ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
อะไรจะเกิดขึ้นมันก็ต้องเกิด - ห้ามไม่ได้หรอก

จิตกับพฤติกรรม

ความทรงจำนอกมิติ
นพ.ประสาน ต่างใจ

        โลกมนุษย์เข้าสู่กลียุค (ซึ่งจะทำให้) เกิดภัยธรรมชาติจาก ดิน น้ำ ไฟ ลม และจะเกิดมหาสงครามครั้งที่สามตามมา มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่งหนึ่ง

        สำหรับประเทศไทยจะเริ่มต้นเกิดในปี 2550 โดยคาดว่าจะได้รับภัยทางน้ำและไฟ โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพฯ แผ่นดินจะยุบตัว คลื่นน้ำจะพัดเข้าถล่ม ความสูง 200 เมตร มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่ง น้ำจะเข้าที่ช่องแคบสระบุรีและตอนล่างของโคราชบางส่วน ภัยพิบัติธรรมชาตินี้จะมีต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ สุดท้ายประเทศไทยจะเหลือประชากรประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ เหลือเพียงสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะไม่เข้าใจในการบำเพ็ญภาวนา เงินทองจะไม่มีค่าเลย เพราะว่ามนุษย์ในยุคนั้นวัดกันด้วยความดี มีศีลธรรม บุญกุศล

        (ระวัง) ปีมะโรง พ.ศ.2555 ปีมะเส็ง 2556 ปีระกา 2560 ปีจอ 2561 และสุดท้าย ปีกุน พ.ศ.2562

        รื่องของความรุนแรงกระทั่งการปะทะกันระหว่างคนไทยกับคนไทยเพราะความเห็นทางการเมืองที่ไม่เหมือนกันจนแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างชัดเจน เมื่อวันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่กรุงเทพฯ พร้อม ๆ กับมีคนตายและคนเจ็บมากนับครึ่งพันคนนั้น ขอถามคนกรุงเทพฯ จริง ๆ เถิดว่า นอกจากการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้ประสบเหตุการณ์เช่นนั้นแล้ว ก็มีแต่จะทำให้ความแตกแยกที่แย่อยู่แล้วต้องเป็นแผลร้าวลึกยิ่งขึ้น บาดเจ็บล้มตายมากขึ้นแล้วเราจะทำอย่างไร? ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ประชาชนคนไทยจะทนมองเรื่องแตกแยกยาวนานที่นึกไม่ถึงเช่นนี้ได้อย่างไร? ทั้ง ๆ ที่หลายต่อหลายคนวิตกกังวลมาตลอดเวลา ว่าความรุนแรงเช่นนั้นอาจจะเกิดขึ้นจริงก็ได้ หลายคนรู้สึกว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้ผิดไปจากความคาดหมาย เพราะเคยมีตัวอย่างมาบ้างแล้วในต่างจังหวัด คนอื่นผู้เขียนไม่รู้ แต่ผู้เขียนรู้ว่ามันต้องเกิดขึ้นสักวันในเร็ว ๆ นี้ เพราะความแตกแยกภายในประเทศระหว่างคนในชาติเดียวกัน หรือพี่น้องกันแท้ ๆ มันได้เกิดขึ้นในที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งโลก และสาเหตุของมันเท่าที่ผู้เขียนวิเคราะห์ ลองมันเป็นเช่นนี้ทั่วโลก และสาเหตุของมันเท่าที่ผู้เขียนวิเคราะห์ ลองมันเป็นเช่นนี้ทั่วทั้งโลกเพียงผิดกันที่มากบ้างหรือน้อยบ้างความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมันจึงหนักหนาสาหัสเกินที่จะเยียวยาด้วยคนกลางและความสมานฉันท์ เกินการกริ่งเกรงว่าด้วยการลงทุนนิยมการตลาดเสรีของทุกประเทศในโลก ในมุมของผู้เขียนมันรอวันล่มสลาย หมดสมัยหมดเวลาอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว เพราะว่าสิ่งแวดล้อมธรรมชาติได้เปลี่ยนแปลงไป และทรัพยากรธรรมชาติ – วัตถุดิบของเศรษฐกิจทุนนิยม – ที่ค่อย ๆ หมดไปจนประชาชนที่คุ้นเคยกับ “การบริโภคโยนทิ้ง” เกิดทนไม่ได้กับความเครียดของตัวเองเลยหันไปโทษคนอื่น ดังนั้นเองความรุนแรงมันถึงเกิดขึ้นจริงตามที่ผู้เขียนคิด ซึ่งก็เป็นไปตามผลของการสำรวจโพลล์ของสำนักต่าง ๆ ถึงความเห็นของคนกรุงเทพฯ มาตลอดในสื่อต่าง ๆ ด้วย ทั้งที่ผู้เขียนไม่ค่อยได้อ่านหนังสือพิมพ์หรือดูโทรทัศน์มากนัก สำหรับโทรทัศน์นั้นแทบว่าจะไม่ดูเลยไม่ว่ารายการใด นอกจากข่าวหรือภาพยนตร์จากอเมริกาโดยดูเป็นครั้งเป็นคราว และขอบอกตรง ๆ ว่าอเมริกาทำภาพยนตร์เก่งกว่าใคร ๆ เก่งจนเข้าใจว่า ตนคือพระเอกที่จะต้องถูกและเก่งตลอดเวลา

