ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
โลกสามมิติ

สิ่งมีชีวิตใต้ภูเขาน้ำแข็ง แอนตาร์กติกา

มื่อแผ่นน้ำแข็งชายฝั่ง ลาร์เซน เอ (Larsen A) บริเวณคาบสมุทรแอนตาร์กติกา แตกออกในปี 1995 และแผ่นน้ำแข็ง ลาร์เซน บี (Larsen B) ขนาด 3,250 ตารางกิโลเมตร หรือสองเท่าของมหานครลอนดอน แตกออก ในปี 2002 มันคือสัญญาณเตือนว่าโลกร้อนขึ้น

        แต่สำหรับนักชีววิยาทางทะเลแล้ว นี่คือการเปิดทางให้เข้าไปทำการสำรวจสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ใต้แผ่นน้ำแข็งลาร์เซน เอ และแผ่นน้ำแข็งลาร์เซน บี โดยไม่ต้องเจาะแผ่นน้ำแข็งให้ยากลำบากกันอีกต่อไป

        นอกจากนั้นยังเป็นโอกาสที่จะศึกษาว่าภูเขาน้ำแข็ง (icebergs) ที่เกิดจากการพังทลายของแผ่นน้ำแข็งชายฝั่งจะมีผลต่อสภาพนิเวศทางทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างไรบ้าง

        ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจำนวน 52 คน จาก 14 ประเทศ ของโครงการ Polarstern expedition 1 ใน 13 โครงการสำรวจสำมะโนประชากรสิ่งมีชีวิตในทะเล (Census of Marine Life: CAML) ในปีขั้วโลกสากล 2007/2008 ได้ดำเนินการสำรวจท้องทะเลใต้แผ่นน้ำแข็งลาร์เซน เอ และลาร์เซน บี ในระดับความลึก 100-850 เมตร เป็นเวลานาน 10 สัปดาห์ เมื่อต้นปี 2007 ที่ผ่านมา

        เรือ Polarstern ของสถาบัน Alfred Wegener Institute เมืองเบรเมน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิจัย นำนักวิทยาศาสตร์เดินทางไปที่นั่น

        การสำรวจทำโดยการปล่อยเรือดำน้ำขนาดเล็กที่ควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรลดำดิ่งลงไปบันทึกภาพและเก็บตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตใต้แผ่นน้ำแข็ง

        ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทีมนักสำรวจพบว่าสภาพแวดล้อมใต้แผ่นน้ำแข็งมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยก้นทะเลในเขตน้ำตื้นที่สุดซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่นน้ำแข็งที่หนาหลายร้อยเมตรพังทลายลงมีสภาพแห้งแล้งและถูกกัดเซาะด้วยร่องน้ำที่เกิดจากธารน้ำแข็งที่ไหลลงสู่ทะเล ส่วนก้นทะเลในบริเวณอื่นกลับอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตทั้งสัตว์และพืชทะเล

จูเลียน กัตต์ นักนิเวศวิทยาจากสถาบัน Alfred Wegener Institute หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสัตว์และพืชบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ได้อพยพมาหลังจากแผ่นน้ำแข็งพลังทลายลง เช่น เพรียงหัวหอม (sea squirts) จำนวนมาก

        เพรียงหัวหอมเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นญาติใกล้ชิดของมนุษย์ พวกมันมีรูปร่างหลากหลาย บางชนิดเป็นแผ่นรูปวงรีเรียงต่อกัน บางชนิดเป็นแผ่นแบนเคลือบบนหิน บางชนิดเป็นทรงถุง ผิวนุ่มและหยุ่น หดตัวได้เมื่อถูกสัมผัส ลักษณะเด่นคือ มีทางน้ำเข้าออกและเกาะติดอยู่บนพื้นแข็ง

        นักวิทยาศาสตร์ยังพบฝูงปลิงทะเล (sea cucumbers) ในเขตน้ำตื้นด้วย ปลิงทะเลเป็นสัตว์ทะเลท้องถิ่นซึ่งปกติพวกมันจะอาศัยอยู่ที่ก้นทะเลลึกประมาณ 2,000 เมตร ทีมสำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะว่าในเขตน้ำลึกและทะเลบริเวณด้านข้างของแผ่นน้ำแข็งมีอาหารน้อยพวกมันจึงอพยพมาอยู่ในเขตน้ำตื้น

        ในจำนวนสัตว์ตัวอย่างที่เรือดำน้ำเก็บได้ประมาณ 1,000 สปีชีส์ นักวิทยาศาสตร์พบสัตว์ใหม่ ๆ หลายชนิด อาทิ สัตว์ในไฟลัมไดนาเรียน (cnidarians) จำนวน 4 สปีชีส์ หมึกสองสปีชีส์ และ แอมฟพอด (amphipod) ครัสเตเชียนขนาดเล็กอีก 15 สปีชีส์

        ทีมสำรวจยังพบฝูงปลาวาฬมิงเกแหวกว่ายอยู่ในบริเวณใกล้ขอบแผ่นน้ำแข็ง ซึ่งดูเหมือนว่าที่นั่นกำลังจะกลายเป็นที่อยู่อาศัยอีกแห่งหนึ่งของพวกมันปรากฏการณ์นี้ชี้ว่าสภาพนิเวศทางทะเลในบริเวณนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ

านวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบของภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรใต้มหาสมุทรซึ่งล้อมรอบทวีปแอนตาร์ติกาต่อระบบนิเวศทางทะเลของนักวิทยาศาสตร์สหรัฐนำโดย ดร.เคน สมิธ จากสถาบัน Monterey Bay Aquarium Research Institute ใน แคลิฟอร์เนียน่าสนใจมาก

        ทีมนักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาสภาพแวดล้อมของภูเขาน้ำแข็งในทะเลเวดเดลล์มหาสมุทรใต้จำนวนสองลูกลูกแรกมีขนาด 2x0.5 กิโลเมตร ลูกที่สองยาว 21 กิโลเมตร กว้าง 5 กิโลเมตรตั้งแต่เดือนธันวาคม 2005 โดยใช้เรือดำน้ำซึ่งควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรลสำรวจในรัศมีมากกว่า 9 กิโลเมตร จากภูเขาน้ำแข็ง

        ผลการศึกษาพบว่าทะเลรอบ ๆ ภูเขาน้ำแข็งมีสิ่งมีชีวิตมากขึ้นเกือบ 40% และทะเลยังมีความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย

        ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่าทะเลรอบ ๆ ภูเขาน้ำแข็งในรัศมีมากกว่า 3.7 กิโลเมตรอุดมไปด้วยแร่ธาตุ นกทะเล ปลาคริลล์ (Krill) และ ไฟโตแพลงตอน (Phytoplankton) มากกว่าบริเวณที่ไม่มีภูเขาน้ำแข็ง

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุเหล็กที่มาจากการละลายของภูเขาน้ำแข็งทำให้จำนวนไฟโตแพลงตอนเพิ่มมากขึ้น ไฟโตแพลงตอนมีความสำคัญเพราะมันเป็นแพลงตอนพืชที่ดูดกลืนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการสังเคราะห์แสงของมัน และคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนหนึ่งจะจมลงสู่ใต้ทะเลลึกทำให้ทะเลรอบภูเขาน้ำแข็งมีความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมากกว่าในบริเวณอื่น ๆ

        ครึ่งหนึ่งของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยออกมาจะถูกดูดซับไว้โดยมหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตบนโลกในปริมาณที่พอ ๆ กัน

        มหาสมุทรใต้สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่โลกปล่อยออกมาได้ประมาณ 15% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมดแต่การศึกษาโดยทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาตินำโดย ดร.โครินเน เลอ เควียร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าปัจจุบันประสิทธิภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมหาสมุทรใต้ลดลง

มื่อปี 2002 ทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นได้ทำการทดลองกระจายธาตุเหล็กไปทั่วผิวน้ำทะเล ซึ่งพบว่า ธาตุเหล็กในน้ำทะเลช่วยเพิ่มจำนวนไฟโตแพลงตอน นักวิทยาศาสตร์ทีมนี้เชื่อว่าไฟโตแพลงตอนจะเป็นอาวุธใหม่ที่สามารถใช้กำจัดก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนได้

        การค้นพบว่ามีไฟโตแพลงตอนจำนวนมากรอบ ๆ ภูเขาน้ำแข็งเพราะมีธาตุเหล็กนับเป็นข่าวดีสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามหาทางจัดการกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญอยู่ในขณะนี้

        สมิธกล่าวว่าจะติดตามผลการค้นพบครั้งนี้อย่างเข้มข้นต่อไปในปีหน้า

        “เรากำลังจะกลับไปและดูว่าภูเขาน้ำแข็งขนาดเล็กกว่ามีความสำคัญอย่างไร และมันเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของทะเลรอบ ๆ มันด้วยหรือไม่"


บัณฑิต คงอินทร์
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
ฉบับวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พุทธศักราช 2550
หน้า 19
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้266
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9303
mod_vvisit_counterทั้งหมด631304