|
|
|
สบู่ดำ (ตอนที่ 3) การใช้ประโยชน์จากสบู่ดำ การใช้น้ำมันสบู่ดำแทนน้ำมันดีเซล น้ำมันสบู่ดำสามารถละลายได้ดีในน้ำมันดีเซลและเบนซิน เมื่อเก็บไว้นานๆ ไม่มีการแยกชั้น ดังนั้น น้ำมันสบู่ดำจึงใช้ประโยชน์ในการผสมกับน้ำมันเบนซิน สำหรับเดินเครื่องยนต์เบนซินได้ดีอีกด้วย โดยปกติสิ่งที่นำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน น่าจะเป็นที่นิยมมากกว่าใช้แทนน้ำมันดีเซล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอุตสาหกรรม สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายก็คำนึงถึงการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง สำหรับผู้มีเครื่องยนต์เบนซินอยู่แล้วก็จะยอมรับแนวความคิดนี้ได้ง่าย ตารางที่ 1 เปรียบเทียบคุณสมบัติของน้ำมันดีเซลจากสบู่ดำและค่ามาตรฐานของยุโรป
ที่มา : ดัดแปลงจาก Gubitz และคณะ( 1999). Bioresource Technology 67 : 73-82. ข้อได้เปรียบของสบู่ดำเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับพลังงานชีวภาพอื่นๆ คือ จากลักษณะธรรมชาติในการเจริญเติบโตของต้นสบู่ดำ และผลการนำน้ำมันมาใช้ประโยชน์นั้น ได้แสดงให้เห็นว่า ต้นสบู่ดำสามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ดีในสภาพพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย ส่วนน้ำมันสบู่ดำสามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และน่าจะเป็นน้ำมันที่ใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลได้เช่นเดียวกับพืชน้ำมันและพืชทด แทนพลังงานอื่น ๆ เช่น ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ดังนั้นการใช้น้ำมันจากพืชนอกจากเป็นการลดมูลค่านำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และเป็นการลดต้นทุนให้กับเกษตรกรรวมถึงผู้บริโภคอื่น ๆ แล้ว ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากพืชให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่สามารถผลิตได้ในประเทศ เพื่อทดแทนการขาดแคลนพลังงานในอนาคตได้ และหากประเทศไทยสามารถผลิตไว้ใช้อย่างเพียงพอ อาจนำไปสู่การส่งออกเพื่อจำหน่ายได้ เช่นเดียวกับในหลาย ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมีนโยบายรักษาสภาพแวดล้อม โดยให้ใช้พลังงานทดแทนจากพืชและสัตว์ เพื่อผลิตเป็นไบโอดีเซล ไบโอแก๊ส และเอทานอล มาใช้กับเครื่องยนต์ในอนาคตอันใกล้นี้ แทนการใช้น้ำมันปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดไปและมีมลภาวะต่อสภาพแวดล้อมสูงกว่า อย่างไรก็ตาม มีรายงานพบว่า ในน้ำมันดีเซลมีองค์ประกอบของ PCA หรือโพลีไซคลิก อะโรเมติกส์ ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง ฉะนั้นหากมีการนำน้ำมันสบู่ดำไปใช้ประโยชน์กันมากขึ้นในอนาคต จึงควรมีการศึกษาเพื่อความปลอดภัยต่อไป การใช้ประโยชน์นอกจากน้ำมันเชื้อเพลิง • ประโยชน์ของสบู่ดำ ใบ ใบอ่อนสามารถนำมานึ่ง หรือต้มรับประทานได้อย่างปลอดภัย เปลือกไม ้สามารถนำ มาสกัดเอาแทนนิน (Tannin) ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนังได้ ลำต้น ตัดเป็นท่อนต้มน้ำให้เด็กกินแก้ซาง ตาลขโมย ตัดเเป็นท่อนแช่น้ำอาบแก้โรคพุพอง ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างและทำรั้วป้องกันสัตว์เลี้ยงเข้าทำลายผลผลิต ใช้เป็นฟืนและถ่าน ดอก เลี้ยงผึ้งเพื่อผลิตน้ำผึ้ง เมล็ด ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย กากเมล็ด ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากการหีบเอาน้ำมันไปใช้แล้ว จะนำมาอัดเป็นก้อน ตารางเปรียบเทียบธาตุอาหารหลัก กากสบู่ดำกับวัสดุชนิดอื่น ๆ
