เดือนเมษายน ร้อนทะลุปรอท
หนังสือเรียนวิชาภูมิศาสตร์เมื่อสมัยชั้นประถมปลาย สอนให้รู้ว่า "ฤดูกาล" เกิดขึ้นได้เพราะการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก
เมื่อโตขึ้นความรู้ภูมิศาสตร์ก็ขยายขึ้นตามลำดับ จากเพียงสาเหตุโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ก็จะรู้ว่าการหมุนของโลกต้องมีแกนเอียงประมาณ 23 องศา จากแนวตั้งของทางเดินรอบดวงอาทิตย์ด้วย และแกนของโลกจะชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ในอวกาศตลอดเวลาไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น ขั้วโลกเหนือจะชี้ไปทางดาวเหนือเสมอ
ในหนึ่งปีบริเวณหนึ่งจะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ในบางเวลามากกว่าในเวลาอื่น ช่วงที่เอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มากกว่า จะได้รับความร้อนมากกว่า และมีอุณหภูมิสูงขึ้น
ซึ่งสังเกตได้จากตำแหน่งของโลกที่สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ ในสี่ช่วงเวลาสำคัญของปี ณ ตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งบนโลก
พลังงานความร้อนที่ซีกโลกเหนือได้รับจากดวงอาทิตย์นั้นจะไม่เท่ากันตลอดปี จึงทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะแตกต่างกันไป ยิ่งพื้นที่บริเวณนั้นอยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรออกไปเท่าไหร่ ฤดูร้อนและฤดูหนาวที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งแตกต่างกันมากเท่านั้น
ยกเว้นบริเวณเส้นศูนย์สูตรมักจะร้อนอยู่เสมอ เพราะดวงอาทิตย์มักจะอยู่ตรงศีรษะ
สำหรับประเทศซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลก ปกติจะเป็นเขตร้อน แต่เนื่องจากลมมรสุมพัดผ่านเป็นประจำ ฤดูกาลจึงเปลี่ยนไปจากบริเวณอื่นๆ ของโลก กล่าวคือจะไม่มีฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ
แต่จะมีฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน
ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร และได้รับอิทธิพลลมมรสุม จึงทำให้มีฤดูกาลที่เด่นชัด 2 ฤดู คือ ฤดูฝน กับฤดูแล้ง สลับกัน
แต่สำหรับฤดูแล้งนั้น ถ้าพิจารณาให้ละเอียดสามารถแยกออกได้เป็น 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนกับฤดูหนาว
ดังนั้น จึงนับเป็น 3 ฤดู โดยฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์
ฤดูร้อนของไทย เริ่มประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม เป็นระยะที่ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ประเทศไทยจะเป็นประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ลำแสงของดวงอาทิตย์ จะตั้งฉากกับผิวพื้นโลกในเวลาเที่ยงวัน ทำให้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่
จึงทำให้สภาวะอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป
แต่ละปีที่ผ่านมาอากาศร้อนในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงตลอด โดยอุณหภูมิมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ล่าสุด จากการระบุของกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงเดือนมีนาคม 2550 อุณหภูมิสูงถึง 41 องศาเซลเซียส และช่วงวันที่ 1 เมษายน 2550 สูงถึง 41-42 องศาเซลเซียส ส่วนวันที่ร้อนที่สุดคือ วันที่ 28 เมษายน อุณหภูมิจะสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส ซึ่งในปีที่แล้วอุณหภูมิยังไม่ถึงขนาดนี้
ประเทศไทยเคยร้อนสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ อุณหภูมิวัดได้ 42.8 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2503 เป็นสถิติที่สูงที่สุดของประเทศ
ถึงกระนั้น ด้วยความเป็นประเทศที่อยู่ในเขตมรสุม ทำให้เมื่ออากาศร้อนจัด ก็จะเกิดลมแรงหรือพายุโซนร้อนเกิดขึ้น มีฝนลงมาดับร้อน จึงทำให้อยู่ได้โดยไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตเหมือนประเทศอื่นเขา
