ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
ถอดรหัส “วงปีไม้”
ไขปริศนา “โลกร้อน”

        ารประชุมวงปีไม้ของนักวิชาการชั้นนำของเอเชียจาก 7 ประเทศ รวมกว่า 80 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและการประยุกต์ใช้วงปีไม้ รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการศึกษาจากวงปีไม้ตลอดช่วง 5 วัน ที่ผ่านมา ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าอุณหภูมิโลกสูงขึ้น โดยเฉพาะนักวิชาการวงปีไม้ของไทยได้นำเสนอผลการศึกษาที่ระบุถึงความผันแปรของวงปีไม้ในช่วง 30 ปีก่อนหน้านี้ มาแสดงนัยสำคัญว่าเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

        รศ.ดร.นาฏสุดา ภูมิจำนงค์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิชาการที่ทำงานวิจัยวงปีไม้เป็นเวลานาน 10 ปี กล่าวว่า “วงปีไม้” หรือวงการเจริญเติบโตที่ต้นไม้สร้างขึ้นมาในแต่ละช่วงฤดูกาล “หนึ่งวง” ที่ขยายเพิ่มขึ้นหมายถึงการเติบโตได้ผ่านมาหนึ่งฤดูกาล ซึ่ง “ฤดูกาล” จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมสามารถสะท้อนภาพสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศในอดีตย้อนหลังได้ โดยจำนวนวงปีไม้ของต้นไม้แต่ละต้นจะทำให้รู้อายุของต้นไม้ได้ ซึ่งต้นไม้สามารถผลิตวงปีไม้ได้ 1 วงต่อปี ส่วนความกว้างของวงปีไม้จะสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมนั้น ถ้าขนาดวงปีไม้กว้างจะบอกถึงสภาวะแวดล้อมที่ปกติหรือค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าวงปีไม้แคบจะแสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมที่ผิดปกติ เช่น ความแห้งแล้ง

        หลายคนคงสงสัยว่า “วงปีไม้” จะบอกถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกได้อย่างไร รศ.ดร.นาฏสุดา กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโต ได้แก่น้ำและอุณหภูมิ การเติบโตแต่ละปีของต้นไม้ก็จะบอกถึงสภาพปัจจัยแวดล้อมที่ต้นไม้นั้นอยู่ วงปีไม้เหมือนกับการจดบันทึกของสภาพแวดล้อม ต้นไม้บางต้นที่มีอายุหลายร้อยปีก็จะสามารถใช้เป็นหลักฐานในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศย้อนหลังได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา

        สำหรับในประเทศไทย ต้นไม้ที่มีศักยภาพในการศึกษาวงปีเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เธอบอกว่า มีไม้สัก ไม้สนสองใบ และไม้สนสามใบ เพราะมีวงปีที่ชัดเจนและมีงานวิจัยยืนยันว่าไม้ 2-3 ชนิดนี้ สามารถผลิตวงปีไม้ได้ 1 วงต่อปี

        “เราจึงเก็บตัวอย่างของวงปีของไม้สัก ไม้สน ในพื้นที่ภาคเหนือของไทยตั้งแต่ จ.ตาก ถึง จ.แม่ฮ่องสอน รวมถึงในภาคกลางซึ่งมีพื้นที่ป่าสนสองใบที่อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี จัดว่าเป็นแหล่งสุดท้ายในภาคกลางของไทยมาเพื่อดูเรื่องวงปี”

        รศ.ดร.นาฏสุดาอธิบายอีกว่า การทำนายสภาพอากาศโดยปกติข้อมูลที่ได้ กรมอุตุนิยมวิทยาจะมีการบันทึกไว้ในช่วง 50 ปี แต่เมื่อต้นไม้มีอายุยาวนานกว่านั้น เราจึงใช้ข้อมูลวงปีเป็นตัวแทนลักษณะอากาศในอดีตได้ ซึ่งต้นไม้ที่ทำการศึกษามีอายุถึง 300 ปี จากรายงานพบว่า ปริมาณน้ำฝนในอดีตมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไร แต่ 30 ปีหลังนี้ มีแนวโน้มสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงฤดูฝน ส่วนเรื่องอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงฤดูร้อน ดังจะเห็นได้จากวงปีไม้ที่จะมีความถี่มากขึ้น