ใน เมล็ดสบู่ดำยังมีสารพิษรุนแรงและเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ คือ curcin, curcasin, phytosterols, resin และสารในกลุ่ม phorbol esters ทำให้มีผลต่อระบบทางเดินอาหารและการหายใจ จึงมีการสกัดสารจากเมล็ดไปใช้ประโยชน์เพื่อเป็นสารชีวภาพกำจัดแมลงได้อย่าง มีประสิทธิภาพ เช่น การลดการเข้าทำลายของหนอนเจาะต้นข้าว น้ำยาง จากก้านใบ รักษาโรคปากนกกระจอก ห้ามเลือด แก้ปวดฟัน แก้ลิ้นเป็นฝ้าขาว โดยผสมกับน้ำนมมารดา ป้ายลิ้น หรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น เบื่อปลา หรือเป็นของเล่น โดยเป่าน้ำยางสีขาวให้กลายเป็นฟองคล้ายฟองสบู่ ราก ใช้เป็นยาขับถ่ายพยาธิ น้ำมันเมล็ดของสบู่ดำ ประกอบไปด้วยน้ำมันประมาณ 35 – 40% เนื้อใน (kernels) ประมาณ 55 – 60% ดังนั้น “น้ำมัน” จึงเป็นผลผลิตที่สำคัญของสบู่ดำ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายประการ ดังนี้- ทำเครื่องสำอาง และถนอมผิว น้ำมันจากเมล็ดสามารถนำมาใช้ทาแก้โรคผิวหนัง หรือผิวหนังอักเสบรวมทั้งสามารถบรรเทาอาการปวดข้ออันเนื่องมาจากรูมาตอยด์ ได้ด้วยกรดไลโนอิคในน้ำมันเมล็ดในของสบู่ดำซึ่งมีอยู่ประมาณ 36% มีความน่าสนใจในการนำไปทำเป็นครีมถนอมผิว - สารเคมีกำจัดศัตรูพืช น้ำมัน และสารสกัดจากน้ำมันของสบู่ดำ สามารถนำมาใช้กำจัดศัตรูพืชได้ โดยมีตัวอย่างในการนำไปใช้ควบคุมแมลงศัตรูฝ้าย โดยเฉพาะหนอนเจาะสมอฝ้าย ศัตรูผัก มันฝรั่ง และข้าวโพด สารสกัดเมธานอล (Methanol extracts) จากสบู่ดำ ซึ่งประกอบด้วยสารพิษบางชนิด มีการทดลองนำมาใช้ในการควบคุมพยาธิในหอยที่นำมาบริโภค - สบู่ กลีเซอรีน ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากไบโอดีเซล สามารถนำมาทำสบู่ได้ ขณะเดียวกันน้ำมันจากสบู่ดำ ล้วน ๆ ก็นำมาทำสบู่ได้เช่นกัน โดยมีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก หรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน ในหนังสือ Wphysic nutW เขียนโดย Joachim Heller ที่พิมพ์เผยแพร่โดย IPGRI เมื่อปี ค.ศ. 1996 ได้กล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากสบู่ดำ ไว้ในทำนองเดียวกัน ดังนี้ - ใช้ทำยา ในหนังสือดังกล่าวระบุว่าทุกส่วนของต้นสบู่ดำ รวมทั้งเมล็ด ใบ และเปลือกไม้ ทั้งสดและ นำมาสกัดหรือต้ม สามารถนำมาทำยาพื้นบ้าน และยารักษาสัตว์ได้ โดยน้ำมันของ สบู่ดำมีฤทธิ์เป็น ยาระบาย และโดยทั่วไปนิยมนำมาใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง รวมทั้งใช้ ทาแก้ปวดในคนที่เป็นโรค รูมาติสซั่ม ใบนำมาต้มน้ำดื่มแก้ไอ และใช้ฆ่าเชื้อโรคภายหลัง การคลอด น้ำในเนื้อเยื่อของต้นสบู่ดำ นำมาใช้ห้ามเลือด -ใช้เป็นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช และพาราสิตของหอย สารสกัดจากส่วนต่าง ๆ ของต้นสบู่ดำมีศักยภาพ ในการกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะน้ำมันจากเมล็ด สารสกัดจากเมล็ด และฟอร์บอล เอสเตอร์ (Phorbol ester) จากน้ำมันสามารถนำมาควบคุมศัตรูพืชหลายชนิด ในหลายกรณีอย่างได้ผลดียิ่ง ทั้งในฝ้าย มันฝรั่ง พืชผัก ถั่วเขียว ข้าวโพด และข้าวฟ่าง น้ำที่สกัดจากใบของสบู่ดำ มีฤทธิ์ในการควบคุมเชื้อราที่เป็นพาหะนำโรคของพืชบางชนิด และมีผการทดลองจากห้องปฏิบัติการระบุว่าเมล็ดสบู่ดำที่บดเป็นผงสามารถทำให้หอยมีปฏิกิริยา ต่อต้านการอาศัยของพยาธิใบไม้ได้ อย่างไรก็ตามมีข้อมูลระบุว่า ในออสเตรเลียจัดให้สบู่ดำเป็น วัชพืช เนื่องจากมีการแพร่ขยายอย่างกว้างขวางทั่วโลก และเป็นพืชที่เมล็ดมีพิษ ซึ่งต้องมีการ ควบคุมการปลูก ทำสบู่ ในสมัยก่อน ใช้น้ำมันจากเมล็ดสบู่ดำในการผลิตสบู่เนื่องจากมีการปลูกและสกัดน้ำมัน จากเมล็ดเป็นจำนวนมากในแหลม Verde ปัจจุบันในประเทศมาลี ก็มีการผลิตสบู่ จากน้ำมันสบู่ดำใช้กันอย่างแพร่หลายในท้องถิ่น โดยการนำน้ำมันมาต้ม กับโซดา มีการทดลองในห้องปฏิบัติการของบริษัท ตาตา ออยล์ มิลล์ จำกัด (Tata oil Mills Co.Ltd.,) ในเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย โดยการนำส่วนผสมที่ประกอบด้วยน้ำมันสบู่ดำที่มีส่วนผสม ของไฮโดรเจน (Hydrogenated Physic nut) 75% น้ำมันสบู่ดำบริสุทธิ์ 15% และ น้ำมะพร้าว 10% ผลิตเป็นสบู่ที่มีฟองมีค่าความเป็นกลางใช้สำหรับทำความสะอาดร่างกาย การทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันสบู่ดำ ผลการทดสอบโดยใช้เครื่องยนต์ดีเซลด้วยน้ำมันสบู่ดำในเครื่องยนต์ 4 จังหวะ หลังเดินเครื่องครบ 1 , 000 ชั่วโมง พบว่า เครื่องยนต์ติดง่าย ปริมาณการใช้น้ำมันสบู่ดำเฉลี่ย 634 ซีซี/ชั่วโมง และน้ำมันดีเซลเฉลี่ย 653 ซีซี/ชั่วโมง ความสึกหรอของเสื้อสูบ ลูกสูบ แหวน ลิ้นหัวฉีดยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทดแทนน้ำมันออโต้ลูปในเครื่องยนต์ 2 จังหวะได้อีกด้วย หากผสมในอัตราส่วนน้ำมันออโต้ลูปและน้ำมันสบู่ดำไม่เกิน 20:1 ส่วนค่าควันดำของเครื่องยนต์ ในน้ำมันสบู่ดำเฉลี่ย 13.42% และน้ำมันดีเซลเฉลี่ย 13.67% ซึ่งไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 40% เช่นเดียวกับปริมาณคาร์บอนมอนนอกไซด์ เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันสบู่ดำเฉลี่ย 587 ppm และน้ำมันดีเซลเฉลี่ย 583 ppm ซึ่งทั้ง 2 ชนิดมีค่าต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 6% หรือ 60,000 ppm ทั้งนี้ขึ้นกับแรงม้าและจำนวนรอบของเครื่องยนต์ด้วย ผลการทดสอบปริมาณไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้น้ำมันสบู่ดำและน้ำมันดีเซล
ที่มา : ระพีพันธ์ และคณะ (2525) การสกัดน้ำมันสบู่ดำ
ที่มา: ศูนย์วิจัยพืชไร่นครราชสีมา ในเมล็ดสบู่ดำที่เก็บผลผลิตมาประมาณ 4 กิโลกรัม จะสกัดน้ำมันได้ 1 ลิตร หรือประมาณ 25-30% ของผลผลิต การสกัดน้ำมันอาจทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะให้ปริมาณน้ำมันแตกต่างกัน เช่น ในห้องปฏิบัติการ ใช้วิธีบดให้ละเอียด แล้วสกัดด้วยตัวทำละลาย ปิโตรเลียมอีเทอร์ จะได้น้ำมัน 34.96% จากเมล็ดรวมเปลือก และ 54.68% จากเนื้อเมล็ด ส่วนการสกัดด้วยระบบไฮดรอริคและระบบอัดเกลียว จะได้น้ำมันใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 25-30% และมีน้ำมันตกค้างในกาก 10-15% ในการสกัดต้องใช้ผลสบู่ดำแห้ง (ผลสีเหลืองถึงสีดำ) ที่แก่จากต้น นำมากะเทาะเปลือกออกให้เหลือเฉพาะเมล็ด นำไปล้างน้ำทำความสะอาดและผึ่งลมให้เมล็ดแห้ง ก่อนการสกัดน้ำมันด้วยระบบไฮดรอริกและระบบอัดเกลียว จะต้องนำเมล็ดมาทุบให้แตกหรือบดหยาบ แล้วนำไปเพิ่มความร้อน โดยการนำไปตากแดด หรือนึ่ง หรือนำเข้าตู้อบก่อนนำเข้าเครื่องสกัด เพื่อให้การสกัดน้ำมันกระทำได้งายขึ้น ทั้งนี้ น้ำมันที่ได้จากการสกัดจะต้องกรองสิ่งสกปรกออก หรือทิ้งให้ตกตะกอนก่อนนำไปใช้งาน และสามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลโดยไม่ต้องใช้น้ำมันชนิดอื่นผสมอีก ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันสบู่ดำ ทำให้เกษตรกรใช้งานได้สะดวกและไม่มีความยุ่งยาก ที่มา : สมบัติ,2548 ความเป็นพิษ ที่มา : ศูนย์สารสนเทศ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|







