พิมพ์ อีเมล์

อ้อย

ความสำคัญ

          อ้อย เป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของ ประเทศ คือ 1) มีการบริโภคน้ำตาลในประเทศปีละประมาณ 1.6-1.7 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 17,000-19,000 ล้านบาท 2) มีการส่งออกน้ำตาลจำหน่ายในตลาดโลกปีละกว่า 3 ล้านตัน นำรายได้เข้าประเทศประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้ประเทศไทยมีสถานภาพเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก บราซิล สหภาพยุโรป แต่บางปีจะเป็นอันดับ 4 รองจากออสเตรเลีย มีสัดส่วนตลาดร้อยละ 9.5 ของโลก มีตลาดสำคัญ คือ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ 3) เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจะมีรายได้จากการจำหน่ายอ้อยทั้งหมด ประมาณ 30,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4 ของรายได้ภาคเกษตรทั้งหมด 4) เป็นตลาดแรงงานใหญ่มีผู้เกี่ยวข้องทั้งด้านแรงงานตัดอ้อยและแรงงานในโรงงาน น้ำตาล ในช่วงฤดูตัดอ้อยประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนเมษายน จะมีการจ้างแรงงานไม่ต่ำกว่า 600,000 คน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงแรงงานในการบรรทุกและขนส่งอ้อย 5) ความสำคัญด้านพลังงาน รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเอธานอลแห่งชาติขึ้น เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเรื่องราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีโครงการจัดตั้งโรงงานแอลกอฮอล์ เพื่อใช้ผสมในน้ำมันเบนซนในอัตราส่วน 1:10 ซึ่งสามารถใช้ได้ดีเทียบเท่าน้ำมันเบนซิน 95 โดยโรงงานดังกล่าวจะใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ

ปัญหาของพืช ข้อจำกัดและโอกาส

  • ต้นทุนการผลิตสูง
  • ควรมีการปรับปรุงมาตราฐานเทคโนโลยีการผลิตให้ถูกต้องเหมาะสม สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
  • การขาดแคลนอ้อยพันธุ์ดีที่มีผลผลิต และค่าความหวานสูง และต้านทานโรคแมลง และขาดการกระจายพันธุ์สู่เกษตรกร
  • ขาดการจัดการดินอย่างถูกต้อง
  • มีการระบาดของศัตรูอ้อย
  • แนว โน้มราคาน้ำมันดิบมีค่าสูงขึ้น การใช้พืชพลังงานทดแทนเช่น อ้อย ทดแทนน้ำมันเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างมูลค่าจากอ้อย เพิ่มรายได้และลดการนำเข้าพลังงาน
  • บูรณาการ กระบวนการผลิตเอทานอลกับโรงงานน้ำตาล เพื่อเกิดความยืดหยุ่นในการผลิตน้ำตาล เมื่อใดผลผลิตอ้อยมาก เกิดราคาน้ำตาลล้นตลาดสามารถนำอ้อยไปผลิตเอทานอล หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

พันธุ์

การเลือกพันธุ์

  • ผลผลิตสูง และมีคุณภาพความหวานมากกว่า 10 ซีซีเอส
  • ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง แส้ดำ กอตะไคร้ ทนทานต่อหนอนกอลายจุดใหญ่ หรือหนอนกอลายจุดเล็ก ศัตรูที่สำคัญในแต่ละแหล่งปลูก
  • เจริญเติบโตดีเหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ
  • ไว้ตอได้ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง และผลผลิตไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของอ้อยปลูก
พันธุ์อ้อย 

ในการปรับปรุงพันธุ์อ้อยมีหน่วยงานที่ดำเนินการหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริษัทมิตรผล การดำเนินงานจะเริ่มตั้งแต่การผสมพันธุ์ คัดเลือกพันธุ์และทดสอบพันธุ์ โดยการคัดเลือกในสภาพแวดล้อมในแหล่งปลูกอ้อยของประเทศไทย พันธุ์อ้อยที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์จะมีลักษณะ ผลผลิต องค์ประกอบผลผลิต และลักษณะทางการเกษตรที่ดีเด่น แตกต่างกันขึ้นกับสภาพแวดล้อมที่ทดสอบ และคัดเลือกพันธุ์ ชาวไร่จึงจำเป็นต้องเลือกพันธุ์โดยอาศัยคำแนะนำจากเอกสารแนะนำพันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์อ้อยที่เหมาะสมกับท้องถิ่นของตน

