ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
การสร้างสภาพสบาย
ที่ใช้พลังงานน้อย

รู้ทันพลังงาน

• พิพัฒน์ ชัยวิวัฒน์วรกุล
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
• กูสกานา กูบาฮา
คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

มื่อพูดถึงความรู้สึกสบายแล้วเรามักจะนึกถึงการใช้เครื่องปรับอากาศ และการตั้งอุณหภูมิปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ข้อกังขาจึงมีอยู่ว่า หากไม่มีการปรับอากาศแล้วคนเราจะรู้สึกไม่สบายอย่างนั้นหรือ คนเราจำเป็นต้องอยู่ในห้องปรับอากาศเท่านั้นหรือถึงจะรู้สึกสบาย ถ้าเป็นเช่นนี้จริงทุกบ้านจำเป็นต้องขวนขวายหาเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งเพื่อที่จะได้ให้เกิดความรู้สึกสบาย

        ในความเป็นจริงแล้ว คนเราสามารถรู้สึกสบายได้ ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่ได้อยู่ในห้องที่มีการปรับอากาศ หากสภาวะแวดล้อมนั้นมีสภาพที่เหมาะสม กล่าวคือมีลมพัดถ่ายเทสม่ำเสมอ ไม่อบอ้าว ไม่มีกลิ่นอับไม่พึงปรารถนา เราเองก็เพิ่งรู้จักแอร์หรือเครื่องปรับอากาศมาประมาณสัก 40 ปีมานี้เอง ในอดีตเครื่องปรับอากาศไม่ได้เป็นที่แพร่หลายเฉกเช่นในปัจจุบันและมีแนวโน้มที่สูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

        หากไม่มีการควบคุมหรือการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้เครื่องปรับอากาศที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว นอกจากจะส่งผลต่อการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นแล้วยังจะทำให้มีสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นและอาจเร่งการเกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ในที่สุด

        การสร้างสภาพสบายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ หรืออาจจำเป็นต้องพึ่งก็เป็นระบบปรับอากาศที่ใช้พลังงานน้อย นับเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของมนุษย์ต้องเกิดการผสมผสานวิทยาการต่าง ๆ เพื่อออกแบบบ้านให้เหมาะสม ใช้ธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ในการสร้างสภาพสบาย ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการปรับอากาศรูปแบบใหม่ที่ใช้พลังงานน้อย

        คนเราโดยส่วนใหญ่แล้วมักคุ้นเคยกับการใช้ระดับของอุณหภูมิอากาศเป็นเกณฑ์ในการอธิบายความรู้สึกร้อนหรือหนาวหรือแม้กระทั่งความรู้สึกสบาย แต่ในความเป็นจริงแล้วระดับองอุณหภูมินั้นไม่สามารถที่จะอธิบายในเรื่องของความรู้สึกสบายได้ทั้งหมด

        ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของสถานที่ 2 แห่ง ที่มีอุณหภูมิอากาศเท่ากัน สมมติว่าเท่ากับ 20 องศาเซลเซียส แต่ที่บริเวณแห่งหนึ่งไม่มีลมพัด ในขณะที่อีกบริเวณหนึ่งมีลมพัดผ่าน หากเราไปอยู่ในสถานที่ทั้ง 2 แห่งนี้แล้วในบริเวณที่มีลมพัดเราจะรู้สึกว่าหนาวกว่าในบริเวณที่ไม่มีลมพัดอย่างนี้ เป็นต้น

        ดังนั้น ระดับของอุณหภูมิอย่างเดียวไม่สามารถที่จะบ่งบอกถึงระดับความรู้สึกที่เป็นจริงได้ ความรู้สึกสบายแท้จริงแล้วเป็นความรู้สึกที่พึงพอใจต่อสภาวะแวดล้อมที่เป็นอยู่ ความรู้สึกพอใจต่อระดับอุณหภูมิ ความชื้นลักษณะของลมพัดที่เป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งระดับของกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา

        การที่จะอธิบายลักษณะของสภาพแวดล้อมที่จะสอดคล้องและสามารถบ่งบอกถึงระดับความรู้สึกสบายแล้ว โดยมากแล้วมักจะใช้ตัวแปรอย่างน้อย คือ ค่าอุณหภูมิของอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ และความเร็วลม มาประกอบกันเพื่อใช้ในการแสดงถึงลักษณะของสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง

        นอกจากปัจจัยภายนอกเกี่ยวกับสภาพอากาศดังได้อธิบายจากตัวอย่างแล้วข้างต้นความรู้สึกสบายของคนยังขึ้นกับปัจจัยส่วนบุคคล อาทิ เครื่องแต่งกาย อัตราการเผาผลาญอาหาร และกิจกรรมของบุคคลนั้น ๆ กระบวนการเผาผลาญอาหาร ในร่างกายของคนเราเปรียบเสมือนเครื่องจักรผลิตความร้อนขึ้นภายในตัว จึงจำเป็นต้องมีการระบายความร้อนออกเพื่อให้อุณหภูมิภายในร่างกายลดลงการเกิดเหงื่อเป็นกระบวนการหนึ่งในการระบายความร้อนภายในร่างกาย หากร่างกายไม่สามารถขับเหงื่อออกได้ร่างกายจะรู้สึกร้อนอบอ้าวไม่สบายตัว เช่น เมื่ออากาศมีอุณหภูมิที่สูง ร่างกายจะยิ่งร้อนและขับเหงื่อออกมามาก แต่หากบริเวณนั้นมีความชื้นสูง ความชื้นจะเป็นตัวสกัดกั้นการขับเหงื่อออกจากร่างกายทำให้เหงื่อไม่สามารถระเหยไปได้

