกษตรกร รัฐบาล ท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมอาหาร

        ณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอรายงานดังกล่าวว่า ในปี 2550 พบเหตุการณ์ปนเปื้อนทั้งหมด 39 กรณี เป็นการปนเปื้อนจีเอ็มโอเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารที่เกิดขึ้น ได้แก่ ในอาหารคน 19 กรณี อาหารสัตว์ 7 กรณี และในเมล็ดพันธุ์ 2 กรณี ทำให้การปนเปื้อนทั้งหมดที่ถูกบันทึกจนถึงปัจจุบันมีจำนวนถึง 216 กรณีทั่วโลกเปื้อนทั้งหมดที่ถูกบันทึกจนถึงปัจจุบันมีจำนวนถึง 216 กรณีทั่วโลก

        นอกจากนั้นยังพบอีก 11 กรณี ที่เกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ การลักลอบขายปลาจีเอ็มโอ ซีบรา ดีโน (Zebra Dino) ทั้งหมด 4 กรณี อุบัติเหตุระหว่างการบรรทุกเมล็ดพันธุ์ทำน้ำมัน (Oilseed rape) ในประเทศญี่ปุ่นและในบราซิล ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ฝ้ายอีก 2 กรณี แล้วยังมีการปนเปื้อนจากแปลงทดลองออกสู่พื้นที่เกษตรกรในประเทศเยอรมนี เป็นเมล็ดพันธุ์ทำน้ำมันจีเอ็มโอและข้าวโพดจีเอ็มโอในประเทศไทย 2 กรณี อีก 3กรณีสุดท้าย ได้แก่ การปลูกถั่วเหลืองจีเอ็มโอผิดกฎหมายในประเทศโรมาเนีย การปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอผิดกฎหมายในเม็กซิโก และการพบข้าวโพดจีเอ็มโอในประเทศเปรู ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้มีการปลูกเพื่อการค้า

        ณัฐวิภาระบุ ที่ผ่านมาพบว่า ถึงแม้การจะเกิดเหตุการณ์ปนเปื้อนของจีเอ็มโอ ในอาหารคนและอาหารสัตว์รวมกันถึง 216 กรณีแต่ก็ไม่เคยมีการพิจารณาหรือแม้กระทั่งการสืบสวนหาสาเหตุและเอาผิดคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบการปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอเพิ่มขึ้นถึง 25% ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดในโลกที่อนุญาตให้ปลูกข้าวจีเอ็มโอเป็นการค้า

        “เห็นได้ชัดว่า ทั่วโลกกำลังเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของข้าวจีเอ็มโอ ประเทศไทยซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพของข้าวสูงมากประเทศหนึ่งในโลก และเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับต้นของโลกควรจะจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะไทยเองเผชิญเหตุการณ์การปนเปื้อนจีเอ็มโอมาแล้วถึง 3 ครั้ง ได้แก่ การปนเปื้อนของฝ้ายจีเอ็มโอ ปี 2538 มะละกอจีเอ็มโอ ปี 2547 และล่าสุดข้าวโพดจีเอ็มโอ ปี 2550” ณัฐวิภากล่าว

        ณัฐวิภากล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีแปลงทดลองจีเอ็มโอที่กำลังดำเนินการอยู่ และจ่อรอเพื่อทำการทดลองหลายพันแปลง ส่วนมากเป็นแปลงทดลองแบบเปิด ทำการทดลองมาแล้วหลายปี ซึ่งข้อมูลและรายละเอียดของการทดลองถูกเก็บไว้เป็นความลับด้วยเหตุผลทางการค้า

        “บริษัทที่ทำการทดลองจีเอ็มโอล้วนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลดังกล่าว ทั้งกับภาครัฐและผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้านความปลอดภัย” ณัฐวิภากล่าวและชี้อีกว่าตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านี้

        อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่าจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกรีนพีซและเจนวอตช์ พบเหตุการณ์ปนเปื้อนจีเอ็มโอ ที่มีสาเหตุมาจากการแปลงทดลองถึง 68 เหตุการณ์ ซึ่งพืชจีเอ็มโอจากแปลงทดลองนั้น ยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัย ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค มีหลายเหตุการณ์ในหลายประเทศที่มีการปนเปื้อนนั้นเกิดขึ้น

