ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
คนไทยตระหนักปัญหาภาวะโลกร้อน

        พร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทพลังงาน 114 แห่งจาก 44 ประเทศทั่วโลก ในหัวข้อ “Energy and Efficiency : Utilities Global Survey 2007” (พลังงานและประสิทธิภาพ : แบบสำรวจสาธารณูปโภคทั่วโลกประจำปี 2550) พบว่าบริษัทสาธารณูปโภคทั่วโลกคาดว่าพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากลมและจากพลังงานนิวเคลียร์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับประเด็นภาวะโลกร้อนและจะได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า

        ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในระยะเริ่มต้นของแผนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ โดยจากผลสำรวจในปี 2006 มีผู้ตอบรับแบบสำรวจไม่ถึง 20% ที่ระบุว่าพลังงานจากลมและพลังงานนิวเคลียร์จะเป็นแหล่งพลังงานในอนาคต แต่มาในปีนี้ ตัวเลขได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 48 สำหรับพลังงานจากลม และ 45 สำหรับพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งการเปลี่ยนดังกล่าวได้ระบุอยู่ในแผนกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทสาธารณูปโภคเรียบร้อยแล้วจะเห็นได้จากการที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติประจำประเทศไทย ได้ผ่านความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาพลังงาน ซึ่งจะมีบริษัทเกี่ยวกับพลังงานต่าง ๆ เข้าร่วมให้การสนับสนุน

        นอกจากนั้นในผลสำรวจยังเตือนว่า หากขาดกรอบการตลาดและกฎข้อบังคับที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ก็จะไม่สามารถเกิดความก้าวหน้าอย่างแม้จริงได้หรืออาจจะจำกัดแต่เพียงในวงแคบเท่านั้น

        เห็นได้ชัดว่าแนวความคิดและการดำเนินการเกี่ยวกับพลังงานสะอาด ประสิทธิภาพของพลังงานและพลังงานทดแทนกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเด็นสำคัญในแบบสำรวจครั้งนี้คือ ขอบเขตและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นของพลังงานแบบผสมผสาน ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและแรงจูงใจต่าง ๆ จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้บริษัทสาธารณูปโภคสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากนั้น การกำหนดค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนจะต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทุกภูมิภาคและจะต้องครอบคลุมในทุกประเทศที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนและมีการเจริญเติบโตสูงเช่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย และจีน เป็นต้น

        ผลการสำรวจได้แสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมเชื่อว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะสามารถนำพาโลกไปสู่ยุคแห่งการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาต่างหวังว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพลังงานมากขึ้น โดยอัตราส่วนของผู้ตอบแบบสำรวจได้เพิ่มมากขึ้นจาก 22% เป็น 81% ของชาวอเมริกัน 33% เป็น 43% ของชาวยุโรป และ 41% เป็น 62% จากผู้ตอบแทนแบบสำรวจทั่วโลก

        กลุ่มบริษัทสาธารณูปโภคเชื่อว่าการใช้ประโยชน์จากพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นมาจากผู้ใช้พลังงานปลายทางทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้พลังงานในกลุ่มอุตสาหกรรม และการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้พลังงานตามบ้านทั่วไป แม้ว่าผู้ประกอบการด้านสาธารณูปโภคจะรู้สึกว่ารัฐบาลและผู้ใช้พลังงานปลายทางควรจะเป็นผู้กำหนดแนวทางเกี่ยวกับประสิทธิภาพพลังงาน แต่บริษัทต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะลงทุนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่ด้านการผลิตของตนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการช่วยให้ผู้ใช้พลังงานมีความรู้ ความเข้าใจในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย จากผู้ตอบแบบสำรวจของกลุ่มผู้ประกอบการพลังงานในส่วนงานบริการลูกค้า พบว่า 72% ได้มีการลงทุนเกี่ยวกับการวัดค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่แล้ว

        นับเป็นครั้งแรกที่แบบสำรวจนี้เปิดโอกาสให้ผู้นำระดับสูงของบริษัทผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมโลหะ เคมีภัณฑ์ และกระดาษแสดงทัศนะคติของตนในแบบสำรวจ บริษัทในภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้กำลังมองหาวิธีผลิตพลังงานเพื่อไว้ใช้เอง และลดการพึ่งพาพลังงานจากบริษัทสาธารณูปโภคให้น้อยลงอาจกล่าวได้ว่าการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงานมีความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับทุกบริษัท

        ในประเทศไทย รัฐบาลได้มีการนำประเด็นพลังงานทดแทนเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ซึ่งหวังจะกระตุ้นให้บริษัทต่าง ๆ ในประเทศหันมาใช้พลังงานทดแทน โดยตั้งเป้าการใช้พลังงานทดแทนในอัตรา 8% ของปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศภายในปี 2554 ส่วนในประเทศอื่น ๆ พบว่าหลาย ๆ บริษัทต่างกำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตของตนไปยังประเทศที่มีต้นทุนค่าพลังงานที่ถูกกว่า และอีกหลายบริษัทกำลังเพิ่มระดับการลงทุนเพื่อผลิตพลังงานของตนเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้พลังงานขนาดใหญ่ซึ่งเป็นลูกค้าของตน

        ปัจจัยอื่น ๆ ข้อกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของอุปทาน 71% ของบริษัทสาธารณูปโภค ทั่วโลกต่างมีความกังวลกับสภาวะด้านอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจาก 51% ในปี 2549 ซึ่งแยกเป็นผู้ตอบแบบสำรวจชาวอเมริกัน 62% จากอเมริกาใต้ 88% จากยุโรป 70% จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ 76% และในกลุ่มประเทศ BRIC และตะวันออกกลางและแอฟริกา 66%

        เป็นที่แน่ชัดว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการแหล่งพลังงานที่หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติ ถ่านหินและพลังงานน้ำ เรื่องจากมีความต้องการในการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นแต่ทว่าตัวเลือกเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่ราคาย่อมเยากลับมีจำกัด ฉะนั้นรัฐบาลไทยจึงได้ทำการสำรวจแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เช่น ถ่านหินสะอาด ก๊าซ LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) และพลังงานน้ำ

        การปรับ Value chain ของกระบวนการผลิต ผู้บริหารในบริษัทสาธารณูปโภคประมาณ 48% กล่าวว่า มาตรการควบคุมการกระจายตัวของภาคธุรกิจขนส่ง มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานไฟฟ้าและก๊าซในอนาคต ซึ่งทำให้ 1ใน 3 หรือ (32%) ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดทั่วโลก ระบุว่าจะมีการปรับ Value chain ของกระบวนการผลิตของตนใหม่ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยคิดเป็นอัตราส่วน 40% ของผู้ตอบชาวอเมริกัน ของชาวยุโรป 34% นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าการปรับ value chain ของกระบวนการผลิตใหม่นี้ควรแยกทำเป็นรายประเทศ

        การขาดแคลนทักษะและความรู้กลายมาเป็นตัวผลักดันให้เกิดข้อตกลงทางธุรกิจ นับเป็นครั้งแรกที่ปัจจัยด้านการขาดแคลนทักษะและความรู้ได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญในการทำ M&A หรือการควบรวมกิจการ โดยในปี 2549 มีเพียง 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจเท่านั้นที่กล่าวว่า การขาดทักษะและความรู้เป็นตัวผลักดันทำให้เกิดข้อตกลงทางธุรกิจ แต่มาในปี 2550 จำนวนผู้ตอบได้เพิ่มขึ้นเป็นครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด โดยมองว่าการขาดแคลนทักษะและความรู้กำลังกลายเป็นประเด็นวิกฤตสำหรับกลุ่มบริษัทสาธารณูปโภคทั่วโลก เนื่องจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีและการผลิตแบบใหม่ ๆ ต่างทำให้ต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ อีกทั้งกำลังแรงงานในบางประเทศที่อายุมากขึ้นแต่กลับไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ และผู้ที่จบการศึกษาสาขาวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องก็มีจำนวยน้อยมากเช่นกัน


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 27
ฉบับที่ 2,238 วันที่ 26-28 กรกฎาคม 2550
หน้า 24
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้261
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9298
mod_vvisit_counterทั้งหมด631300