|
|
|
เรื่องน่าคิด...มูลค่าสบู่ดำครบวงจร เรื่องจริงของความเป็นไปได้ในการปลูกสบู่ ดำในเมืองไทย ระยะเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาเรื่องของสบู่ดำแทบไม่มีใครพูดถึง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้กระแสสบู่ดำตูมตามจนยั้งไม่อยู่ เราคิดว่าการปลูกสบู่ดำนั้นไม่คุ้มโดยเฉพาะรายได้ของเกษตรกร จึงทำให้โครงการสบู่ดำถูกพับใส่แฟ้มหรือบางหน่วยงานก็ขยำทิ้งลงตะกร้าไป แต่เมื่อเร็วๆนี้กระแสสบู่ดำดังแบบเงียบๆขึ้นเป็นหย่อมๆในประเทศไทยว่าจะมี โครงการขนาดใหญ่ที่จะทำในประเทศไทย โดยบริษัทต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศออสเตรเลีย หรือญี่ปุ่นก็ตาม เขามีแนวคิดอย่างไรเกี่ยวกับสบู่ดำ ที่ว่าไม่คุ้มสำหรับประเทศไทยนั้นเขาคิดคำนวณอย่างไร...น่าสนใจ เรื่องของสบู่ดำนั้น ถ้าจะพูดไปแล้วก็น่าจะมีสิ่งที่เป็นความลับอยู่บ้างที่ผู้ทำงานด้านนี้รู้ จริง รู้แจ้ง การคำนวณเพียงว่าการปลูกสบู่ดำใน 1 ไร่ ได้น้ำมันเท่าไร ได้ผลผลิตเท่าไร ราคาน้ำมันเท่าไร อาจจะไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุน ความจริงต่างๆเหล่านี้น่าจะมีการคิดและวิเคราะห์และติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องของพลังงานนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญและใกล้ตัวที่สุด ที่ไม่ทำวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องทำ สบู่ดำจะไปรอด สบู่ดำจะมีทางออก หรือสบู่ดำจะถึงจุดจบต้องติดตามอย่างละเอียด โดยทั่วไปแล้วเรารู้จักสบู่ดำกันมาช้านาน พูดง่ายๆก็คือ ทั้งประเทศจะเห็นต้นสบู่ดำปลูกอยู่กระจัดกระจายในแต่ละพื้นที่ สบู่ดำดูเผินๆเหมือนพืชล้มลุกที่งอกมาจากเมล็ด แต่เมื่อเติบโตขึ้นก็จะมีขนาดใหญ่ซึ่งอาจสูงถึง 5 เมตรขึ้นไปเลยก็ได้ ส่วนอายุของต้นสบู่ดำนั้นจะยาวนานหลายสิบปี และถ้าถามว่าสบู่ดำจะมีความสูงเท่ากับต้นมะม่วงหรือไม่ ก็คงจะไม่ถึงขนาดนั้น แต่จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลักษณะเด่นของสบู่ดำ ก็คือ เมื่อต้นถูกตัดฟันก็จะมีการแตกกิ่งก้านใบ พูดง่ายๆก็คือ ตายยาก การออกดอกของสบู่ดำถือเป็นเรื่องที่จัดเป็นข้อด้อยในขณะนี้ เพราะการปลูกแบบปกติหลังจากปีแรกผ่านไปแล้ว สบู่ดำก็จะออกดอกตามฤดูกาลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการปลูกสบู่ดำในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะเห็นดอกที่ออกกัน มากในช่วงต้นฤดูฝน ใน 1 ต้นจะมีทั้งดอกตัวผู้ ดอกตัวเมียอยู่ในช่อเดียวกัน ใน 1 ช่อที่ออกอาจจะมีลูกหลายสิบลูก แต่ที่สำคัญก็คือ จะมีการทยอยสุก สังเกตได้จากลูกที่มีสีเหลือง อันนี้แหละที่นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเป็นข้อเสีย เพราะจะต้องเข้าไปเก็บลูกสบู่ดำ ในลักษณะการทยอยเก็บ ใน 1 ช่อหรือ 1 ดอก อาจมีอัตราการเก็บ 1-2 สัปดาห์ ข้อด้อยอีกประการหนึ่งของสบู่ดำก็คือ การที่สบู่ดำไม่มีการออกดอกในฤดูกาลอื่นจึงส่งผลให้ได้ผลผลิตต่อไร่ต่อปีต่ำ ซึ่งผลผลิตของสบู่ดำนั้นจะถูกถามมากที่สุดคือ จะได้ผลผลิตกี่กิโลกรัมต่อไร่ เรื่องนี้ถ้าจะพูดกันแล้วคงตอบยาก เพราะการปลูกมีหลายแบบ เช่น การปลูกในพื้นที่เต็มผืน ซึ่งจะมีระยะปลูกที่แตกต่างกันไป อันนี้ก็เป็นตัวแปรว่าจะได้ผลผลิตกี่กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี แน่นอนที่สุด คือ การปลูกระยะระหว่างแถวถี่ในปีแรกย่อมดีกว่าการปลูกระยะห่างอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้สบู่ดำเป็นพืชยืนต้นหลายสิบปี การกำหนดระยะปลูกก็เลยเป็นตัวแปรที่ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่อปีแตกต่างกัน การปลูกสบู่ดำอีกลักษณะหนึ่ง ที่อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้สบู่ดำแจ้งเกิดในประเทศไทยได้ คือ การปลูกสบู่ดำในที่ว่างเปล่า การปลูกสบู่ดำในที่ว่างเหลือจากการประกอบอาชีพ หรือการปลูกสบู่ดำตามริมถนนสองข้างทาง การที่จะกำหนดว่าผลผลิตต่อไร่เท่าไรก็คงคำนวณได้ยาก ลักษณะข้อด้อยที่บางคนบอกว่าสบู่ดำไปไม่รอดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เปอร์เซ็นต์น้ำมันในเมล็ดที่มีเพียง 25-30% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ที่ว่าต่ำมากก็เพราะว่าเป็นเปอร์เซ็นต์น้ำมันในเมล็ดแห้งที่ผ่านการตากแดดมา แล้ว 1-2 แดด ซึ่งจจะเป็นผลเนื่องมาจากการให้ผลผลิตต่อไร่ ถ้าจะสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรไทยในเรื่องของผลผลิตที่ชัดเจนมากขึ้นก็ คือ ผลผลิตที่ว่าได้กี่กิโลกรัม จะเป็นผลผลิตของเมล็ดที่แกะจากผลสบู่ดำแล้ว ซึ่งเป็นเมล็ดแห้งด้วยซ้ำไป การคำนวณปริมาณน้ำมันในเมล็ดจะเป็นการคิดจากน้ำหนักแห้งของเมล็ดที่ผ่านการ ตากแดดเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะพูดถึงเรื่องคุณภาพน้ำมันแล้ว สบู่ดำเป็นพืชน้ำมันที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อนำน้ำมันสบู่ดำมาแปรสภาพเป็นไบโอดีเซล ก็เท่ากับว่าเป็นการทำให้คุณภาพของน้ำมันดีขึ้น ถ้าคิดเพียงว่าปลูกสบู่ดำ 1 ไร่ จะได้ผลผลิตเท่าไร และเมื่อบีบน้ำมันแล้วได้น้ำมันสบู่ดำเท่าไร ก็ย่อมเป็นรายละเอียดที่ต้องคิดในเบื้องต้น แต่มิใช่เป็นผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวที่ผู้ประกอบการนำมาคิดคำนวณ เราจะมาคิดดูซิว่าเมื่อปลูกสบู่ดำลงไปแล้วจะได้ส่วนประกอบอื่นที่มีมูลค่า อีกหลายอย่างได้ ไม่เฉพาะแต่น้ำมันสบู่ดำเพียงอย่างเดียว ส่วนเหลือที่ไม่อยากให้เรียกว่าส่วนเหลืออีกต่อไป นั่นคือ เปลือกของผลสบู่ดำหลังการแกะหรือกะเทาะแยกจากเมล็ด ซึ่งเมื่อคิดเป็นสัดส่วนแล้ว ใน 1 ผลจะมีส่วนของเปลือกประมาณ 30-40% นอกจากในส่วนของเมล็ด ส่วนของเปลือกสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คือ การทำเป็นปุ๋ย โดยใช้การหมักเพราะเปลือกของลูกสบู่ดำนั้นย่อยง่าย หรืออาจนำเปลือกของผลสบู่ดำไปใช้เป็นวัตถุเชื้อเพลิงต่อไป ในส่วนต่างๆของเปลือกและกากนั้น จะคิดว่าเป็นเพียงส่วนเกินหรือเศษเหลือก็คงไม่ใช่ ทั้งนี้เพราะใน 1 ผล มีส่วนประกอบของเปลือกผลและกากน้ำมันเป็นจำนวนมาก การนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ก็เท่ากับว่าเป็นผลตอบแทนของการปลูกสบู่ดำนั้นเอง การจัดระบบสบู่ดำ...เรื่องสำคัญที่ต้องคิด การใช้ส่วนอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันสบู่ดำ การจัดระเบียบในชุมชนให้มีการนำเอากากของเมล็ดสบู่ดำไปใช้ทำปุ๋ย หรือทำเชื้อเพลิง ซึ่งมีมูลค่าเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ข้อดีในชุมชนที่มีศักยภาพมาก อาจมีการผลิตปุ๋ยจากวิสาหกิจชุมชนไว้ใช้เอง หรือถ้ามีเทคโนโลยีสูง ก็อาจมีการทำไฟฟ้าชุมชนที่ใช้วัตถุดิบจากเนื้อไม้สบู่ดำ กากสบู่ดำ เปลือกของสบู่ดำ ร่วมกับชีวมวลอื่นๆในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นขยะ แกลบ หรือเศษไม้ในชุมชน เรื่องของสบู่ดำนั้นจะเห็นได้ว่าเริ่มต้นก็มีกระแสแรงต่อมาก็แผ่วลง การจะทำสบู่ดำให้ถึงจุดหมายปลายทางคงต้องคิดทั้งระบบ ความลับในสบู่ดำความจริงแล้ว คือ ส่วนประกอบของสบู่ดำทุกส่วน และแนวคิดในการจัดระบบการทำสบู่ดำ เรื่องของสบู่ดำนั้นอาจจะมีคนสนใจมากขึ้นในอนาคต สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การคิดช้าย่อมมีผลเสียต่อโอกาสการทำพลังงานชุมชนและประเทศชาติ สนใจรายละเอียดคลิก kasetcity.com โดย ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์ |
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|