        ขณะที่ บริษัทข้ามชาติเจ้าของเทคโนโลยีจีเอ็มโอ กำลังพัฒนาและศึกษาวิจัยจีเอ็มโอ เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในการผลิตยาและเพื่อการอุตสาหกรรม หรือพืชจีเอ็มโอที่มีสารอาหารเพิ่มขึ้นหรือแม้กระทั่งพืชที่สามารถเจริญเติบโตในสภาพสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น ทนเค็มหรือทนแล้ง และไม่ว่าพืชจีเอ็มโอที่กำลังพัฒนาอยู่นั้น จะมุ่งเอาเพื่อการปลูกเชิงพาณิชย์หรือไม่ก็ตาม แต่การปนเปื้อนที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อาหารมนุษย์ และแพร่กระจายไปทั่วโลกนั้น ได้สร้างปัญหาและข้อกังวลต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม

        จากรายงานในปี 2550 พบการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอ ที่พัฒนามาเพื่อใช้ในการผลิตยาถึง 2 เหตุการณ์ นำมาซึ่งข้อวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้น ถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์ ดังนั้น ความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ อันเนื่องมากจากการปนเปื้อนจึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริง หากพิจารณาระบบในการควบคุมการปนเปื้อนจากสัตว์จีเอ็มโอนั้น เข้มงวดมากกว่าพืชจีเอ็มโอเพราะมีการจดบันทึกและให้หมายเลขกำกับสัตว์จีเอ็มโอทุกตัว และพื้นที่ที่ใช้ในการทดลองมีลักษณะเฉพาะ และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่สัตว์จีเอ็มโอจากแปลงทดลองจะหลุดลอกออกมาได้ แต่ท้ายที่สุดก็ยังพบการปนเปื้อนของสัตว์จีเอ็มโอเหล่านั้นในห่วงโซ่อาหารด้วยเช่นกัน ในรายงานฉบับนี้พบการปนเปื้อนของหมูจีเอ็มโอถึง 4 กรณี ข้อสันนิษฐานของกรณีดังกล่าว น่าจะมาจากเจ้าหน้าที่ในแปลงทดลองขาดความรับผิดชอบในการป้องกันการปนเปื้อนหรือมีการลักลอบนำออกมาจากแปลงทดลอง

        ผู้ประสานงานคนเดิมบอกว่า ที่ผ่านมามีมาตรการที่พยายามปิดทุกช่องทางของการปนเปื้อนจีเอ็มโอ ช่วงแรกมาตรการที่ออกมาหลังเกิดเหตุการณ์ปนเปื้อนเกิดขึ้น จากแปลงทดลองระบบเปิดก็ไปเน้นป้องกันที่แปลงทดลอง แต่ด้วยกระแสของผู้บริโภคที่ปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอรุนแรงมากขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยนและกำหนดมาตรการใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้นอีก เช่น กำหนดระยะห่างที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ หรือแม้กระทั่งการผสมในสายพันธุ์เดียวกัน ระหว่างพืชจีเอ็มโอกับพืชปกติ หรือการสร้างแนวป้องกันทางกายภาพ เพื่อป้องกันการย้ายละอองเกสรไม่ให้ปนกับพืชปกติ หรือเลือกใช้เฉพาะต้นที่ให้เกสรตัวผู้เท่านั้น เป็นต้น

        “แต่ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อป้องกันการปนเปื้อน แต่การปนเปื้อนก็ยังเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง กรีนพีซและเจนวอตช์ขอเรียกร้องว่า มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจัดให้มีกระบวนการในการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ ก่อนการอนุญาตให้มีการทดลองจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด และปลูกจีเอ็มโอเชิงพาณิชย์ และควรให้สารธารณชนตรวจสอบได้ และควรมีมาตรการระดับสากล ตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายจีเอ็มโอข้ามประเทศ” ณัฐวิภากล่าวและว่า นอกจากนี้รัฐบาลแต่ละประเทศยังควรงดการสนับสนุนบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีจีเอ็มโอเพราะบริษัทเหล่านี้มักล้มเหลวในการควบคุมการปนเปื้อนของจีเอ็มโอ