อย่างในประเทศอินเดีย ทางตอนบนแถบรัฐพิหาร รัฐอุตตรประเทศ ที่ชาวพุทธจากทั่วโลกนิยมไปกราบสักการะสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ด้วยอุณหภูมิที่ไต่ระดับขึ้นไปสูงถึง 48-50 องศาเซลเซียส ทำให้ต้องปิดประเทศเพราะไม่มีนักท่องเที่ยว โรงแรมทุกแห่งปิดหมด แม้แต่ประชาชนพลเมืองเองก็มีกิจกรรมอะไรไม่ได้ ต้องนั่งอยู่กับบ้านเฉยๆ
หรือฤดูร้อนที่โรงบัลเล่ต์บอลชอย ในมอสโก ประเทศรัสเซีย จะถือโอกาสปิดการแสดงให้ศิลปินได้พักผ่อน เพราะอากาศร้อนระเบิดนักแสดง-แสดงไม่ออก จะเปิดอีกทีก็เดือนกันยายน
ปีนี้ จากการที่อุณหภูมิมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก จึงได้ประกาศให้เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของขั้วโลกทั้งเหนือและใต้ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ทั้งพายุ และอากาศร้อนที่ผิดปกติ
"สมิทธ ธรรมสโรช" อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงเหตุที่อากาศร้อนจัดปีนี้ว่า เพราะเป็นหน้าร้อน แต่อีกสัก 2-3 วัน ทางภาคเหนือจะมีฝนตกฟ้าคะนอง ซึ่งคงจะทำให้อากาศเย็นขึ้น ดีขึ้น เพราะมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกำลังจะลงมาถึงภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้มีฝนตกทั่วไปในภาคเหนือ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
"ก่อนวันสงกรานต์เล็กน้อย สภาวะของอากาศจะดีขึ้น แจ่มใสขึ้น ไม่ร้อนอบอ้าว อาจจะมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นตามผิวดิน ประชาชนที่ขาดน้ำกินน้ำใช้ควรจะเก็บกักน้ำจากฝนที่จะตกก่อนวันสงกรานต์เอาไว้ด้วย
สำหรับอากาศร้อน จะเป็นอยู่ประมาณ 2-3 เดือน คือเดือนเมษายนจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม และปีนี้คาดว่าจะร้อนผิดปกติด้วย และพอหลังสงกรานต์ก็จะร้อนต่อไปเรื่อยๆ จนถึงต้นพฤษภาคม หรือกลางเดือนพฤษภาคม" นายสมิทธกล่าว
อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า เรื่องความร้อนก็เป็นปกติของหน้าร้อน แต่เรื่องที่ร้อนผิดปกติเป็นผลมาจาก ภาวะโลกร้อน เลยซ้ำเติมให้ร้อนยิ่งขึ้น
อุณหภูมิในประเทศไทยจะสูงกว่าปกติในบางจังหวัด เช่น ตาก อุตรดิตถ์ อาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส หรือมากกว่าอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"ผมคาดว่าอุณหภูมิต้องสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสแน่ๆ ช่วงสงกรานต์ถ้าไม่มีฝนตกก็จะอุณหภูมิสูงมาก โดยเฉพาะวันที่ 28 เมษายน เพราะดวงอาทิตย์เข้ามาใกล้ประเทศไทยมาก
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ถ้าไม่จริง ฝรั่งคงไม่กล้าเตือนหรอก มีการเตือนมาถึง 2 ครั้งแล้ว แต่เราก็ยังเฉยกันอยู่ ไม่เห็นทำอะไร ที่จริงผมศึกษาเรื่องนี้มา 20 กว่าปีแล้ว พยายามเตือนให้รัฐบาลหาทางป้องกัน แต่ก็ไม่มีใครทำ โดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วม จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับทะเล ติดกับปากอ่าว โอกาสที่น้ำท่วมจะมีมากภายใน 10-15 ปีนี้"
"...โลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลายระดับน้ำที่ต่างๆ จะสูงขึ้น ถ้าเราเตรียมไว้ก่อนก็ดี วิธีป้องกันคือต้องทำเขื่อน ทำคันกั้นน้ำ มีประตูระบายน้ำ เพราะสถานการณ์มันไม่ดี แล้วพื้นที่ติดทะเลหรือปากอ่าวก็กำลังทรุดตัวลงทุกขณะทุกๆ ปี เพราะฉะนั้น ก็ใกล้กับระดับน้ำทะเลเข้าไปเรื่อยๆ ควรหาทางป้องกัน ไม่ใช่ว่ารัฐบาลเดียวจะทำสำเร็จ มันต้องเป็นนโยบายระดับชาติทำต่อเนื่องกันไป ใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องทำ ต้องวางโครงการระดับชาติไว้เลย ไม่อย่างนั้นประชาชนไทยเดือดร้อนแน่..."