        การออกแบบบ้านที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกความสบายเชิงอุณหภาพจะเกิดขึ้นได้หากมีการออกแบบบ้านที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะของอุณหภูมินั้น ๆ การใช้วัสดุที่เหมาะสม กล่าวคือมีความต้านทานทางด้านความร้อนที่ดี

        สำหรับประเทศไทยซึ่งมีอากาศแบบร้อนชื้น การปรับปรุงสภาพของตัวบ้านโดยเปิดโอกาสให้มีการระบายเข้าออกของลมได้อย่างสะดวก จึงเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างมาก การเปิดช่องหน้าต่างหรือประตูในแนวทิศทางลมและด้านฝั่งตรงข้ามจะช่วยให้อากาศสามารถไหลเวียนภายในบ้าน ซึ่งจะเป็นการลดความร้อนสะสมและถ่ายเทความร้อนออกไปจากตัวบ้านได้เป็นอย่างดี

        นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้รอบบริเวณบ้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ ไม้พุ้มเตี้ย หรือหญ้าคลุมดิน พืชสีเขียวเหล่านี้เมื่อมีการสังเคราะห์แสงจะมีการคายน้ำ ซึ่งจะดูดซับความร้อนและระเหยสู่บรรยากาศ ทำให้สามารถลดอุณหภูมิรอบบริเวณบ้านได้ เมื่อกระแสลมพัดผ่านจะทำให้เย็นสบายขึ้นได้อีกทางหนึ่ง และการปลูกต้นไม้จะช่วยสร้างร่มเงาทำให้แสงแดดกระทบพื้นดินตลอดจนพื้นที่คอนกรีตน้อยลง พื้นที่เหล่านี้มีความสามารถในการดูดซับความร้อนและแผ่ความร้อนได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รอบ ๆ บริเวณบ้านมีอุณหภูมิสูงขึ้น

        การปรับปรุงสภาพบ้านที่สามารถทำได้ง่าย ๆ อีกประการหนึ่ง ได้แก่ การหาอุปกรณ์บังแดด บริเวณหน้าต่างด้านทิศใต้ ทิศตะวันตก หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อบังเงาและไม่ให้แดดสามารถเข้าตัวบ้านได้ หรืออาจทำนั่งร้านปลูกพืชเถาไม้เลื้อย ที่จะช่วยเพิ่มความสวยงามและความร่มรื่นให้กับบ้านได้อีกด้วย

        การปรับปรุงสภาพบ้านในแนวทางดังกล่าวข้างต้น จะมีผลอย่างมากต่อการลดความร้อนที่ถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้าน สามารถสร้างสภาพสบายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศอย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็สามารถประหยัดพลังงานได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศ การตั้งอุณหภูมิไว้ประมาณ 27-28 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมตัวเล็ก ๆ เบา ๆ ส่ายไปมาภายในห้อง ก็สามารถสร้างความสบายได้ และประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศได้ถึง 15-20% พัดลมที่เปิดนั้นใช้ไฟฟ้าน้อยมาก ซึ่งโดยทั่วไปต้องการกำลังไฟฟ้าประมาณ ซึ่งโดยทั่วไปต้องการกำลังไฟฟ้าประมาณ 30-80 วัตต์ ขึ้นอยู่กับขนาดและความเร็วของพัดลม ซึ่งน้อยกว่ากำลังไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศมาก

        เช่น กรณีเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 ขนาด 1 ตันความเย็น อาจต้องการกำลังไฟฟ้าสูงถึง 1,100 วัตต์ ดังนั้น การตั้งอุณหภูมิที่ค่าดังกล่าวจะช่วยให้ประหยัดพลังงานได้อย่างมาก ที่สำคัญและลืมไม่ได้กับการประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศ ได้แก่ การบำรุงรักษาทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งควรทำอย่างน้อยทุก ๆ 6 เดือน จะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 5-10%

        ดังนั้น หากท่านต้องการที่จะอยู่บ้านอย่างสบายคลายร้อนและประหยัดไฟฟ้า ขอให้เริ่มมองหาวิธีปรับปรุงสภาพบ้านให้เหมาะสมและปรับพฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศตามแนวทางที่กล่าวมาข้างต้น

        หมายเหตุ : บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้รับการสนับสนุนจากสำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน บทความนี้ เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2551 หน้า B6
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้940
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1144
mod_vvisit_counterรายเดือน6814
mod_vvisit_counterทั้งหมด560929