        “ทางออกที่เหมาะสมที่สุด คือ การยุติการทดลองจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักของการปนเปื้อนที่ควบคุมไม่ได้” ณัฐวิภากล่าว

        นอกจากนี้ เธอหยิบยกเหตุการณ์สำคัญ ๆ อย่างการปนเปื้อนข้าวโพดจีเอ็มโอในเม็กซิโก เม็กซิโกถือเป็นประเทศที่มีความหลากทางชีวภาพของข้าวโพดสูงประเทศหนึ่งในโลก และคนเม็กซิกันมีความภาคภูมิใจในพันธุ์ข้าวโพดของตน ขณะเดียวกันรัฐบาลเม็กซิโกก็สนับสนุนให้มีการอนุรักษ์และปกป้องพันธุ์ข้าวโพดไว้ เพื่อเป็นมรดกของประเทศ มีการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ข้าวโพดด้วยเช่นกันอย่างไรก็ตาม ถึงแม้เม็กซิโกจะมีพันธุ์ข้าวโพดที่หลากหลาย และสามารถผลิตข้าวโพดได้มาก แต่ก็มีการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นอาหารคนด้วยเหมือนกัน

        แต่ในปี 2544 เป็นปีแรกที่มีการรายงานว่า ข้าวโพดที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกานั้นปนเปื้อนจีเอ็มโอ เป็นข้าวโพดจีเอ็มโอต้านทานยาปราบวัชพืช และข้าวโพดจีเอ็มโอผลิตพิษฆ่าแมลง หลังจากนั้นมีงานวิจัยและรายงานจากหลายสถาบันที่ยืนยันว่า พบข้าวโพดจีเอ็มโอปนเปื้อนในเม็กซิโก ซึ่งการปนเปื้อนของข้าวโพดจีเอ็มโอเป็นประเด็นสังคมของคนเม็กซิโก เนื่องจากทำให้การเกษตรกรรมในประเทศมีความเสี่ยง และอาจเข้ามาเปลี่ยนวัฒนธรรมของประเทศได้

        แล้วยังมีการแพร่กระจายของปลาจีเอ็มโอ Fluorescent อย่างผิดกฎหมายในเดือนพฤศจิกายน ปี 2547 รัฐบาลอังกฤษได้รับการเตือนว่า มีปลาจีเอ็มโอนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย แต่ครั้งนั้นข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้าไม่ได้รับการเปิดเผยมากนัก แต่คาดการณ์ว่าปลาจีเอ็มโอดังกล่าว เป็นปลาจีเอ็มโอ Fluorescent Zebra Danio (Danio rerio) หลังจากนั้นก็ไม่มีข้อมูลหรือการสืบสวนต่อว่าปลาจีเอ็มโอดังกล่าวได้ถูกย้ายไปอยู่ที่ใดและจะจัดการอย่างไร

        ต่อมาในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2549 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าพบปลาจีเอ็มโอหลุดรอดออกไป และมีคำสั่งให้เก็บคืนปลาจีเอ็มโอดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ปลาจีเอ็มโอที่หลุดออกไปนั้นมีชื่อว่า Japanese killfish หรือที่รู้จักในชื่อ ปลา “Night Pearl” ซึ่งปลาดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นในประเทศไต้หวันและส่งออกไปยังญี่ปุ่น จากรายงานพบว่า ปลาเอ็มจีโอ Night Pearl กว่า 800 ตัว ได้ถูกส่งไปยังร้านขายสัตว์เลี้ยง 12 ร้านทั่วญี่ปุ่น ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้รับรายงานเช่นเดียวกันว่า พบปลาจีเอ็มโอวางขายในตลาดสัตว์เลี้ยงทั่วเนเธอร์แลนด์

        ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่น ๆ ก็พบการลักลอบขายปลาจีเอ็มโอ Zebra Danio ด้วยเช่นกัน เช่น ในประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และสาธารณรัฐเช็ก เป็นต้น ต่อมาในเดือนเมษายน 2550 พบการยืนยันว่า มีการนำปลาจีเอ็มโอ Zebra Danio ออกวางขายในตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศอังกฤษจริงและได้มีการออกประกาศเตือนไปยังผู้ประกอบการต่าง ๆ ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และมีการจับกุมผู้ประกอบการที่ละเมิดคำสั่ง และท้ายที่สุดในเดือนกรกฎาคม 2550 ประเทศนิวซีแลนด์ได้สั่งทำลายปลาจีเอ็มโอ Zebra Danio จำนวน 300 ตัว ซึ่งระบุว่านำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย

        อีกประเด็นที่มีนักวิเคราะห์ เป็นการตรวจหายีนจีเอ็มโอในคาโนลาหรือพืชให้น้ำมัน เธอบอกว่า การตรวจหายีนผิดธรรมชาติหรือจีเอ็มโอในคาโนลา ทำได้ยากและแทบเป็นไปไม่ได้เลย ทำให้ไม่สามารถที่จะแยกคาโนลาปกติออกจากคาโนลาจีเอ็มโอ ประเทศที่ปลูกคาโนลาจีเอ็มโอรายใหญ่ของโลก มีเพียงประเทศเดียวคือแคนาดา และด้วยความจริงที่ว่าพืชจีเอ็มโอควบคุมการปนเปื้อนไม่ได ทำให้คาโนลากว่า 90% ของประเทศแคนาดาที่ระบุว่า non-GMO นั้นปนเปื้อนจีเอ็มโอ

        สิ่งที่คาดไม่ถึง คือการปนเปื้อนของคาโนลาจีเอ็มโอจากประเทศแคนาดาได้แพร่กระจายไปถึงญี่ปุ่น ซึ่งได้นำเข้าเมล็ดคาโนลาจากแคนาดา และสาเหตุการปนเปื้อนมาจากกระบวนการขนส่งเมล็ดพันธุ์ ซึ่งถูกแพร่กระจายอยู่บริเวณท่าเรือ หรือตลอดเส้นทางที่ขนย้าย

        ในปี 2550 รัฐบาลเยอรมนี ก็พบการปนเปื้อนของคาโนลาจีเอ็มโอ ปนเปื้อนในแปลงคาโนลาของเกษตรกรราว 150 เฮกเตอร์ ซึ่งเป็นคาโนลาจีเอ็มโอชนิดต้านทานยาปราบวัชพืช ขายโดยบริษัทไบเออร์ภายใต้ชื่อ “ลิเบอร์ตี” ต่อมาประเทศเยอรมนีสั่งทำลายพื้นที่ปนเปื้อนจีเอ็มโออย่างเร่งด่วน แต่ไม่มีรายงานที่มาของการปนเปื้อนได้เลย

        ในรายงานฉบับนี้ยังสรุปว่า การปนเปื้อนจีเอ็มโอที่มีสาเหตุมาจากแปลงทดลองนั้น มีมากถึง 67 กรณี ซึ่งพืชจีเอ็มโอจากแปลงทดลองเหล่านี้มีความเสี่ยงสูง เพราะยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

        “ใน 67 กรณีที่เกิดขึ้นนั้น หลายเหตุการณ์เกิดข้นทั้งที่ประเทศนั้น ๆ มีกฎหมายในการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนจีเอ็มโอบังคับใช้อยู่” ณัฐวิภากล่าว

        พร้อมกับเรียกร้องให้ฟื้นมติคณะรัฐมนตรี 3เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองการปลูกพืชทุกชนิดในระดับไร่นา เพราะในยุครัฐบาลขิงแก่ยกเลิกมติดังกล่าว เมื่อเดือนธันวาคม 2550 ก่อนสิ้นวาระเพียงไม่กี่วัน โดยยืนยันหนักแน่นว่า การคงมติ ครม.ห้ามทดลองจีเอ็มโอในแปลงเปิด เป็นการทางออกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาความหลายหลายทางชีวภาพของไทยเอาไว้ ลดความเสี่ยงให้กับผู้บริโภคจากอาหารดิบ และเป็นหนทางปกป้องเกษตรกรรมไทย ที่กำลังถูกภัยจีเอ็มโอคุกคามไม่ต่างจากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

เหตุการณ์การปนเปื้อนจีเอ็มโอที่เกิดขึ้นในปี 2007

 ออสเตรีย

: รัฐบาลออสเตรียประเทศพบข้าวจีเอ็มโอ LL62 นำเข้าจากเมริกาวางขายในตลาด และยังพบ ข้าวจีเอ็มโอ LL601 ในออสเตรียจึงรายงานต่อสหภาพยุโรป