  1. พันธ์รับรอง/แนะนำของกรมวิชาการเกษตร
  2. พันธุ์ที่ได้จากงานวิจัยของกระทรวงอุตสาหกรรม
  3. พันธุ์ที่ได้จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พันธุ์รับรอง/แนะนำของกรมวิชาการเกษตร

  • พันธุ์รับรอง (Certified variety)  มายถึง พันธุ์พืช พันธุ์ไหม พันธุ์เห็ด พันธุ์ผึ้ง พันธุ์ไรโซเบียม และจุลินทรีย์อื่น ที่ผ่านการพัฒนาหรือปรับปรุงตามขั้นตอนทางวิชาการ มีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากกรมวิชาการเกษตรโดยอธิบดีกรมวิชาการเกษตรออกประกาศเป็นพันธุ์รับรอง
  • พันธุ์แนะนำ (Recommended variety) หมายถึง พันธุ์พื้นเมืองที่นำมาจากแหล่งอื่นมีการใช้กันทั่วไป รวมทั้งพันธุ์ที่ผ่านการพัฒนาหรือปรับปรุงพันธุ์ตามขั้นตอนทางวิชาการ มีข้อมูลสนับสนุนพอสมควร มีลักษณะดีที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์และผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากกรมวิชาการเกษตร
    (พันธุ์ในที่นี้ หมายถึง พันธุ์พืช พันธุ์ไหม พันธุ์เห็ด พันธุ์ผึ้ง พันธุ์ไรโซเบียม และจุลินทรีย์อื่น)

สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับพันธุ์รับรอง/แนะนำของกรมวิชาการเกษตร

อ้อยโรงงาน
 
พันธุ์ ลักษณะ ทรง
กอ
การหัก
ล้ม
การออกดอก อายุเก็บ
เกี่ยว
(เดือน)
ผลผลิต
(ตัน/ไร่)
ซีซีเอส ความสูง
(ซม.)
แหล่งปลูก ปีที่
รับรอง
/แนะนำ

อู่ทอง 6

ลำต้นมีขนาดใหญ่
ปล้องรูปทรง
กระบอก กาบใบสี
ม่วง ไม่มีขน ออก
ดอกยาก

ตั้งสูง

-

ออกดอกยาก

11-12 เดือน

18.04

13.59

299

ดินร่วนปนทราย
เขตกึ่งชลประทาน

2547

มุกดาหาร

ใบแคงตั้ง ปลาย
ใบโค้ง
กาบใบสีเขียวปน
ม่วง
ปล้องรูปทรง
กระบอก

ตั้งตรง

ล้มง่าย

-

12-14
เดือน

13.4

-

274

ดินร่วนปนทราย
หรือดินร่วนเหนียว
ปนทราย
ในจังหวัด
มุกดาหาร
และกาฬสินธุ์

2546

อู่ทอง 5

รูปร่างปล้อง
ลำต้นเมื่อถูกแสงให้
สีม่วงอมเขียว

ตั้งตรง

-

ปลายเดือนตุลาคม

10-11

อ้อยตอ1
เฉลี่ย 10.95
อ้อยตอ 2 เฉลี่ย
8.87

อ้อยตอ 1
เฉลี่ย 1.71
และอ้อยตอ 2
เฉลี่ย 1.40

264

ดินร่วนปนทราย
เขตใช้น้ำฝนภาค
กลาง และภาค
ตะวันออก

2545

ขอนแก่น 1

ใบแผ่ตั้งสีเขียวเข้ม ลำอ้อยสีเหลืองอมเขียว
รูปร่างปล้อง คอด กลาง
ป่อง ข้อโปน

แคบ ตั้งตรง

ไม่ล้มง่าย

กลางเดือนธันวาคม

11-12

13-16

 

