สมการแก้โลกร้อน (4)
จอห์น โฮลด์เรน หนึ่งใน 18นักวิทยาศาสตร์จากทั้งหมด 11 ประเทศที่เข้าร่วมประชุมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยการป้องกันและแก้ปัญหาโลกร้อน ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าวในที่ประชุมว่า "โลกจะต้องรวมพลังอย่างแข็งขันเพื่อหลีกเลี่ยงมหันตภัย”
“การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกเกิดขึ้นแล้ว มันเป็นจริง และเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงความรุนแรงนี้เพิ่มระดับมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างอย่างจริงจัง และต้องเริ่มกันเดี๋ยวนี้” โฮลด์เรนกล่าว
“โฮลด์เรน” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุอีกว่าผลสรุปของเรามีว่าถ้าโลกยังดำเนินกิจกรรมเฉกเช่นในอดีตเหมือนกับยุคอุตสาหกรรม ซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-2.5 องศาเซลเซียสแล้วละก็ เราจะต้องเผชิญกับอันตรายสุดสุด และผลกระทบอันรุนแรงกว่าจะควบคุมได้และเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่ง
การประชุมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงแห่งสหประชาชาติ (ไอพีซีซี) ว่าด้วยปัญหาโลกร้อน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันกิจกรรมของมนุษย์ทำให้โลกร้อนขึ้นอันเป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก
ในเวทีของ 18 นักวิทยาศาสตร์ ยังได้ข้อสรุปถึงการหาวิธีทำให้ความร้อนโลกลดระดับลงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
วิธีการอย่างแรกก็คือการคิดระบบภาษีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้กับทุกประเทศทั่วโลก (a global tax)
2. แคป แอนด์ เทรด (cap-and-trade) เป็นแนวคิดในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมตามแนวทางตลาดเสรี โดยใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจเพื่อลดการปล่อยมลพิษลง ตามแนวคิดนี้ จะกำหนดเพดาน (cap) ของจำนวนมลพิษที่บริษัทหรือประเทศสามารถปล่อยออกมา หากบริษัทหรือประเทศใดต้องการปล่อยมลพิษเกินเพดานที่กำหนดไว้จะต้องซื้อเครดิตการปล่อยมลพิษจากบริษัทหรือประเทศอื่นที่ปล่อยมลพิษน้อย การซื้อขายเครดิตนี้เองหรือเทรด ในความหมายของภาษาอังกฤษ
แต่ทั้งสองกรณียังเป็นข้อถกเถียงกันเพราะประเทศยักษ์ใหญ่ สหรัฐอเมริกาที่ปล่อยมลพิษมากที่สุดในโลก และออสเตรียไม่เห็นด้วย
สหรัฐตีสองหน้ากับกรณีแก้ภาวะโลกร้อนมาโดยตลอด
ตั้งแต่มีการประชุมว่าด้วย “การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก” ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2522 เป็นต้นมาชาวโลกได้เริ่มรับรู้ว่า ธรรมชาติเสียสมดุลแล้ว
เวลานั้น มีผลชี้ถึงสภาวะอากาศโลก เกิดความเพี้ยน ๆ เพราะแรงขับทางเศรษฐกิจทำให้มนุษย์ตัดไม้ทำลายป่ากันมโหฬาร การเติบโตทางอุตสาหกรรมและขยายตัวทางเศรษฐกิจทำให้เกิดการผลิต โรงงานนานาประเภทเร่งผลิตสินค้า ขณะที่เมืองมีการขยายตัว โรงงานรถยนต์ บ้านเรือนปล่อยก๊าซพิษ รวมไปถึงระบบนิเวศวิทยา เปลี่ยนจากการทำลายพัฒนาดังกล่าว
สหรัฐรู้ข้อมูลนี้เต็มอก ถ้าใครได้ดูหนัง An Inconvenient Truth นายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงเป็ตัวเอกในเรื่องได้วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของรัฐบาลนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายเล่นเกมเลี่ยงบาลีไม่ยอมร่วมผนึกกำลังร่วมกับประเทศอื่น ๆ อีก 140 ประเทศทั่วโลกทำตามข้อตกลงในพิธีสารเกี่ยวโต เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้อีก 5.2 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ.2555
รัฐบาลสหรัฐและบริษัทอเมริกันเกรงว่าหากทำตามข้อตกลงดังกล่าวแล้วจะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทั้งๆ ที่ข้อมูลของไอพีซีซี เมื่อปี 2531 ที่นำเสนอที่ประชุมสหประชาชาติเห็นว่าอัตราส่วนของก๊าซาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกสูงเกิน 350 ส่วนต่อล้านส่วนหรือพีพีเอ็ม (part per million)
ก่อนหน้านี้จะเกิดยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโลกมีแค่ 280 พีพีเอ็มเท่านั้น
วันนี้สภาพอากาศของโลกตกอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ผู้นำสหรัฐและออสซี่ยังแสดงบทเป็นไอ้เข้ขวางคลองเพราะนึกแต่ความร่ำรวยเพียงเท่านั้น
โดย ทวีศักดิ์ บุตรตัน
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
มติชนสุดสัปดาห์ , คอลัมน์สิ่งแวดล้อม. ฉบับประจำวันที่ 30 มี.ค. - 5 เม.ย. 2550 ปีที่ 27 ฉบับที่ 1389 , หน้า 76 |
|