พิมพ์ อีเมล์
สบู่ดำในต่างประเทศ

                                                          โดย...นายสุขสันต์  สุทธิผลไพบูลย์

        ตามประวัติในอดีตประมาณ 300 ปี นักเดินเรือทะเลพ่อค้าชาวโปรตุเกสได้นำเมล็ดท่อนพันธุ์สบู่ดำจากอเมริกากลาง ผ่านกลับมาเผยแพร่ส่งเสริมให้ปลูกกันในเขตร้อนชื้น กึ่งร้อนของทวีปเอเซีย อัฟริกา รวมทั้งประเทศไทยเหมือนกับแหล่งกำเนิดเดิม ในขณะที่เขตอากาศหนาวปลูกไม่ได้ เพื่อใช้น้ำมันสบู่ดำทำสบู่และใช้ส่วนต่างๆ ต้นสบู่ดำรักษาโรคได้หลายโรคด้วยกัน  ปี 2523  นายระพีพันธุ์  ภาสบุตร  เป็นคนไทยคนแรกที่คิดค้นนำน้ำมันสบู่ดำเป็นพลังงานทดแทนน้ำมันดีเซลและเบนซิน นายสุขสันต์ฯ และคณะนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตร ได้ร่วมกันดำเนินการเป็นผลสำเร็จครบวงจรระดับหนึ่ง ปี 2543 ราคาน้ำมันปิโตรเลียมสูงขึ้นมาก เราทั้งสองจึงได้นำผลงานมาเผยแพร่ทางบทความ วิทยุ โทรทัศน์ แต่ไม่ค่อยมีผู้สนใจเท่าไร ปี 2547 ธนาคารสมอง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้เงินสนับสนุนดำเนินงานโครงการนำร่องการส่งเสริมใช้น้ำมันสบู่ดำในไร่นา รวม 18 จุด ใน 10 จังหวัด ในอันที่จุดประกายสาธิตใช้น้ำมันดิบสบู่ดำ 100% สามารถเดินเครื่องยนต์ดีเซลบนรถไถนาได้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระชนม์มายุ 72 พรรษา พร้อมทั้งได้เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเหมือนกับปี 2543 สำหรับเกษตรกรเริ่มตื่นกันแล้วแต่ยังงัวเงียขี้ตา อาจเป็นเพราะรัฐบาลใช้เงินอุดหนุนไม่ขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ด้วยพระบารมีของพระองค์ทำให้พ่อค้า  นักธุรกิจ  ตื่นตัวสนใจที่จะลงทุนทำธุรกิจในด้านนี้แบบครบวงจร นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีน้ำมันสบู่ดำจะได้เกิดเสียที ทั้งๆ ที่จุดพลุมานานแล้วดังกล่าวข้างต้น

จากข้อมูลต่างประเทศเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการสบู่ดำในประเทศต่างๆ รวม 28 ประเทศ ได้แก่ อเมริกากลาง คือ เบไลท์ นิคารากัว ทวีปอัพริกา ได้แก่ เบนิน อียิปต์ เอธิโอเปีย กานา กีเนีย มาดากัสการ์ มาลาวี มาลี นามีเบีย เซเนกัล อัฟริกาใต้ โซมาเลีย ซูดาน แทนซาเนีย ตูนีเซีย อูกานดา  แซมเนีย  ซิมบับเว  ทวีปเอเชียคือ  เบอรินาฟาโซ  จีน  หมู่เกาะโคมอร์  อินเดีย  อินโดนีเซีย  เนปาล ปาบัวนิวกินี ศรีลังกา ซึ่งมีประเทศเยอรมนี ออสเตรเลีย เดนมาร์ค เนเธอร์แลนด์ รวมทั้งองค์การพัฒนาอุตสาหกรรม โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ องค์กรเอกชนต่างๆ ของหลายประเทศให้ความช่วยเหลือ จนถึงขณะนี้ทราบว่า อินเดียได้ดำเนินการในเรื่องสบู่ดำก้าวหน้ามากที่สุด โดยประธานาธิบดีของเขาให้ความสนใจมากถึงกับประกอบพิธีปลูกต้นสบู่ดำ รวมทั้งภาครัฐ เอกชน เกษตรกรร่วมมือร่วมใจวิจัยพัฒนาส่งเสริมปลูกต้นสบู่ดำนับล้านไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันปิโตรเลียมนับวันสูงขึ้นทุกที ในที่นี้ขอนำเรื่องราวของอินเดียเท่าที่หาได้ มาเสนอพอสรุปได้ดังนี้