 บราซิล

: ฝ้ายเอ็มจีโอปลูกในรัฐปารานา พฤษภาคม 2007 เกิดการปนเปื้อนของฝ้ายจีเอ็มโอบริเวณถนนที่เชื่อมต่อระหว่าง นำมาซึ่งการเก็บตัวอย่างฝ้ายที่ถูกปลูกตามเส้นทางดังกล่าวเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนจีเอ็มโอ ภายหลังพบว่าฝ้ายจีเอ็มโอดังกล่าว เป็นฝ้ายบีทีและฝ้ายราวด์อัพเรดี้ ซึ่งทั้งสองเป็นฝ้ายจีเอ็มโอของมอนซานโต และไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูกในประเทศบราซิล

 บัลแกเรีย

: โปรตีนถั่วเหลืองปนเปื้อนจีเอ็มโอนำเข้าจากบราซิล และไม่สามารถระบุประเภทได้ รัฐบาลบัลกาเรียรายงานต่อสหภาพยุโรปว่า โปรตีนถั่วเหลืองที่นำเข้าจากต่างประเทศบราซิลปนเปื้อนจีเอ็มโอ แต่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นจีเอ็มโอชนิดใด

 แคนาดา

: พบข้าวจีเอ็มโอ LL601 โดยบริษัทไบเออร์ วางขายในแคนาดา กรีนพีซ ประเทศจีนสุ่มเก็บข้าวที่วางขายในตลาด เพื่อตรวจหาการปนเปื้อนจีเอ็มโอ และพบว่าข้าวดังกล่าวปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอ LL601 ซึ่งเป็นของบริษัทไบเออร์

 จีน

: ข้าวจีเอ็มโอ LL601 พบในซูเปอร์มาร์เก็ต ในเมืองปักกิ่ง กรีนพีซ ประเทศจีนสุ่มเก็บข้าวนำเข้าจากอเมริกา ที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงปักกิ่ง และพบว่าข้าวดังกล่าวปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอ LL601 ซึ่งข้าวดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตให้วางขายได้ และปัจจุบันก็ยังไม่มีการอนุญาตให้วางขายได้

 ไซปรัส

: อาหารสุนัขปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอ LL601 พบอาหารสุนัขที่นำเข้าจากอเมริกาปนเปื้อนข้าวจีเอ็มโอ LL601

 ไซปรัส

: ข้าวจีเอ็มผิดกฎหมายจากจีน รัฐบาลไซปรัสรายงานว่า พบ DNA จากข้าวจีเอ็มโอ Bt63ในโปรตีนจากข้าวที่นำเข้าจากจีน โดยพบว่าสินค้าดังกล่าวเข้ามาในยุโรปผ่านทางเนเธอร์แลนด์และสุดท้ายตรวจพบจีเอ็มโอในไซปรัส

 สาธารณรัฐเช็ก

: พบข้าวจีเอ็มโอ LL601

 ฟินแลนด์

: พบข้าวจีเอ็มโอ LL601

 ฟินแลนด์

: ข้าวโพดจีเอ็มโอที่ยังไม่รับการอนุมัติปนเปื้อนในอาหารแมว สหภาพยุโรปรายงานว่าพบอาหารแมวปนเปื้อนข้าวโพดจีเอ็มโอ “เฮอร์คิวแล็ก” วางขายในฟินแลนด์

 ฝรั่งเศส

: พบข้าวเมล็ดยาวปนเปื้อนจีเอ็มโอ พบข้าวเมล็ดยาวในล็อตข้าวที่นำเข้าจากอเมริกาปนเปื้อนจีเอ็มโอ

 เยอรมนี

: rapeseed จีเอ็มโอปนเปื้อนพื้นที่เกษตรกว่า 1500 เฮกเตอร์

 รัฐบาลเยอรมนี

: พบ rapeseed จีเอ็มโอจากแปลงทดลองปนเปื้อนสู่แปลงเกษตรกรเป็นวงกว้างกินพื้นที่ 1500 เฮกเตอร์ โดยไม่สามารถระบุถึงที่มาของการปนเปื้อนได้