ส่วน สมชาย ใบม่วง ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ บอกว่า ในฤดูร้อนปีนี้ อุณหภูมิในช่วงเวลาเดียวกันสูงกว่าปีที่แล้ว
พร้อมอธิบายว่า ปัจจุบันภาคเหนือมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ในหลายจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เช่นเดียวกัน ตอนบนกับตอนล่างตอนนี้อุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส บางแห่งสูงถึง 42 องศาเซลเซียส
สำหรับภาคกลาง จ.นครสวรรค์ ตอนบนเริ่มร้อนแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 37-39 องศาเซลเซียส แต่ช่วงมีนาคมปีนี้ สูงถึง 41 องศาเซลเซียส ปีที่แล้วยังไม่ถึง
"ตามทฤษฎี ช่วงที่ดวงอาทิตย์ตรงกับประเทศไทยคือ วันที่ 28 เมษายน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นวันที่ร้อนที่สุด ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นมาสนับสนุน เช่นไม่มีเมฆมาบัง ไม่มีฝนตก ก็จะตรงตามทฤษฎี แต่ที่ผ่านมามีปัจจัยอื่นมาประกอบ จึงทำให้ไม่ร้อน ฉะนั้น วันที่ร้อนที่สุดในประเทศไทยอาจจะไม่ตรงกับวันที่ 28 เมษายน แต่ก็อยู่ในช่วงเดือนเมษายน" ผอ.กองพยากรณ์กล่าว
และยังกล่าวด้วยว่า ฤดูร้อนในเดือนเมษายนปีนี้จะมีช่วงที่เกิดพายุฤดูร้อนรุนแรงได้ทีเดียว เพราะมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทย อาจเกิดพายุลูกเห็บได้ในบางพื้นที่
"เพราะฉะนั้น จะเป็นอันตรายอันหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยตอนบนทั้งหมด ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีโอกาสเกิดได้สูง ให้ประชาชนคอยฟังประกาศเตือน และคอยติดตามข่าวจากกรมอุตุฯ และประชาชนต้องสำรวจความแข็งแรงของบ้านเรือน ตัวอาคารและต้นไม้ ปรับแต่งให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงอย่านำกระดิ่งมาแขวนคอ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้"
ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศบอกว่า อุณหภูมิสูงสุดนั้นสามารถเกิดได้ทุกที่ จากสถิติจะเกิดไล่ๆ กัน ประมาณ 40 องศาเซลเซียส กว่าๆ
"ช่วงอากาศร้อนปีนี้เป็นลักษณะที่ร้อนเป็นปกติ เพียงแต่ปีนี้อุณหภูมิสูงมากหน่อย เพราะมีองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ท้องฟ้ามีเมฆน้อย ฟ้าเปิด ทำให้แสงอาทิตย์ส่องมาถึงพื้นโลกมากหน่อย พื้นดินก็สะสมความร้อนไว้ตลอดเวลา และก็คายความร้อนออกมา เพราะฉะนั้นท้องฟ้าไม่มีเมฆมาปกคลุมและปิดบังจึงทำให้แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาทำให้โลกร้อนขึ้นมากกว่าปกติ"
คำชี้แจงทั้งหมดข้างต้น อาจจะทำให้เห็นถึงที่มาของอากาศร้อนในเมืองไทยว่าเป็นมาอย่างไร และต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้มาด้วย คือ ภาวะโลกที่ร้อนขึ้นมาก ซึ่งประการหลังนี้เป็นตัวการที่จะทำให้เกิดภัยพิบัติหลายอย่างตามมา
ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่เป็นโลกทั้งโลก
รัตติกร รัตนเจริญ นาฎนดา เฮงธนารักษ์ หนังสือพิมพ์มติชน : ประชาชื่น วันพุธที่ 11 เม.ย. 2550 แรม 9 ค่ำ เดือน 5 ปีจอ หน้า 33 |
|