อินเดียเป็นประเทศหนึ่งทางเกษตรกรรมที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ประสบปัญหาที่ร้ายแรงคือ ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งดินเปรี้ยวดินเค็มกับที่รกร้างว่างเปล่ารวม 394 ล้านไร่ โดยมีพืชและสัตว์นานาชนิด 45,000 ชนิด และ 77,000 ชนิด ตามลำดับ ตลอดจนการชะล้างพังทะลายของดิน การทำลายป่าไม้ ความแห้งแล้ง ปริมาณน้ำที่เคยมีอยู่มากก็ลดลง แรงงานเกษตรกรเหลือเฟือรายได้ต่ำ มีอาหารน้อยไม่พอบริโภค ปกติชาวอินเดียประมาณ 1,000 ล้านคน นิยมบริโภคน้ำมันพืชมากที่สุดในโลก ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนน้ำมันปิโตรเลียมนำเข้าถึง 70% ของความต้องการทั้งหมด รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของไบโอดีเซลอันเป็นพลังงานทดแทน  การที่จะพิจารณาพืชชนิดไหนเหมาะที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรมพาณิชย์ระหว่าง สบู่ดำ หยีน้ำ ต้นเนย ไม้ในวงศ์ป่า  สะเดา และต้นไม้ที่ให้น้ำมันอีก 20 ชนิด อาทิ ต้นกระทิง ยางพารา ต้นรัก พญาไร้ใบ มะพร้าว ต้นโฮโฮบา และอื่นๆ ไม่รวมปาล์มน้ำมันเพราะมีราคาถูกใช้บริโภคหมด เมื่อเปรียบเทียบในภาพรวมแล้ว สบู่ดำมีภาษีดีที่สุดในเรื่องปลูกง่ายขึ้นได้ดีทั้งในดินดีและดีเลวเสื่อมโทรมเจริญเติบโตรวดเร็ว ทนทานต่อความแห้งแล้ง มีปริมาณน้ำฝนเพียง 250 มม. ต่อปีก็ขึ้นได้ รวมทั้งในที่ที่ฝนตกชุกก็ปลูกได้ดีในที่ดอนน้ำไม่ท่วมขัง ขนาดทรงต้นเหมาะที่จะเก็บผลผลิตได้ง่ายในช่วงหมดฝนแล้ว ให้ผลผลิตต่อ 1 หน่วย พื้นที่มากกว่าพืชชนิดอื่น เมล็ดมีราคาถูก ในขณะที่มีปริมาณน้ำมันมากกว่าด้วย เมื่อแปรรูปเป็นไบโอดีเซลง่ายต่อการจัดการและเก็บรักษา ใช้เดินเครื่องยนต์ที่เผาไหม้สมบูรณ์ สะอาด ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์แต่อย่างใด ทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์อีกด้วย ในที่สุดจึงจัดสบู่ดำอยู่ในอันดับแรก ซึ่งเริ่มต้นปลูกสบู่ดำตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา ปัจจุบันพื้นที่ปลูกนับรวมหลายล้านไร่ ได้แก่ แคว้นมัธยประเทศ มหารัชตะ กูจารัช อันตรประเทศ โอริสสา อุตรประเทศ พิหาร และอื่นๆ

เมื่อเดือนเมษายน 2546 คณะกรรมการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพในคณะกรรมการวางแผนแห่งชาติ ได้แนะนำให้ใช้น้ำมันไบโอดีเซลทดแทนน้ำมันดีเซล 20% ของความต้องการทั้งหมด โดยการประสานงานระหว่างกระทรวงปิโตรเลียม กระทรวงพัฒนาชนบท กระทรวงแก้ไขความยากจนและสิ่งแวดล้อม วัตถุประสงค์คือ จะปลูกสบู่ดำเนื้อที่ 69 ล้านไร่ เพื่อผสมกับน้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันไบโอดีเซล 13 ล้านตัน ในปี 2556 จากน้ำมันสบู่ดำเป็นส่วนใหญ่และน้ำมันหยีน้ำเป็นส่วนน้อย การวิจัยและพัฒนาไบโอดีเซลที่ดำเนินการมีดังนี้

        1.  การปรับปรุงทางพันธุกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพและปริมาณน้ำมัน โครงการนี้จะได้จำแนกพืชแต่ละชนิด มาตรฐานของเรือนเพาะชำ ได้แก่ พรรณไม้ เมล็ด การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

        2.  ข้อมูลทางวิชาการสำหรับวิธีการปลูก จำนวนต้นที่ปลูกต่อพื้นที่ การใช้ปุ๋ย การเขตกรรม และอื่นๆ

        3.  การวิจัยปลูกพืชแซม วนเกษตร และป่าไม้

        4.  การปฏิบัติทางเทคโนโลยีมาสู่เกษตรกรระดับรากหญ้า

        5.  ขบวนการทางเทคนิคต่างๆ รวมทั้งไบโอดีเซลและการใช้ผลิตผลพลอยได้

        6.  การใช้ประโยชน์น้ำมันต่างๆ และการผสมกับน้ำมันดีเซล รวมทั้งการใช้สารพิเศษถ้าจำเป็น

