40 เมืองทั่วโลกหารือสู้โลกร้อน หนุนพลังงานสะอาด ลดก๊าซเรือนกระจก ‘กรุงเทพฯ’ร่วมด้วย
นิวยอร์ก (เอเอฟพี) – นายกเทศมนตรีจาก 40 เมืองใหญ่และมีมลพิษทั่วโลก เตรียมประชุมหาวิธีรับมือสู้โลกร้อน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในสัปดาห์นี้
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม มีรายงานว่า ผู้แทนจากเมืองใหญ่ต่างๆ และเมืองมีมลพิษสูง ตั้งแต่กรุงเบอร์ลิน ปักกิ่ง ลอนดอน ลอสแองเจลิส และอีกกว่า 40 เมือง รวมทั้งกรุงเทพฯ จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเมืองใหญ่ว่าด้วยเรื่องสภาวะอากาศ หรือซี40 (C40) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหาทางลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในสัปดาห์นี้ที่เมืองนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงลอนดอน ในปี 2548 โดยเป็นการประชุมที่รวมเอาเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมจากกว่า 20 เมืองทั่วโลกเพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละเมืองได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายเมืองใหญ่
ขณะที่ในปีนี้จะมีนายกเทศมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจากราว 46 เมืองเข้าร่วมการประชุม เพื่อจัดการวิกฤตสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่จะมีผู้นำจากองค์กรธุรกิจจากทั่วโลกร่วมประชุมด้วย
แคทรีน วิลด์ ประธานองค์กรพันธมิตรแห่งนิวยอร์ก กลุ่มผู้นำองค์กรธุรกิจที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาลซึ่งเป็นผู้จัดการประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้จะเน้นที่เรื่องผลประโยชน์ทางการเงินที่ได้จากการแก้ไขสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง
“เป็นสิ่งสำคัญที่การประชุมสุดยอดนี้จะเน้นที่ผลประโยชนง์ทางเศรษฐกิจของเมืองต่างๆ ที่จะได้รับเมื่อเมื่อมีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และจัดการปัญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง” วิลด์ กล่าว
ด้านนิโคลัส สเติร์น นักเศรษฐศาสตร์ อดีตประธานธนาคารโลก เตือนเมื่อปีที่ผ่านมาว่า สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้โลกถดถอยสู่สภาวะช่วงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และช่วงเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ช่วงยุค 30 หากไม่รีบดำเนินการแก้วิกฤต
วิลด์ กล่าวด้วยว่า การนำเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจจากเมืองและบริษัทต่างๆ ที่สามารถเสนอวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ได้ทั้งทางด้านเทคนิคและการใช้องค์กรทางการเงิน จะทำให้การประชุมในครั้งนี้เป็นมากกว่าเวทีอภิปรายโดยไม่เห็นผล
“มีผู้คนมากมายที่พูดถึงโลกร้อนในลักษณะที่เป็นนามธรรม และนำเสนอการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย แต่ผู้ที่จะมาร่วมประชุมครั้งนี้เป็นผู้ที่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณ นำสู่การปฏิบัติ และทำให้เป็นพันธะต่อประชาชนได้” วิลด์ กล่าว
คาดกันว่าที่ประชุมดังกล่าวจะระบุถึงความคิดริเริ่มต่างๆ อาทิ การเพิ่มอำนาจ การใช้งบประมาณประจำเมืองให้มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการจัดการปัญหาจราจรติดขัด การปรับปรุงระบบน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ลดขยะภายในเมือง และปรับปรุงระบบการขนส่งสาธารณะ
ทั้งนี้ เมืองต่างๆในโลกต้องรับผิดชอบต่อการบริโภคพลังงานโลกถึง 3 ใน 4 ของการบริโภคพลังงานทั้งหมด และถูกมองว่ามีบทบาทสำคัญเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย
วิลด์ กล่าวด้วยว่า การประชุมนี้จะเปิดโอกาสให้นายกเทศมนตรีจากเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯได้ทำอะไรบางอย่างกับปัญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องสนใจว่า ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะลงนามในพิธีสารเกียวโต อีกทั้งเปิดโอกาสให้เมืองต่างๆ จาก 5 ทวีปทั่วโลก รวมไปถึงเมืองจากประเทศกำลังพัฒนา ได้ใช้อิทธิพลที่มีร่วมกันสร้างความเคลื่อนไหวที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงการจัดการโลกร้อนได้อย่างแท้จริง
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ : สถานการณ์โลก ฉบับวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 หน้า A15 |
|