|
คำแนะนำผู้ประกอบการเพาะกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพันธุ์พืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ปาล์มน้ำมันได้ถูกประกาศให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม โดย พระราชบัญญัติพันธุ์พืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2541 ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดและชื่อพันธุ์เมล็ดพันธุ์ให้เป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุม ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ในลำดับที่ 28 ขณะเดียวกันได้ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐาน คุณภาพ และวิธีเก็บ รักษาเมล็ดพันธุ์ควบคุมปาล์มน้ำมัน โดยได้กำหนดลักษณะของต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ปกติและผิดปกติ และให้คัดทิ้งต้น กล้าที่มี ลักษณะผิดปกติ ประกาศกระทรวงทั้งสองฉบับดังกล่าวได้ใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2541 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2547 กรมวิชาการเกษตร ได้ออกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง การจดทะเบียนผู้เพาะชำปาล์มน้ำมัน โดยกำหนดว่าผู้เพาะชำ เมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันและต้นกล้าปาล์มน้ำมันต้องจดทะเบียนเป็นผู้เพาะชำ ปาล์มน้ำมันก่อน จึงจะขอรับใบอนุญาตรวบรวม เมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ขั้นตอนการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมพันธุ์ปาล์มน้ำมัน กรมวิชาการเกษตร ขั้นตอนที่ 1 ให้ผู้ที่ทำแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อการค้า ต้องแจ้งรายละเอียดแปลงเพาะ ได้แก่ จำนวนพื้นที่ของแปลง เพาะชำ ที่ตั้งและแผนที่ของแปลงเพาะชำ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นขอจดทะเบียนแปลงเพาะ ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกัน กับผู้ที่จะยื่นขอรับใบอนุญาตฯ ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่ เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือทะเบียนพาณิชย์ โดยยื่นขอจดทะเบียนแปลงเพาะได้ ณ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร ศูนย์วิจัย และศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต กรมวิชาการเกษตร หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ และสำนักงาน เกษตรจังหวัดในพื้นที่ ขั้นตอนที่ 2 เจ้าหน้าที่คณะปรึกษา (Advisor) กรมวิชาการเกษตรจะไปตรวจสอบแปลงเพาะชำที่ยื่นขอจดทะเบียนแปลง เพาะชำปาล์มน้ำมัน โดยจะไปแนะนำการจัดการแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันให้เป็นไปตามหลักวิชาการ ขั้นตอนที่ 3 เจ้าหน้าที่คณะตรวจสอบ(Inspector) กรมวิชาการเกษตรจะไปตรวจสอบแปลงเพาะชำที่คณะที่ปรึกษาไปให้ คำแนะนำแล้ว โดยจะไปตรวจสอบควบคุมและแนะนำการจัดการแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันให้เป็นไปตามหลักวิชาการ ขั้นตอนที่ 4 ผู้ยื่นจดทะเบียนแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อการค้าใดที่ปฏิบัติถูกต้องตามหลักวิชาการ กรมวิชาการเกษตร ก็จะออกบัตรประจำตัวเจ้าของแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อการค้า โดยบัตรประจำตัวดังกล่าวมีอายุได้ 1 ปี และต้องยื่นขอ ต่อทุกปี ขั้นตอนที่ 5 ผู้ที่ได้รับบัตรประจำตัวเจ้าของแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อการค้าแล้วต้องจัดทำป้ายแสดงว่าเป็นแปลงเพาะ กล้าปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี และทะเบียนเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันและต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ข้อความบนป้าย “แปลงจำหน่ายต้นกล้าปาล์ม น้ำมันที่ได้รับการรับรองโดย กรมวิชาการเกษตร” ขนาดของป้ายต้องมีขนาด กว้าง x ยาว ไม่ต่ำกว่า 20 x70 เซนติเมตร ขนาดตัวอักษรต้องเห็นและอ่านได้ชัดเจน ขั้นตอนที่ 6 ผู้ที่ได้บัตรรับรองจากกรมวิชาการเกษตร นำบัตรรับรองมาแสดงเพื่อขอใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ปาล์ม น้ำมันหรือต้นกล้าปาล์มน้ำมัน (ตามแบบ พ.