        7.  การผสมน้ำมัน การเก็บรักษา และการขนส่งน้ำมันไบโอดีเซล

        8.  การพัฒนาดัดแปลงเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับไบโอดีเซลจากน้ำมันสบู่ดำ

        9.  การค้าและการตลาดน้ำมันไบโอดีเซล

ส่วนการให้หน่วยงานดำเนินการ ได้แก่

        1.  มหาวิทยาลัยเกษตรแคว้นปัญจาบ

        2.  วิทยาลัยพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรคอนอตอร์ ทางใต้ของอินเดีย  ดำเนินกิจกรรมผลิตไบโอดีเซล 250 ลิตรต่อวัน

        3.  สถาบันน้ำมันปิโตรเลียม

        4.  สถาบันเทคโนโลยีทางเคมีแห่งชาติ

        5.  สถาบันเทคโนโลยีของอินเดีย (นิวเดลีและมัทราส)

        6.  องค์กรน้ำมันของอินเดียที่จะผลิตไบโอดีเซล  60 กก. ต่อวัน ที่ฟาราบัด

        7.  มหินทราและมหินทรา ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถแทรคเตอร์จากโรงงานนำร่องที่มุมไบ

        8.  การรถไฟอินเดียได้ปลูกต้นสบู่ดำสองข้างทางรถไฟ เพื่อผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลทดแทนใช้เดินหัวรถจักร

ข้อมูลและประโยชน์สบู่ดำเท่าที่รวบรวมได้  มีดังนี้

        1.  ต้นสบู่ดำมีรากแก้วยาวลึกที่ดูดดึงแร่ธาตุอาหารพืชมาอยู่ที่ผิวดิน ซึ่งช่วยแก้ไขสภาพดินเสื่อมโทรมได้

        2.  ปลูกต้นสบู่ดำเป็นแนว ใช้ป้องกันน้ำชะล้างพังทะลายของดินและลมพายุ ทะเลทรายมืดฟ้าดินช่วงละหลายวัน โดยไม่เห็นดวงอาทิตย์

        3.  ถ้าปลูกในทะเลทราย จะช่วยให้อากาศมีความชุ่มชื้นมากขึ้น

        4.  ใช้ใบสบู่ดำเลี้ยงไหมป่าอีรี่

        5.  ที่ประเทศมาลีและอื่นๆ ในอัฟริกา ปลูกเป็นรั้วป้องกันสัตว์เลี้ยงเข้า ทำลายพืชผลที่ปลูกไว้

        6.  ที่หมู่เกาะโคโมร์ ปาปัวนิวกินี อูกานด้า ใช้ต้นสบู่ดำเป็นไม้หลักยึดต้นวานิลา ในเม็กซิโกใช้ต้นสบู่ดำเลี้ยงครั่ง

        7.  ในคิวบาใช้ต้นสบู่ดำเป็นไม้ให้ร่มเงากับต้นกาแฟ

        8.  ใช้กากเมล็ดสบู่ดำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ใส่ต้นไม้เจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตสูง

        9.  สารธรรมชาติจากสบู่ดำ ใช้ป้องกันโรคพืชและกำจัดแมลงศัตรูพืชได้

       10.   ไบโอดีเซลจากน้ำมันสบู่ดำ ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่ต้องดัดแปลงแต่อย่างใด และช่วยยืดอายุการใช้งานอีกด้วย

       11.   สรรพคุณทางยาในการรักษาโรค เมล็ดในส่วนเจือจางใช้แก้ท้องผูก ยางใสใช้ห้ามเลือด ใบชงเป็นชาแก้ไข้มาเลเรีย

       12.   ด้านสัตวแพทย์ นำส่วนต่างๆ ต้นสบู่ดำใช้กำจัดเห็บ เหาในสัตว์เลี้ยง

       13.   ในชนบทที่ห่างไกลของอินเดีย และประเทศต่างๆในอัฟริกาใช้น้ำมันสบู่ดำทำสบู่ กับจุดให้แสงสว่างในยามค่ำคืน

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่า อินเดียก้าวหน้ามากที่สุดใน 26 ประเทศ ซึ่งมีองค์กรเอกชนต่างประเทศช่วยเหลือ อาทิ โครงการไบโอดีเซลน้ำมันสบู่ดำของ Daimler Chrysles จากเยอรมนี เท่าที่ทราบได้ใช้ไบโอดีเซลนี้ทดสอบกับรถยนต์ดีเซลนับแสนกิโลเมตร เราเสียเวลาไปแล้ว 20 ปี น่าจะได้เดินทางลัดให้ทันเขาไม่ต้องอายเสียหน้า


ที่มา : โดย ธนาคารสมอง (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
URL : http://brainbank.nesdb.go.th/data/%E0%B8%98%E0%B8%84%E0%B8%AA/%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8.htm

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้935
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1144
mod_vvisit_counterรายเดือน6809
mod_vvisit_counterทั้งหมด560924