 เยอรมนี

: พบมะละกอจีเอ็มโอ รัฐบาลเยอรมนีประกาศพบมะละกอจีเอ็มโอ ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ปลูกปนเปื้อน โดยมะละกอจีเอ็มโอดังกล่าวมาจากสหรัฐอเมริกา

 เยอรมนี

: ข้าวจีเอ็มโอจากประเทศจีนปนเปื้อนในเยอรมนี รัฐบาลเยอรมนีประกาศพบข้าว จีเอ็มโอ จากประเทศจีนปนเปื้อนในเส้นก๋วยเตี๋ยวที่นำเข้าจากประเทศจีน

 เยอรมนี

: ยืนยันการพบปลาจีเอ็มโอ พบการนำเข้าปลาจีเอ็มโออย่างผิดกฎหมาย โดยนำเข้ามาจาก อังกฤษ, เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ปลาจีเอ็มโอดังกล่าวเป็นปลาจีเอ็มโอที่มีชื่อทางการค้าว่า Coral Pink Danio ซึ่งถูกดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้สามารถผลิตโปรตีนผลูออเรสเซนต์สีเขียวและสีแดงได้ ถูกพัฒนาและจดสิทธิบัตรโดยห้องแล็บของมหาวิทยาลัยในประเทศสิงคโปร์

 เยอรมนี

: ข้าวจีเอ็มโอปนเปื้อน พบการปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอ LL601

 กรีซ

: ข้าว Bt63 จากจีนปนเปื้อนในกรีซ ข้าวจีเอ็มโอ Bt63 จากประเทศจีน

 อิตาลี

: ข้าวโพดจีเอ็มโอ “เฮอร์คิวแล็ก” ปนเปื้อนในอาหารแมว รัฐบาลอิตาลีรายงานสหภาพยุโรปว่าพบอาหารแมวปนเปื้อนข้าวโพดจีเอ็มโอ “เฮอร์คิวแล็ก” ซึ่งเป็นข้าวโพดจีเอ็มโอต้านทานยาปราบวัชพืช

 อเมริกา

: เมล็ดข้าวโพดอินทรีย์ปนเปื้อนจีเอ็มโอ บริษัทผลิตเมล็ดข้าวโพดอินทรีย์ที่ชื่อว่า Fedco Seeds ได้ตรวจพบข้าวโพดจีเอ็มโอปนเปื้อนในเมล็ดข้าวโพดอินทรีย์ของตน



ต า ร า ง ส รุ ป เ ห ตุ ก า ร ณ์ ป น เ ปื้ อ น จี เ อ็ ม โ อ
เ ฉ พ า ะ ที่ เ กิ ด จ า ก แ ป ล ง ท ด ล อ ง

  ประเทศ

ปี

  ชนิดจีเอ็มโอ

เหตุการณ์

  ออสเตรเลีย

2002

  ฝ้าย

  ฝ้ายจีเอ็มโอปนเปื้อนราวด์อัพเรดี้
  ปนเปื้อนจีเอ็มโอยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัย

  ออสเตรเลีย

2000

  ฝ้าย

  ฝ้ายพันธุ์จีเอ็มโอจากแปลงทดลองปนเปื้อนฝ้ายเอ็มจีโอ
  พันธุ์ปกติและฝ้ายจีเอ็มโอที่ได้รับอนุมัติให้ปลูกเพื่อการค้า
  ระหว่างการเก็บเกี่ยว

  ไทย

1999

  ฝ้าย

  พบฝ้ายจีเอ็มโอในแปลงของเกษตรกร ซึ่งขณะนั้นยังไม่มี
  การอนุญาตให้ปลูกฝ้ายจีเอ็มโอเชิงพาณิชย์แต่ได้รับอนุญาตให้
  ปลูกในแปลงทดลองเท่านั้น

  อเมริกา

2004
2006

 
  หญ้า

 
  หญ้าจีเอ็มโอราวด์อัพ เรดี้ หลุดออกจากแปลงทดลอง
  และพบหญ้าดังกล่าวขึ้นอยู่ในป่าธรรมชาติ