พ.1) ขั้นตอนที่ 7 ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันหรือต้นกล้าปาล์มน้ำมัน จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของ พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 โดยเคร่งครัด การตรวจสอบและให้การรับรองแปลงเพาะต้นกล้าปาล์มน้ำมัน 1. คณะที่ปรึกษา ออกให้คำแนะนำและตรวจสอบเบื้องต้นทุก 1 ดือน ในแปลงเพาะที่ยื่นจดทะเบียน หรือแปลงเพาะที่ได้รับ การรับรอง หรือแปลงเพาะที่ได้รับใบอนุญาต ต่อจากนั้นทำการตรวจสอบและแนะนำ (ตามแบบฟอร์มการตรวจแปลงเพาะ) โดยให้คำแนะนำในการเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมัน และการดูแลรักษาตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และการลง บัญชีต้นกล้าปาล์มน้ำมัน (ตามสมุดบันทึกประจำแปลงเพาะ) 2. คณะที่ปรึกษา ตรวจสอบแหล่งที่มาของพันธุ์ และจำนวนต้นกล้า ตามแบบฟอร์มการตรวจแปลงเพาะ 3. คณะที่ปรึกษา มอบสมุดประจำแปลงเพาะ เพื่อใช้ในการบันทึกการตรวจสอบแปลงเพาะ ในครั้งแรกที่ทำการตรวจสอบ แปลงเพาะ 4. สมุดประจำแปลงเพาะ จัดทำขึ้น 2 เล่ม เล่มที่ 1 สำหรับแปลงเพาะเพื่อบันทึกการปฏิบัติงาน และบัญชีการ ซื้อ-ขาย เมล็ดพันธุ์และต้นกล้าปาล์มน้ำมัน และเล่มที่ 2 สำหรับคณะที่ปรึกษา เพื่อคัดลอกข้อมูลจากสมุดประจำแปลงเพาะ พร้อมทั้ง ลงนามการตรวจแปลงเพาะ ทั้งสองฝ่ายคือ คณะที่ปรึกษา และผู้ยื่นจดทะเบียนแปลงเพาะทุกครั้งที่ทำการตรวจเยี่ยม 5. เมื่อทำการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วคณะที่ปรึกษา ส่งแบบการตรวจแปลงเพาะ ที่ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมัน สุราษฎร์ธานี ตู้ ปณ. 53 อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 077-274025 - 6 โทรสาร 077-259450 เพื่อทำการ ตรวจสอบและประเมินต่อไป 6. ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี ทำการรวบรวม และสรุปผลการตรวจสอบให้กรมวิชาการเกษตร ทุก 1 เดือน หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการรับรองแปลงเพาะปาล์มน้ำมัน ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องการจดทะเบียนแปลงเพาะต้นกล้าปาล์มน้ำมัน 1. ต้องเพาะพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ได้จากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้ และมีหลักฐานการได้มาของพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่สามารถตรวจสอบได้ แหล่งผลิตพันธุ์ที่ไม่รับรองคือ - แหล่งผลิตจากประเทศมาเลเซีย - เมล็ด/ต้นกล้า จากใต้ต้นปาล์มน้ำมัน หรือสวนปาล์มน้ำมัน - เมล็ด/ต้นกล้า ไม่ทราบแหล่งที่มา - แหล่งผลิตอื่น ๆ ตามความเห็นของกรมวิชาการเกษตร 2. มีสถานที่เพาะต้นกล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมัน และต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ตรวจสอบได้ 3. ปฏิบัติถูกต้องตามหลักวิชาการ ของกรมวิชาการเกษตร - การดูแลรักษาแปลงเพาะและต้นกล้า - การใช้ขนาดถุงเพาะและการจัดวางถุงเพาะต้นกล้าปาล์มน้ำมัน - การคัดทิ้งต้นกล้า - จดบันทึกการปฏิบัติงานต่าง ๆ ในสมุดประจำแปลงเพาะและบันทึกบัญชี ซื้อ-ขายเมล็ดพันธุ์/ต้นกล้า - เมื่อได้การรับรอง ต้องแสดงป้ายรับรองแปลงเพาะตามประกาศกรมวิชาการเกษตร 4. ปฏิบัติตามข้อบังคับของ พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 โดยเคร่งครัด - ผู้ประกอบการแปลงเพาะ ต้องขออนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุม(ปาล์มน้ำมัน) ตามแบบ พ.