| กองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า คำตอบ ของการพัฒนาพลังงาน และดูแลสังคม ทันทีที่การสัมมนารับฟังความคิดเห็นเรื่อง ร่างระเบียบคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติว่าด้วยแนวทางการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ณ โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา สิ้นสุดลงรวมทั้ง ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานได้มีการจัดสัมมนาในลักษณะ เดียวกัน มาแล้วทั่วประเทศ ทั้งในจ.สระบุรี ลำปาง ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช (ระหว่างวันที่ 6-17 ส.ค.2550 ที่ผ่านมา) นั้นนับว่าเป็นสัญญาณการเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสรรค์มิติใหม่ ของการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า หรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นตัวอย่างที่ดีของโครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต
ซึ่งความเป็นมาของกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เกิดจากมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2550 เห็นชอบให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า โดยกำหนดให้มีการตั้งกองทุนฯ ขึ้นในทุกโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการ
สรุปจำนวนผู้เข้าร่วมการสัมมนารับฟังความคิดเห็น | ครั้งที่ | วันที่ | สถานที่ | จำนวนผู้เข้าร่วมสัมมนา | 1 | 6 ส.ค.50 | โรงแรมหาดสองแคว รีสอร์ท จ.สระบุรี | ประชาชน | ภาครัฐ | โรงไฟฟ้า | รวม | 123 | 30 | 23 | 176 | 2 | 7 ส.ค.50 | โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง | 115 | 36 | 21 | 172 | 3 | 9 ส.ค.50 | โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น | 200 | 13 | 15 | 228 | 4 | 14 ส.ค.50 | โรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช | 172 | 52 | 15 | 239 | 5 | 17 ส.ค.50 | โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา | 101 | 61 | 88 | 250 | ไฟฟ้าตั้งแต่ 6 เมกะวัตต์ขึ้นไป ซึ่งโรงไฟฟ้าจะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนตามหลักการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ดังนี้
1. โรงไฟฟ้าใหม่ (โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป)
-ระหว่างการก่อสร้าง นับตั้งแต่วันที่มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจนถึงวันเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ให้โรงไฟฟ้าจ่ายเงินเข้ากองทุน ตามกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้า ในอัตรา 50,000 บาท/เมกะวัตต์/ปีหรือไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท/ปี
-ระหว่างการผลิตไฟฟ้า นับตั้งแต่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบจนถึงวันที่โรงไฟฟ้าหมดอายุสัมปทานกำหนดให้โรงไฟฟ้าจ่ายเงินเข้ากองทุนฯ เป็นประจำทุกเดือน ตามจำนวนหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบของการไฟฟ้าในอัตราที่แตกต่างกันตามชนิดของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า
2. โรงไฟฟ้าปัจจุบัน (โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบก่อนวันที่ 1 มกราคม 2554) กำหนดให้จ่ายเงินเข้ากองทุนเฉพาะช่วงระหว่างการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น โดยจ่ายเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนด
อัตราการจัดเก็บค่าพลังงานไฟฟ้าเข้ากองทุนพัฒนาชุมชน ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า | เชื้อเพลิง | สตางค์ / หน่วย | ก๊าซธรรมชาติ | 1.0 | น้ำมันเตา ดีเซล | 1.5 | ถ่านหิน ลิกไนต์ | 2.0 | พลังงานหมุนเวียน - ลมและแสงอาทิตย์ - ชีวมวล กาก และเศษวัสดุเหลือใช้ ขยะชุมชน - พลังน้ำ | 0 1.0 2.0 | ตัวอย่างการเก็บเงินเข้ากองทุน เช่น หากการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ถ่านหิน กำลังผลิต 700 เมกะวัตต์ จะเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ได้ถึงปีละ 100 ล้านบาท ขณะที่โรงไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ กำลังผลิต 700 เม กะวัตต์ จะเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ได้ ปีละ 50 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งตอนนี้ มีเงินไหลเข้ากองทุนฯ แล้วกว่า 300 ล้านบาท จากการเริ่มเก็บเงินเข้า กองทุนฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 และเงินจำนวนนี้ จะโอนเข้า กองทุนฯ ทันทีที่การจัดตั้งกองทุนฯ แล้วเสร็จ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2550
กองทุนฯ นี้ จะมีคณะกรรมการในลักษณะพหุภาคี เป็นผู้บริหารกองทุนฯ ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาคประชาชน (ซึ่งจะต้องมีจำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด) ผู้แทนภาครัฐผู้แทนจากโรงไฟฟ้า และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้นายอำเภอดำเนินการสรรหากรรมการผู้แทนภาคประชาชน และผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ ผู้แทนภาครัฐ จากนั้นจะมีการจัดประชุมกรรมการผู้แทนภาคประชาชน ผู้แทนภาครัฐ และผู้แทนโรงไฟฟ้า เพื่อสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่อไป โดยทุกขั้นตอนจะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกกลุ่มในชุมชน
ส่วนกรอบการกำหนดผู้ได้รับผลประโยชน์ แบ่งเป็นเขตพื้นที่ชั้นใน ตำบลในรัศมี 5กิโลเมตร จากขอบเขตของโรงไฟฟ้าหรือนิคมอุตสาหกรรมที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ และพื้นที่ชั้นนอก ที่เป็นพื้นที่ที่อยู่รอบเหนือพื้นที่ชั้นใน โดยให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการฯ โดยจะมีโรงไฟฟ้าที่ต้องจัดตั้งกองทุนภายในปี 2551 จำนวน 100 โรง ใน 39 จังหวัดทั่วประเทศไทย
จากการประเมิน เบื้องต้นของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันคาดว่าในปี 2551 จะสามารถเก็บเงินเข้ากองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าได้รวมประมาณ 1,887 ล้านบาท ซึ่งจะจัดสรรให้กับชุมชนรอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ โดยตามกรอบของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ชุมชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวมในชุมชนเป็นหลักได้แก่
• การพัฒนาอาชีพ • การสนับสนุนการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี กีฬาและดนตรี • สนับสนุน พัฒนาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม • สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต • เพื่อบรรเทาความเสียหายในเบื้องต้นจากผลกระทบที่มีสาเหตุมาจากโรงไฟฟ้า • สนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน • สนับสนุนการจัดทำผังเมืองรวมชุมชน • สนับสนุนเงินในการจัดทำแผนการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า • สนับสนุนเงินเป็นค่าใช้จ่ายหรือตอบแทนในการปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด • อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
บทสรุปของการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น แนวทางในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ทั้ง 5 จังหวัดที่ผ่านมาเป็นที่ชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่ ได้เห็นชอบในมาตรการต่าง ๆ ทั้งแนวทางการจัดตั้งกองทุนฯ กรอบการกำหนดผู้ได้รับผลประโยชน์ ตลอดจนผลประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ดีของการพัฒนาโครงการด้านพลังงาน ที่จะต้องควบคู่กันไปกับการรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม เพื่อจะเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญของการลดปัญหาความขัดแย้งและการได้รับผลประโยชน์ทั้งประชาชนและประเทศชาติต่อไป
กระทรวงพลังงาน MINISTRY OF ENERGY หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ.2550 หน้า 3
|
|