ผลกระทบของ Climate Change ต่อระบบเศรษฐกิจไทย
• ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุดของโลกของประเทศและของเราทุก ๆ คน
เพราะตอนนี้สิ่งที่เราเคยคิดปรากฏกายเร็วขึ้นกว่าที่คาดคิด ฝนตกผิดฤดูกาล พายุแผ่นดินทรุด อากาศที่ร้อนผิดปกติมีให้เห็นอยู่เนือง ๆ
วันหนึ่งในอนาคต ลูกหลานของเราจะไม่ยอมให้อภัยเรา หากในหนังสือประวัติศาสตร์ระบุว่า ในวันนี้ ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เราไม่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้ไขปัญหานี้ และเราไม่ได้ทำอะไรเพื่อที่จะเตรียมการรองรับผลกระทบของ Climate Change
อุณหภูมิที่สูงขึ้น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เกาะหลาย ๆ เกาะที่หายสาบสูญจมไปกับน้ำทะเล พื้นที่แผ่นดินที่ให้คนอยู่อาศัยลดลง สภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงคุกคามทุกชีวิตบนโลก สภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์แย่ลง ความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์สัตว์และพันธุ์พืชลดลง ภูเขาน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งและทะเลน้ำแข็งลดลงอย่างรวดเร็ว ความเป็นกรดของทะเลเพิ่มขึ้น
ฝนตกทิ้งช่วงและไม่ตกต้องตามฤดูกาลผลผลิตทางการเกษตรลดลง เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น พายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ความแห้งแล้งลุความอดอยากที่บ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น
คนที่อยู่ริมทะเลตามชายฝั่งและริมน้ำจะได้รับผลกระทบรุนแรง และอาจต้องอพยพออกไป เมืองใหญ่ ๆ เช่นกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ความหายนะของโลกทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ก็จะกลายเป็นความหายนะอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ซึ่งจะโทษใครไม่ได้ เพราะแท้ที่จริงแล้วเราทุกคนเป็นตัวการเร่งให้เกิดปัญหา Climate Change
ดังนั้น หากเราไม่รีบเปลี่ยนพฤติกรรมความหายนะจะมาเร็วกว่าที่เราคาดไว้
การแก้ไขปัญหา Climate Change ให้สำเร็จ ต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ โดยเริ่มที่การเปลี่ยนความคิดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ ต้องมาอันดับหนึ่ง และเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องรองแต่ละประเทศต้องยอมสละการเติบโตทางเศรษฐกิจในตอนนี้ เพื่อให้สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องมั่นคงในอนาคต
ประเทศที่เติบโตทางเศรษฐกิจโดยเร่งขยายตัวทางอุตสาหกรรม เช่น สหรัฐ จีน และอินเดีย กลัวว่าต้นทุนของการจัดการกับปัญหา Climate Change จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจในขณะนี้
การคิดเช่นนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง
เพราะสถานการณ์เช่นนี้ทุกประเทศทุกคนต้องช่วยกันลดกิจกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยสารพิษ ก๊าซพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนสนับสนุนและลงทุนในเทคโนโลยีที่จะได้พลังงานที่สะอาดและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
วิธีการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สามารถทำได้ 2ลักษณะ
หนึ่ง Mitigation คือความพยายามลดสิ่งที่จะกระตุ้นและทำให้เกิด Climate Change เช่นลดการปล่อยสารและก๊าซพิษเข้าสู่ระบบอากาศ
สอง Adaptation คือการปรับตัวเราและสิ่งรอบ ๆ ตัวเราเข้ากับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป ตลอดจนสร้างภูมิคุ้มกันและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันผลกระทบจาก Climate Change
การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจากปริมาณน้ำฝน จากระดับน้ำทะเลและจากน้ำหลากจากภูเขา หรือการสร้างฉนวนเพื่อป้องกันความร้อนให้กับที่อยู่อาศัย
แนวทางการแก้ไขปัญหาที่กำลังได้รับความสนใจมีอยู่สองแนวทาง คือ
หนึ่ง แนวทางที่อิงกับกลไกตลาด (Market based solution) เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยคิดราคาหรือทำให้เกิดต้นทุนและลงโทษผู้ที่ทำให้เกิด Climate Change
รัฐบาลต้องมีการหารือว่าจะใช้มาตรการทางภาษี คิดภาษีกับธุรกิจและผู้ที่ทลายสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือการตั้งราคาและจัดสรรปริมาณก๊าซคาร์บอนที่แต่ละประเทศ และแต่ละภาคธุรกิจจะสามารถปล่อยออกไปได้
ประเทศและธุรกิจที่สามารถประหยัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะได้รับประโยชน์ในรูปตัวเงิน จึงเป็นการสร้างแรงจูงใจที่มีพลังมาก
การสร้างกลไกตลาดเช่นนี้จะเอื้อต่อการทำให้เกิดตลาดแลกเปลี่ยนและการซื้อขายในการปล่อยก๊าซพิษ
ธุรกิจใดที่สามารถปล่อยก๊าซพิษได้ต่ำกว่าที่ได้รับการจัดสรร ก็สามารถขายสิทธิ์นั้นให้กับผู้อื่นได้
เป็นการใช้กฎกติกามาเพิ่มแรงจูงใจให้เอกชนร่วมมือปฏิบัติ
สอง แนวทางที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศ (Technology development and Cooperation) โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทนและพลังงานทีสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Renewable Energy)
ที่สำคัญ รัฐบาลของแต่ละประเทศควรเร่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดปริมาณคาร์บอนและสร้างธุรกิจพลังงานที่สะอาด โดยใช้วิธีร่วมมือกันและแบ่งปันความรู้
อีกทั้งรัฐบาลควรกำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวด และมาตรฐานการประกอบธุรกิจการผลิต รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพของธุรกิจ โรงงานและอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ
รวมถึงการให้ความรู้ต่อสาธารณชนถึงต้นทุนที่แท้จริงของการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย รณรงค์ให้ประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ : การเงิน (มองรอบด้าน) ฉบับวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 หน้า A18 |
|