พ.1โดยผ่านหลัก เกณฑ์การพิจารณา ตาม ข้อ 1-3 ข้างต้น - แสดงใบอนุญาตในที่เปิดเผย - มีป้ายแสดงต้นกล้าในแต่ละรุ่นที่เพาะ - จัดทำบัญชี ซื้อ-ขาย ที่เป็นจริง และตรวจสอบได้ - จัดให้มีป้ายแสดงสถานที่รวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุม (ปาล์มน้ำมัน) การขอรับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต (พ.พ.1) ณ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 หรือส่งคำขอทางไปรษณีย์ พร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ดังนี้ 1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบกิจการ 2. สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าของแปลงเพาะชำปาล์มน้ำมันที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร 3. สำเนาทะเบียนพาณิชย์หรือทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 4. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลพร้อมรายละเอียดของวัตถุ ประสงค์ ไม่เกิน 6 เดือน (กรณีที่เป็นนิติบุคคล) 5. สำเนาหนังสือแสดงว่าเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคล (กรณีที่เป็นนิติบุคคล) 6. หนังสือมอบอำนาจ ในกรณีที่ได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการ และ/หรือ ในกรณีที่ไม่สามารถมายื่นดำเนินการ ด้วยตนเอง 7. แผนผังแสดงสถานที่ตั้งของสถานที่รวบรวม สถานที่เก็บหรือสถานที่เพาะชำ 8. การชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 400 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาลาดปลาเค้า ประเภท บัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชี เงินรายได้กรมวิชาการเกษตร เลขบัญชี 199-6-00828-5 และแนบใบโอนเงินไปพร้อมกับ หลักฐานการยื่นขอใบอนุญาต ฯ คำแนะนำการจัดทำฉลากเมล็ดพันธุ์ควบคุมปาล์มน้ำมัน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2541 กำหนดให้ปาล์มน้ำมันเป็นเมล็ดพันธุ์ ควบคุม โดยผู้ที่มีต้นแม่พันธุ์พ่อพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ ปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอร่า (D x P)หรือผู้เพาะ ชำเมล็ดพันธุ์/ต้นกล้าปาล์มน้ำมัน และผู้นำเข้าเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ต้องจัดให้มีฉลากภาษาไทย ที่ภาชนะบรรจุเมล็ดพันธุ์ ควบคุมที่รวบรวมหรือนำเข้า ตามมาตรา 22(2) และมาตรา 23(4) ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมีโทษตามมาตรา 60 ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวอย่างของฉลากเมล็ดพันธุ์ควบคุมปาล์มน้ำมันที่รวบรวม 1. กรณีสถานที่ทำการและสถานที่รวบรวมตั้งอยู่ที่แห่งเดียวกัน เมล็ดพันธุ์ควบคุม ปาล์มน้ำมัน เทเนอร่า (Deli X AVROS) วันเดือนปีที่เพาะชำ 10 มกราคม 2549 แหล่งรวบรวม ASD ประเทศคอสตาริก้า ผู้รวบรวมและสถานที่รวบรวม ร้านนายปาล์ม เลขที่ 99 หมู่.9 ถ.เพชรเกษม ต.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร โทร.077-123456 | 2. กรณีที่ไม่ได้ตั้งอยู่ที่แห่งเดียวกัน เมล็ดพันธุ์ควบคุม ปาล์มน้ำมัน เทเนอร่า (Deli x AVROS) วันเดือนปีที่เพาะชำ 10 มกราคม 2549 แหล่งรวบรวม ASD ประเทศคอสตาริก้า ผู้รวบรวม ร้านนายปาล์ม เลขที่ 99 หมู่ 9 ถ.เพชรเกษม ต.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร โทร. 077-123456 สถานที่รวบรวม 10 หมู่.3 ถ.เพชรเกษม ต.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร | ตัวอย่างฉลากเมล็ดพันธุ์ควบคุมปาล์มน้ำมันที่นำเข้า เมล็ดพันธุ์ควบคุม ปาล์มน้ำมัน เทเนอร่า (Deli x AVROS) วันเดือนปีที่นำเข้า 10 มกราคม 2549 แหล่งรวบรวม ASD ประเทศคอสตาริก้า ผู้นำเข้า หจก.เกษตรปาล์ม เลขที่ 50 ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร โทร.0-2579-3635 | ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพันธุ์พืช สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 0-2579-3635 ที่มา : http://it.doa.go.th/palm/content.htm
|