257

ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ

2544

อู่ทอง 4

ลำสีเขียวอมเหลือง
หรือม่วง
ขนาดลำปานกลาง มีขนกลางกาบใบ

แผ่เล็กน้อย
กว้าง

ปานกลาง

ปลายเดือน
พฤศจิกายน-กลาง
เดือนธันวาคม เล็กน้อย

11-12

15.69

13-14

248

ภาคตะวันตก
เฉพาะในดินร่วนปน
ดินเหนียว

2543

อู่ทอง 3

ใบใหญ่ตั้ง ปลายแหลม
กาบใบมีสีม่วงปนเขียว ลอกกาบใบค่อนข้างยาว

ตั้งตรง แคบ

ไม่หักล้ม

ปลายเดือน
พฤศจิกายนถึง
กลางเดือน
ธันวาคม

10-12

15.90

13-14

231

ดินร่วนปนทรายสภาพไร่ ในภาคตะวันตกและ
ภาคเหนือตอนล่าง


2541

อู่ทอง 2

ใบใหญ่ตั้ง ปลายแหลม
กาบใบมีขนเล็กน้อย สะสมน้ำตาลเร็ว

-

-

ปลายเดือนตุลาคม
ถึงกลางเดือน
ธันวาคม

-

14.0

มากกว่า 10

228

เขตชลประทาน
ภาคกลางและ
ภาคตะวันตก

2536

อู่ทอง 1

ปล้องคอดกลาง ใบมีขนาดใหญ่
ทรงใบตั้งโค้งกลางใบ
กาบใบสีม่วงมีขน
กาบใบเล็กน้อย

ตั้งตรง กว้าง

ไม่หักล้ม

ปานกลาง

11-13

25.20

11-12

250-350

ภาคตะวันตก
จังหวัดสุพรรณบุรี
กาญจนบุรี
นครปฐม

2529

ชัยนาท 1

ใบมีขนาดใหญ่ ปล้องยาว โคนโต สีน้ำตาลอมเขียว

แคบ

ล้มง่าย

ประมาณเดือน
ตุลาคม

-

15-18

-

-

ภาคตะวันออก

2526

 อ้อยเคี้ยว 
พันธุ์ ลักษณะ ทรง
กอ
การหัก
ล้ม
การออกดอก อายุเก็บ
เกี่ยว
(เดือน)
ผลผลิต
(ตัน/ไร่)
ความสูง แหล่งปลูก ปีที่
รับรอง
/แนะนำ

สุพรรณบุรี
72

ใบขนาดกลางปลาย
โค้ง
ลำต้นสีเขียวอมเหลือง
ปล้องทรงกระบอก
มีร่องเหนือตา
ข้อคอดเล็กน้อย

-

-

-

9 เดือน

ผลผลิตเนื้อ
อ้อย
6.3 ตันต่อไร่

270

พื้นที่ดินร่วนเหนียว
ดินร่วนปนทราย
ที่สามารถให้น้ำได้

2547

สุพรรณบุรี
50

ใบมีขนาดใหญ่
ปลายใบโค้ง
ลำต้นสีเขียวอมเหลือง
ปล้องมีรูปร่างทรง
กระบอกค่อนข้างยาว

-

-

ช่วงเดือน
ธันวาคม

8 เดือน

ผลผลิตน้ำอ้อย
สูง 4,913
ลิตร
ต่อไร่

-

ในเขตภาคกลาง
และภาคตะวันตก

2539

  
พันธุ์ที่ได้จากการวิจัยของกระทรวงอุตสาหกรรม
1 พันธุ์ K 76-4ป็นพันธุ์ที่ได้รับจากการผสมระหว่างพันธุ์ Co 798 กับพันธุ์ Co 775 ให้ผลผลิตอ้อยสด 14 ตันต่อไร่ ความหวาน 12 CCS การแตกกอปานกลาง มี 5-6 ลำต่อกอ ลำต้นตรงสีเหลืองอมเขียว เจริญเติบโตได้เร็ว ทนทานต่อโรคใบขาวและหนอนเจาะลำต้น

2 พันธุ์ K 84-69ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ F 143 กับพันธุ์ ROC 1 ให้ผลผลิตอ้อยสด 12-15 ตันต่อไร่ ความหวาน 12-13 CCS การแตกกอปานกลาง มี 5-6 ลำต่อกอ ลำต้นตรง สีเขียวมะกอก เจริญเติบโตเร็ว ลอกกาบค่อนข้างง่าย ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง และโรคแส้ดำ ปลูกในสภาพดินร่วนเหนียวดีกว่าร่วนทราย

