|
|
|
จับตาอนาคต "มันสำปะหลัง" จากพืชเกษตรสู่พลังงานทดแทน เมื่อ "มันสำปะหลัง" กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ หลายฝ่ายก็เริ่มคิดต่อยอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต่อยอดจากอุตสาหกรรมเกษตร สู่พลังงานทางเลือก ได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด ตลาดจีน-ยุโรป ดันยอดส่งออก นายเจน วงศ์บุญสิน นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวถึง ภาพรวมมันสำปะหลัง ว่า ปีนี้มีวัตถุดิบออกสู่ตลาดประมาณ 27 ล้านตัน ในจำนวนนี้นำไปใช้ในประเทศ 15% ส่วนอีก 85% เป็นการส่งออก ทั้งนี้เมือเทียบตัวเลขส่งออกพบว่าปี 49 ส่งออกมันเส้น 3.9 ล้านตัน มันอัดเม็ด 3.9 แสนตัน และแป้งมัน 2.3 ล้านตัน ขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรกปี50 ส่งออกมันเส้น 2.5 ล้านตัน มันอัดเม็ด 9.3 แสนตัน ส่วนแป้งมัน 6 เดือน ส่งออกประมาณ 1.1 ล้านตัน โดยราคามันเส้นโดยเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา มันเส้น 109 เหรียญดอลลาร์/ตัน แป้งมัน 222 เหรียญดอลลาร์ ขณะที่ราคามันเส้น ในช่วงก.ค.ปรับเพิ่มเป็น 138 เหรียญดอลลาร์ ส่วนแป้งมัน ราคาสูงถึง 328 เหรียญดอลลาร์ “เนื่องจากในปีที่ผ่านมาในสหภาพยุโรป ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ยอดสั่งซื้อมันอัดเม็ดจากไทย เพื่อนำไปผลิตอาหารสัตว์จำนวนมาก ขณะที่จีน เองก็สั่งซื้อมันเส้น เพื่อนำไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ทำให้ราคาหัวมันสำปะหลังสดในประเทศจึงปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมราคาเฉลี่ย 1,300 บาท/ตันเป็น1,800 บาท " นายเจน กล่าวและว่า ทั้งนี้คาดว่าการส่งออกมันสำปะหลัง ในปี 51 จะมีผลผลิตหัวมันสดประมาณ 27 ล้านตัน แต่จากการวิเคราะห์อุปสงค์มันสำปะหลัง พบว่าตลาดมีความต้องการถึง 32 ล้านตัน หรือ มีความต้องการเพิ่มขึ้น 30-40% ส่วนปี 52 คาดมีความต้องการมากถึง 34 ล้านตัน และคาดว่าในปี 53 มีความต้องการถึง 37 ล้านตัน ต่อยอดสู่พืชพลังงานทดแทน พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ กรรมการบริหารสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา พยายามที่จะยกเลิกการนำเข้าเบนซินออกเทน 91 และ 95 โดยให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันผลิตแก๊สโซฮอล์แทน ทำให้ผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาตในการผลิตเอทานอล จากมันสำปะหลังและกากน้ำตาล ถึง 45 โรงงาน ปัจจุบันมีโรงงานที่สร้างเสร็จแล้ว 8 แห่ง ซึ่งเป็นโรงงานที่ใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลัง1 แห่งคือ บริษัท ไทยง้วนเอทานอล จำกัด (มหาชน) ที่เหลือใช้กากน้ำตาล มีกำลังการผลิตโดยรวมวันละ 1.15 ล้านลิตร/วัน โดยในปี 51จะมีโรงงานเอทานอล ผุดขึ้นอีกราว 4-5 โรงงาน ซึ่งจะใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกำลังการผลิตวันละล้านกว่าลิตร แต่มีความต้องการใช้เพียง 450,000 ลิตร/วัน ซึ่งขณะนี้มีปริมาณเอทานอลล้นสต๊อก ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านลิตร จนทำให้โรงงานหลายแห่งต้องหยุดเดินเครื่องผลิตเอทานอล "เหตุที่เอทานอล ล้นสต๊อก เนื่องจากนโยบายรัฐที่ไม่เอื้อ อีกทั้งยังไม่มีการยกเลิกเบนซิน 91และเบนซิน 95 ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมเอทานอลยังไม่ได้วางแผนเพื่อการส่งออก เพราะ ต้องเกียวกันกับกฎหมายหลายกระทรวง ทั้ง ก.พลังงาน สรรพสามิต และ ศุลกากร " พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ กล่าวและว่า
แนะสร้างความหลากหลายผลิตภัณฑ์ นายบุญมี วัฒนเรืองรอง เลขาธิการสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีความต้องการมันสำปะหลังกว่า 55 ล้านตัน ขณะที่กำลังการผลิตในประเทศ ผลิตแป้งมันได้เพียง 3.5 ล้านตัน/ปี เมื่อมันสำปะหลัง เป็นพืชที่มีอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตร จะต้องร่วมคิด ร่วมทำ คือ การสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง " สิ่งแรกคือการนำเทคโนโลยี มาใช้ในไร่มันสำปะหลัง โดยไม่หวังพึ่งฟ้าฝนเพียงอย่างเดียว ด้วยการนำเทคนิค การผลิตที่ผ่านการวิจัยจากนักวิชาการมาต่อยอดและพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่มากยิ่งขึ้น " นายบุญมี กล่าวและว่า นอก จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตแล้ว ผู้ประกอบการต้องเริ่มคิดและเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ โดยที่ไม่มุ่งเน้นส่งออกวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวและอย่าพึ่งพาตลาดใดตลาด หนึ่ง เพราะหากเขาปลอดล็อคเทคโนโลยีได้ จะส่งผลกระทบกับการส่งออก วันนี้พืชเกษตรอย่าง"มันสำปะหลัง" กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่จะพัฒนาต่อยอดเป็นพลังทดแทนได้ในอนาคต จึงอยู่ที่ว่านโยบายแห่งรัฐและเอกชนจะจับมือกันเดินหน้า เพื่อสร้างทางเลือกได้อย่างจริงจังหรือไม่เท่านั้น เพราะนี่จะเป็นโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังอย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่ง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ กันยายน 2550
|
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|


หากจะย้อนดูสถิติราคาซื้อขายหัวมันสำปะหลังสด ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นับตั้งแต่ปี 2527 พบว่าราคาต่ำสุดเพียง 0.31 บาท/กก.แต่ช่วงปลายปี49 ที่ผ่านมา ปรากฎว่าราคามันสำปะหลังถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแตะที่ระดับ 2บาท/กก.
เชื่อว่าอีก 10 ปีหรือ 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยก็ยังคงย่ำอยู่ที่ หากไม่มีการเตรียมแผน ดังนั้นจึงต้องกำหนดให้เอทานอลให้เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้หากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน นอกจากจะส่งเสริมให้มันสำปะหลังเป็นพืชพลังงานหมุนเวียน และพลังงานทดแทนแล้ว ภาคเอกชนเองก็สามารถจะต่อยอดและเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ และสุดท้ายเกษตรกรก็จะมีความยั่งยืนในด้านรายได้ 


