พิมพ์ อีเมล์

น้ำมัน B10 สะดุด!!!

ช่วงนี้มีรายงานข่าวเกี่ยวกับพลังงานทดแทนออกมาแทบจะทุกวัน มีการพัฒนาน้ำมันสูตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง กระทั่ง คนในกระทรวงพลังงานก็ยังงงๆ ว่า มีน้ำมันประเภทไหนออกมาบ้าง ล่าสุด คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

ซึ่งเตรียมเปิดบริการในปลายเดือน ส.ค.นี้เริ่มต้น 1 ปั๊ม!!! ก่อนจะขยายเป็น 15 ปั๊ม ในอีก 3 เดือนข้างหน้า!!ถือว่าน้อยมากในโลกแห่งความเป็นจริง เพราะขนาดปั๊มเอ็นจีวีมี 200 ปั๊ม ยังได้ยินเสียงบ่นทุกวันว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างไรก็ตาม! แม้จะเพิ่มตั้งไข่ได้ปั๊มเดียว แต่ประวัติศาสตร์ก็ต้องจารึกว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เกิดขึ้นในยุครัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อสมัคร สุนทรเวช!?!นอกจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์พลังงานทดแทนอีกชนิด ที่รัฐบาลเร่งพัฒนาออกมาใช้ คือน้ำมันไบโอดีเซล!น้ำมันไบโอดีเซลเป็นส่วนผสมระหว่างน้ำมันดีเซลกับไขมัน พืช โดยพืชที่นำมาผสมกับน้ำมันดีเซลและให้ประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ คือ

ปาล์มน้ำมัน!จึงมีการนำปาล์มน้ำมันที่ปกติใช้ทำเป็นน้ำมันพืชประกอบอาหาร มาผสมกับน้ำมันดีเซล กลายเป็นน้ำมันไบโอดีเซล เช่น ผสม 2% เรียกว่า B2 ผสม 5% เรียกว่า B5 ถ้าผสม 10% ก็เรียกว่า B10นอกจากปาล์มน้ำมันแล้ว พืชอีกชนิดที่มีคุณสมบัตินำมาทำไบโอดีเซลได้ดี คือ..สบู่ดำ! แต่ยังมีการปลูกน้อยมาก ส่วนใหญ่ปลูกแซมตามพื้นที่ว่าง เช่น “หัวไร่ปลายนา” ทำให้ยังมีผลผลิตไม่มากพอ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเชิงพาณิชย์ จึงนิยมทำใช้กันเองในชุมชน เช่น ผสมกับน้ำมันดีเซลใช้ในรถไถนา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม!! การนำปาล์มน้ำมันมาเป็นส่วนผสมผลิตเป็นน้ำมันดีเซลจำนวนมาก ส่งผลให้บางช่วงเวลาเกิดภาวะผลปาล์มขาดแคลน กระทบกับการผลิตน้ำมันปาล์ม เช่นเมื่อช่วงต้นปีนี้ที่พ่อค้าขอปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์มขวดละ 5-10 บาท เนื่องจากผลปาล์มขึ้นราคา และรัฐบาลต้องอนุญาตให้นำเข้าผลปาล์มจากประเทศเพื่อนบ้าน เกิดวิกฤติโกลาหลอยู่พักใหญ่ กระทั่ง มีกระแสข่าวว่าโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลอาจล่มสลาย!!เนื่องจากโรงงานผลิต B100 ซึ่งเป็นกระบวนการนำผลปาล์มมาแปรรูป เพื่อขายให้กับบริษัทน้ำมันนำไปผสมในน้ำมันดีเซลทำเป็น B ประเภทต่างๆ เริ่มทยอยปิดโรงงานเพราะต้องใช้เงินซื้อผลปาล์มราคาแพง แต่พอมาขายเป็น B100 กลับได้ราคาต่ำกว่าทุน