  เยอรมนี

1998

  ข้าวโพด

  ข้าวโพดจีเอ็มโอปนเปื้อนแปลงข้าวโพดเกษตรกร

  ไทย

2007

  ข้าวโพด

  ข้าวโพดจีเอ็มโอปนเปื้อนออกสู่แลงของเกษตรกร
  ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการอนุญาตให้ปลูกจีเอ็มโอเชิงพาณิชย์

  อเมริกาและ
  หลายประเทศ

 
2005

 
  ข้าวโพด

 
  พบข้าวโพดจีเอ็มโอของบริษัทซินเจนต้าจำนวนหลายร้อยตัน
  ซึ่งล้วนเป็นข้าวโพดที่ยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัย
  ถูกผลิตและแจกจ่ายออกไป ในปี 2001 และ 2004

  อเมริกา

2002

  ข้าวโพด

  ข้าวโพดจีเอ็มโอที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการวัคซีน ได้แพร่
  กระจายออกจากพื้นที่ทดลองและปนเปื้อนไปสู่แปลงเกษตรกร
  ใกล้เคียง และต่อมาแปลงของเกษตรกรดังกล่าวได้ถูกเก็บกู้
  และตัดทำลายข้าวโพดทั้งแปลง ปีถัดมาพบข้าวโพดจีเอ็มโอ
  ดังกล่าวปนเปื้อนไปกับถั่วเหลืองที่เตรียมนำไปผลิตเป็นอาหารคน

  แคนาดา

1997

  Oilseed rape
  คาโนลา
  Oilseed rape

 
  จีเอ็มโอของบริษัท Limagrain และ Monsanto ถูกเรียก
  กลับคืนเพราะปนเปื้อนด้วยยีนของจีเอ็มโอที่ยังไม่ผ่านการประเมิน
  ความปลอดภัย

  อังกฤษ

2002

  Oilseed rape
  คาโนลา

 
  พบ Oilseed rape จีเอ็มโอ ปนเปื้อนในฟาร์มของรัฐ

  ไต้หวัน

2003

  มะละกอ

  พบมะละกอจีเอ็มโอที่อยู่ระหว่างการทดลองและยังไม่ผ่าน
  การประเมินความปลอดภัยวางขายอยู่ในตลาด และคาดว่ามะละกอ
  ดังกล่าวจะหลุดออกมาจากแปลงทดลอง

  ไทย

2004

  มะละกอ

  พบการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอปนเปื้อนในแปลง
  ของเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการอนุญาตให้ปลูกจีเอ็ม
  โอเชิงพาณิชย์

  แคนาดา

2002
2004

 
  หมู

 
  พบการปนเปื้อนของหมูจีเอ็มโอ ในอาหารเลี้ยงสัตว์

  อเมริกา

2001
2003

 
  หมู

 
  พบหมูจีเอ็มโอปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารมนุษย์ กรณีแรกเกิดจาก
  การขโมยหมูจีเอ็มโอออกจากพื้นที่ทดลอง กรณีที่สองเกิด
  จากความละเลยของเจ้าหน้าที่ในห้องทดลอง ส่งผลให้หมู 386 ตัว
  ถูกนำไปฆ่า

  อเมริกา
  หลายชาติ

 
2006
ถึง 2007

 
 
  ข้าว

 
 
  ข้าวจีเอ็มโอจากสหรัฐ สายพันธุ์ LL601 และ LL62
  (พัฒนาโดยบริษัทไบเออร์) ปนเปื้อนในข้าวส่งออกไปยังหลาย
  ประเทศทั่วโลก ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์

  อังกฤษ

2000

  Sugar beet

  พบการปนเปื้อนของ Sugar Beet จีเอ็มโอที่ต้านทานยากำจัด
  วัชพืช จากแปลงทดลองของบริษัทแอวานติส

  อเมริกา

2003

  มะเขือเทศ

  นักวิทยาศาสตร์ส่งเมล็ดมะเขือเทศจีเอ็มโอโดยไม่ตั้งใจ
  ไปยังมหาวิทยาลัยในอเมริกาและประเทศอื่นๆ


หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ฉบับวันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ.2551 หน้า 4
 
< ก่อนหน้า
mod_vvisit_counterวันนี้936
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1144
mod_vvisit_counterรายเดือน6810
mod_vvisit_counterทั้งหมด560925