        ”ก่อนหน้าที่เรามีการพัฒนาอุตสาหกรรม สภาพของวงปีไม้สม่ำเสมอ แต่นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันซึ่งมนุษย์มีกิจกรรมหลากหลาย วงปีไม้ค่อนข้างผันผวน ลักษณะของวงปีถี่มากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นผลจากน้ำมือมนุษย์อย่างแน่นอน ขณะนี้มีแนวโน้มบอกอย่างนั้น และถ้ายังมีการพัฒนาปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกใกล้เคียงปัจจุบันและต่อไปอีก ธรรมชาติจะเปราะบางยิ่งกว่านี้และความสมดุลของสิ่งแวดล้อมจะเสียไป” รศ.ดร.นาฏสุดากล่าว

        นอกจากนั้น เธอยังบอกว่า ผลการศึกษาวงปีไม้มีความน่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเทียบกับบันทึกข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาแล้วพบว่ามีความสัมพันธ์กัน จึงมั่นใจได้ว่าวงปีที่เหลือจะให้ข้อมูลเรื่องน้ำและอุณหภูมิในอดีตได้ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาสร้างเส้นน้ำฝนและเส้นอุณหภูมิในอดีตย้อนกลับได้ วงปีไม้จึงเป็นกุญแจที่จะทำให้เรารู้เรื่องอดีต สถานภาพปัจจุบัน และบอกการคาดการณ์ในอนาคตได้

        “ได้ยินนักวิทยาศาสตร์ไทยพูดเสมอถึงโมเดลทำนายสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะต้องตรวจสอบกับข้อมูลสภาพอากาศในอดีต แต่ 70% ในบ้านเราไม่เข้าใจจริงดูแค่วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ขาดข้อมูลยินยันที่ชัดเจน ถามว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยเริ่มเมื่อไหร่ ไม่มีใครตอบได้ จะดูแค่เวลา 10 ปี และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในตอนนี้ ไม่พยายามมองย้อนกลับไปและเปรียบเทียบข้อมูลว่าแตกต่างกันหรือไม่ ตอนนี้มีข้อมูลจากธรรมชาติเปิดช่องให้แล้ว ยินดีหากหน่วยงานอื่น ๆ องค์กร และนักวิทยาศาสตร์จะนำการศึกษาวงปีไม้ไปใช้ประโยชน์” รศ.ดร.นาฏสุดากล่าว

        ส่วนที่ไม่มีการพูดกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการศึกษาวงปีไม้ในไทยนั้น นักวิชาการคนเดิมบอกว่า ก่อนหน้านี้ 10 ปีทั่วโลก รวมทั้งไทยเองเข้าใจว่าต้นไม้ในเขตร้อนชื้นกับกึ่งร้อนชื้นไม่มีศักยภาพในการศึกษาวงปีไม้ เพราะต้นไม้มีการเจริญเติบโตตลอดทั้งปีทำให้เห็นวงปีไม่ชัดเจน จนกระทั่งมีความต้องการข้อมูลสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และใช้ “วงปีไม้” ถอดรหัสภูมิอากาศ ซึ่งข้อมูล ซึ่งข้อมูลจากวงปีไม้สามารถให้ข้อมูลสภาพอากาศทางเขตขั้วโลกเหนือ เขตอบอุ่นที่ชัดเจนแล้ว จึงเกิดคำถามว่าเขตร้อนชื้นมีข้อมูลสภาพอากาศอย่างไรในเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนาข้อมูลภูมิอากาศในอดีตมีการบันทึกในช่วงสั้น ๆ นักวิชาการทั่วโลกจึงหันมาสนใจศึกษาเรื่องวงปีไม้ในเขตร้อนชื้นเพื่อนำมาเป็นตัวแทนสภาพภูมิอากาศ