อย่างไรก็ตาม!! เมื่อรัฐบาลอนุมัติให้นำเข้าผลปาล์มจำนวน 30,000 ตัน วิกฤติดังกล่าวก็ค่อยๆ เบาบาง และเมื่อถึงเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นฤดูที่ปาล์มใหม่ให้ผลผลิต ปัญหาดังกล่าวก็เริ่มคลี่คลาย กระทั่ง กลับสู่ภาวะปกติปัจจุบัน น้ำมันดีเซลในประเทศไทยจะมีส่วนผสมของไบโอ 2% หรือที่เรียกว่า B2 ตามกฎหมายบังคับใช้ ส่วน B5 นั้น เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการน้ำมันดีเซลราคาถูก และในอนาคตรัฐบาลมีความประสงค์จะผลักดัน B10 ออกมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแต่ทว่า!!! ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชน้ำมันกล่าวว่า อนาคต B10 นั้น คงเกิดได้ไม่ง่ายนัก

ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี เช่นเดียวกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ที่กว่าจะขยายได้ถึง 200 ปั๊ม ก็น่าจะใช้เวลาใกล้เคียงกันซึ่งเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับจำนวนปั๊มทั่ว ประเทศนับหมื่นแห่ง ที่เปิดให้บริการในปัจจุบันยังนับว่าน้อยมาก..มาก!ประเด็นหลักที่ทำให้ B10 มีอาการสะดุด ก็เพราะ..ไม่มีวัตถุดิบป้อนกำลังการผลิต!!เพราะวัตถุดิบที่มีในเวลานี้ ป้อนได้อย่างมากแค่ B5โดยพื้นที่สวนปาล์มส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ และพื้นที่เดิมเกือบ 100% เป็นการผลิตเพื่อนำไปผลิตน้ำมันพืชซึ่งเป็นอาหารของคนสิ่งที่นักวิเคราะห์ กังวลอย่างมาก คือ ถ้าไม่มีการจัดโซนนิ่งให้ชัดเจนแล้ว จะเกิด “จลาจล” เนื่องจากการแย่งอาหารระหว่าง “คน” กับ “รถ” ได้

น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร!! คนใช้เวลาบริโภคนับเดือน แต่รถสูบหมดแค่ภายใน 1 ชั่วโมง ล่าสุด!!! สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรหรือ สปก. จึงได้ออกมาจัดการจัดสรร “พื้นที่ใหม่” เพื่อปลูกปาล์ม จำนวน 2.5 ล้านไร่และสนับสนุนการปลูกปาล์มใน “พื้นที่เดิม” ทดแทนต้นปาล์มเก่าที่เริ่มให้ผลิตน้อยลง หรือทดแทนพืชสวนประเภทอื่นอีก 500,000 ไร่ รวมปริมาณปาล์มในพื้นที่ใหม่และพื้นที่เดิม 3 ล้านไร่ทั้งหมดนี้ จะเห็นผลเป็นรูปธรรมใน 5 ปีหรือทยอยปลูกปีละ 600,000 ไร่กระจายการปลูกไปในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยเปิดพื้นที่นำร่องก่อน 6 จังหวัด คือ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา และสุราษฎร์ธานี

แน่นอนว่า เมื่อ สปก. เข็นโครงการนี้ออกมา โรงงานผลิต B100 ต่างไชโย เพราะจะมีผลปาล์มป้อนกำลังการผลิตปั๊มน้ำมันก็โล่งใจ เพราะมีไบโอดีเซลบริการแน่
แต่แค่ B5 เท่านั้น!!!ไม่เพียงพอที่จะป้อนให้กับการผลิตน้ำมัน B10!  อย่างไรก็ตาม? รัฐบาลก็ฝันอยากทำ B10 หลังจาก B5 ประสบความสำเร็จ เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลให้มากที่สุดซึ่งทำได้ แต่ผลผลิตต้องไม่ใช่..ปาล์มน้ำมันอาจเป็นพืชชนิดอื่น เช่น สบู่ดำซึ่งไม่น่าจะดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 3-5 ปี เพราะฉะนั้น โครงการ B10 เลยเกิดอาการชะงักแต่ก็เป็นเรื่องดี เพราะทำให้ “น้ำมันพืช” ไม่ขาดตลาด!?!

Bangkok Today Newspaper Online
Tuesday, 19 Aug 2008

http://www.bangkok-today.com/bkk.content.php?bkk=1,1,2,25262

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้378
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1002
mod_vvisit_counterรายเดือน8940
mod_vvisit_counterทั้งหมด148689