3 พันธุ์ K 87-200ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ ROC 1 กับพันธุ์ CP 63-588 ให้ผลิตอ้อยสด 12-14 ตันต่อไร่ ความหวาน 13 CCS การแตกกอน้อย ไว้ตอค่อนข้างดี ออกดอกเล็กน้อย ลำต้นตรงสีเขียวมะกอก ทรงกอแคบ ลำต้นตั้งตรง ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง และโรคแส้ดำ ลอกกาบใบง่าย ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคกอตะไคร้และโรคใบขาว

4 พันธุ์ K 88-92ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์อู่ทอง 1 กับพันธุ์ PL 310 ผลผลิตอ้อยสด 15 ตันต่อไร่ ความหวาน 12 CCS การแตกกอปานกลาง ลำต้นขนาดปานกลางถึงใหญ่ การไว้ตอดี ออกดอกเล็กน้อย ลำต้นตรงสีเขียวมะกอก ต้านทานต่อโรคแส้ดำ ต้านทานปานกลางต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง เจริญเติบโตเร็ว ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรครากเน่าและโรคใบขาว

5 พันธุ์ K 90-77ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ K 83-74 กับพันธุ์อู่ทอง 1 ผลผลิตอ้อยสด 12-20 ตันต่อไร่ ความหวาน 12-15 CCS การแตกกอปานกลาง ไว้ตอได้ดี ไม่ออกดอก ลำต้นสีเขียวเข้ม เมื่อถูกแสงจะเป็นสีม่วง ทรงกอค่อนข้างกว้าง เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้งได้ดี ต้านทานปานกลางต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง โรคตะไคร้ โรคยอดเน่า และโรคแส้ดำ ต้านทานปานกลางต่อหนอนเจาะยอดและหนอนเจาะลำต้น ข้อควรระวัง ลอกกาบใบได้ค่อนข้างยาก

6 พันธุ์ K 92-80ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ K 84-200 กับพันธุ์ K 76-4 ผลผลิตอ้อยสด 16-19 ตันต่อไร่ ความหวาน 11-13 CCS การแตกกอปานกลาง ขนาดลำปานกลาง การไว้ตอดีมาก ไม่ออกดอก ลำสีเหลืองอมเขียว ทรงกอค่อนข้างกว้าง เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้งปานกลาง ต้านทานปานกลางต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง โรคกอตะไคร้ โรคราสนิม โรคแส้ดำ และหนอนเจาะลำต้น ข้อควรระวัง งอกช้า อ่อนแอต่อโรคใบจุดเหลือง โรคยอดบิดและโรคใบจุดวงแหวน หักล้มง่าย กาบใบร่วงหลุดยาก

7 พันธุ์ K 92-213ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ K 84-200 กับพันธุ์ K 84-74 ผลผลิตอ้อยสด 15-18 ตันต่อไร่ ความหวาน 11-13 CCS การแตกกอปานกลาง ขนาดลำปานกลาง การไว้ตอดี ออกดอกเล็กน้อย ลำสีเขียวอมเหลือง งอกเร็ว ทนแล้งปานกลาง ต้านทานปานกลางต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง โรคกอตะไคร้และโรคแส้ดำ ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคใบจุดเหลือง โรคยอดบิดและโรคใบจุดวงแหวน การหักล้มปานกลาง กาบใบร่วงหลุดยาก ควรปลูกในเขตชลประทาน

8 พันธุ์ K 93-219ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์อู่ทอง 1 กับพันธุ์อีเหี่ยว ผลผลิตอ้อยสด 16-21 ตันต่อไร่ ความหวาน 12-14 CCS การแตกกอปานกลาง ขนาดลำปานกลาง การไว้ตอดี ไม่ออกดอก ลำต้นสีเขียว งอกเร็ว เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้งปานกลาง ต้านทานปานกลางต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง โรคกอตะไคร้ โรคใบจุดเหลือง โรคราสนิม และโรคแส้ดำ ต้านทานต่อหนอนเจาะลำต้น เก็บเกี่ยวอายุ 12 เดือน ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคใบจุดเหลือง การหักล้มปานกลาง กาบใบร่วงหลุดยาก