        “ประมาณปี 2540 เริ่มการศึกษาวงปีไม้อย่างเข้มข้นระหว่างนักวิชาการไทยกับนักวิชาการเยอรมัน เพราะเริ่มมีการตระหนักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความขาดแคลนข้อมูลสภาพภูมิอากาศในเขตร้อนชื้น”

        นอกจากนี้ เธอบอกว่าในการประชุมนานาชาติวงปีไม้ ครั้งที่ 7 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมนี้จะจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี ประเทศในกลุ่มเอเชียได้มีการรวมกลุ่มกันเป็น “องค์กรวงปีไม้เอเชีย” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยวงปีไม้ในแถบเอเชียมีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการศึกษาและการประยุกต์ใช้วงปีไม้ รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศความร่วมมือดังกล่าวประเทศไทยก็ได้รับประโยชน์มาก

        เมื่อถามว่าในต่างประเทศมีการศึกษาวงปีไม้นอกเหนือจากเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือไม่ ได้อีกมากมาย ทั้งในวงการโบราณคดี เช่นการกำหนดอายุโรงไม้กำหนดอายุสุสาน วัด พระพุทธรูป ข้าวของที่ทำจากไม้ในพิพิธภัณฑ์ ในวงการสิ่งแวดล้อมเองมีการใช้วงปีไม้ศึกษาการปนเปื้อนของโลหะหนักในเขตอุตสาหกรรม การใช้ร่องรอยในวงปีไม้เพื่อแสดงถึงผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม ใช้ค่าไอโทปในการศึกษาวงปีไม้ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จะใช้ในงานด้านนี้มาก เพราะมีบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม แต่บ้านเรายังขาดแคลน

        “เคยเก็บตัวอย่างวงปีไม้สักจากพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งมีการปลดปล่อยซัลเฟอร์จากโรงไฟฟ้า เมื่อน้ำฝนชะเกิดกรดคาร์บอนิก เป็นฝนกรดตกในพื้นที่ ต้นไม้ในพื้นที่ดูดซับมลภาวะจากดิน อากาศ จากการศึกษาพบว่าการเจริญเติบโตของวงปีไม้ผิดปกติ มีการชะงักงันเกิดขึ้น” รศ.ดร.นาฏสุดายกตัวอย่างให้ฟัง

        ในฐานะผู้บุกเบิกการศึกษาวงปีไม้และพัฒนางานวิจัยให้มีความก้าวหน้าเรื่อยมา รศ.ดร.นาฏสุดากล่าวว่า ได้วางแผนพัฒนางานวิจัยของไทยให้คุณภาพดีขึ้น โดยต้องมีการเก็บตัวอย่างวงปีไม้มากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ แล้วนำมาปรับปรุงเส้นดัชนีชี้วัด จากนี้ไปเตรียมหาหลักฐานจากสิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้ คาดว่าจะเป็นวัดวาอารามตามภาคเหนือที่มีอายุกว่า 700 ปี ตลอดจนไม้สักที่มีอายุเก่าแก่ เพื่อสร้างเส้นภูมิอากาศย้อนกลับไปในอดีตให้ได้ไกลขึ้นไปอีก

        ในท้ายนี้ รศ.ดร.ฝากทิ้งท้ายว่า องค์ความรู้เรื่องวงปีไม้เป็นเพียงองค์ความรู้หนึ่งของนักวิชาการที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อหาคำตอบเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้รากฐานจากอดีตเป็นพื้นฐานความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง มีอุณหภูมิสูงยิ่งขึ้นไปกว่านี้รวมทั้งช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ขอเพียงลงมือจริงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็จะช่วยปกป้องโลกได้


หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ฉบับวันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ.2550
หน้า 4
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้261
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9298
mod_vvisit_counterทั้งหมด631300