9 พันธุ์ K 93-347็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์อู่ทอง 1 กับพันธุ์ K 84-200 ผลผลิตอ้อยสด 16-20 ตันต่อไร่ ความหวาน 11-13 CCS การแตกกอปานกลาง ขนาดลำปานกลาง การไว้ตอดี ไม่ออกดอก ลำสีเขียวอมเหลือง งอกเร็ว เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้ง ต้านทานปานกลางต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง โรคกอตะไคร้ และโรคแส้ดำ อายุเก็บเกี่ยว 12 เดือน ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคใบจุดเหลือง การหักล้มปานกลาง กาบใบร่วงหลุดยาก

10 พันธุ์ K 95-84ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ K 90-79 กับพันธุ์ K 84-200 ผลผลิตอ้อยสด 16-20 ตันต่อไร่ ความหวาน 12-14 CCS การแตกกอปานกลาง ลำขนาดใหญ่ (4.1-4.3 ซม.) การไว้ตอดี ไม่ออกดอก ลำสีเขียวมะกอกอมเหลือง เจริญเติมโตเร็ว ทนแล้งปานกลาง ลอกกาบใบง่าย ต้านทานปานกลางต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง โรคกอตะไคร้ โรคราสนิม และโรคแส้ดำ ต้านทานปานกลางต่อหนอนเจาะลำต้น ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคใบขาวและโรคยอดบิด

พันธุ์ที่ได้จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

1 พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 เป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมเปิดของอ้อยพันธุ์ Kwt # 7 ผลผลิตอ้อยสด 13-16 ตันต่อไร่ ความหวาน 12-14 CCS การแตกกอปานกลาง มี 5-6 ลำต่อกอ ไว้ตอได้ดี ออกดอกเล็กน้อยถึงปานกลาง ลำต้นสีเขียวเข้ม หากถูกแสงแดดจะเป็นสีม่วงขนาดลำค่อนข้างเล็ก เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้งได้ดี เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนหรือร่วนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคเหี่ยวเน่าแดงและสารกำจัดวัชพืชบางชนิด

2 พันธุ์กำแพงแสน 89-200ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ IAC 52-326 กับพันธุ์ Co 331 ผลผลิตอ้อยสด 15-16 ตันต่อไร่ ความหวาน 11-13 CCS การแตกกอดี มี 6-8 ลำต่อกอ ขนาดลำปานกลาง ไว้ตอได้ค่อนข้างดี ออกดอกเล็กน้อยถึงปานกลาง ลำต้นตรง สีเขียวอมเหลือง เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้ง เก็บเกี่ยวอายุ 10-12 เดือน เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและร่วนทราย ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง

3 พันธุ์กำแพงแสน 92-0447ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมระหว่างพันธุ์ F 146 กับพันธุ์ B 34164 ผลผลิตอ้อยสด 14-16 ตันต่อไร่ ความหวาน 10-12 CCS การแตกกอปานกลาง ขนาดลำปานกลาง การไว้ตอดี ออกดอกเล็กน้อย ลำต้นโตเร็ว สีเหลืองอมเขียว เจริญเติบโตเร็ว ค่อนข้างทนแล้ง อายุเก็บเกี่ยว 11-12 เดือน ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง

4 พันธุ์กำแพงแสน 91-1336ป็นพันธุ์ที่ได้จากการผสมเปิดของอ้อยพันธุ์ F 146 ผลผลิตอ้อยสด 15-17 ตันต่อไร่ ความหวาน 11-13 CCS การแตกกอดี ขนาดลำปานกลาง การไว้ตอดี ออกดอกปานกลาง ลำต้นซิกแซ็ก สีเขียวอมเหลือง เจริญเติบโตเร็ว ค่อนข้างทนแล้ง อายุเก็บเกี่ยว 11-12 เดือน ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคเหี่ยวเน่าแดง

ที่มา : ฐานความรู้ด้านพืชพลังงานทดแทน กรมวิชาการเกษตร 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้649
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้745
mod_vvisit_counterรายเดือน4430
mod_vvisit_counterทั้งหมด558545