        ในอดีตตั้งแต่เมื่อร่วมสามปีมาแล้วมีเพื่อน ๆ และญาติพี่น้อง รวมทั้งลูกศิษย์ลูกหาได้ถามผู้เขียน – อาจจะในฐานะนักการเมืองระดับชาติเก่าผู้หนึ่ง – ว่าทำไม? ผู้เขียนควรทำอย่างไร? ซึ่งคำตอบก็คล้ายกันว่า คนที่รักชาติรักบ้านเมืองย่อมจะคิดออกว่าตนเองจะช่วยประเทศได้อย่างไร? “ตอนนี้มันถึงเวลาที่เราจะต้องคิดออกแล้วว่า เราจะยืนอยู่ข้างไหนจึงจะถูกต้อง” ประเด็นก็คือ ผู้เขียนเข้าใจดีกับคนที่อยู่ทางฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งสองฝ่ายด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วว่าเราอยู่กับระบบและโครงสร้างของสังคมที่ผิดธรรมชาติจนทรัพยากรธรรมชาติต้องค่อย ๆ หมดลงไป เพื่อแลกกับ “การบริโภคโยนทิ้ง” อันเป็นความสุขสนุกที่เราเคยชินและยึดติดกับมันยิ่งกว่าติดกาวตราช้าง ฉะนั้นจึงมีเพื่อนรักเพื่อนรวมอุดมการณ์เก่าเดิม กระทั่งญาติพี่น้องที่ใกล้ชดหลาย ๆ คนที่ยืนกันคนละข้าง ซึ่งเมื่อพวกเขาเจอกันก็จะดูเหินห่างจากกัน และต่างคนก็ต่างระวังที่จะไม่พูดเรื่องการเมืองกัน ทั้งนี้และทั้งนั้น การเป็นคนกลางก็เป็นการปฏิบัติตัวที่ลำบากอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะต้องนั่งทนฟังการกล่าวหาด่าว่านักการเมืองหรือคนของอีกฝ่ายหนึ่งจนจบ ทั้งนี้ผู้เขียนมักจะไม่พูดคำใดอันจะเป็นการเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ซึ่งจริง ๆ แล้วหากมองจากมุมมองของผู้เขียน ระบบกับโครงสร้างหรือ “อารยธรรมสมัยใหม่” ที่อยู่กับเราในวันนี้ทั้งหมด หรืออยู่กับมนุษย์โลกในวันนี้ทั้งหมด คิดดูให้ถ่องแท้เถิดแล้วจะพบว่ามันผิดธรรมชาติทั้งนั้น มนุษย์ทั้งโลกจึงเหมือนถูกจักรวาลลงโทษ

        ที่พูดมานั้นไม่ใช่ว่าไม่เข้าข้างฝ่ายใดเพราะใจไม่ถึง คิดไม่เป็นหรือไม่รักชาติ รักประชาชนกันทั้งนั้นและจะพูดกันด้วยอารมณ์ว่าถึงเอาไปตัวหัวก็ยอม และอาจจะตัดจริง ๆ ก็ได้ หากตัดในตอนนั้นหรือในขณะที่กำลังมีอารมณ์นั้น ๆ ซึ่งจะตัดจะเผาตัวเอง หรือจะนั่งอดอาหารจนตายเพราะรักชาติ รักประชาชน แต่โลกและประเทศไทยก็ไม่ได้ไม่เสียอะไร หรือจะคิดว่าชีวิตกูเป็นของกูไม่มีใครว่า แต่แน่ใจอย่างไรว่าเราตายไปแล้วเรื่องจะจบ หรือชนะแล้วประเทศไทยจะยิ่งใหญ่คับฟ้าไปในทันทีทันใด แท้ที่จริงแล้วในความเห็นของผู้เขียน ที่ตีกันเจ็บกันหรือตายในวันที่ 7 ตุลาคมนั้น แสนจะจิ๊บจ๊อยเมื่อเทียบกับการบาดเจ็บล้มตายด้วยภัยธรรมชาติจากโลกร้อนที่มนุษย์ก่อขึ้นเองในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ - จากน้ำท่วม โรคระบาดหรือสงครามนิวเคลียร์ – หากเรามองให้รอบด้านและมองให้ลึกจริง ๆ ประเทศไทยซึ่งอยู่ในโลกดาวเคราะห์ดวงที่ 3 ของระบบสุริยะในกาแล็กซีทางช้างเผือกประเทศไทยจึงแยกออกไปอยู่ต่างหากไม่ได้ เราจึงต้องร่วมหัวจมท้ายกับพิภพนาวาลำนี้ต่อไปวันยังค่ำ ประเด็นคือโลกใบนี้กำลังป่วยหนัก ป่วยหนักมากจริง ๆ จนจะเอาตัวรอดหรือเอาพิภพนาวาลำนี้ให้รอดก็ยังเป็นปัญหา ดังที่นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกคาดการณ์ไว้ และผู้เขียนเอามาเล่าที่นี่หลายหน ฉะนั้นจงอย่ารีบตายหรือรีบชนะเลย เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีทางชนะจริง ๆ เพราะไม่ว่าอย่างไร อารยธรรมสมัยใหม่ของพิภพนาวาลำนี้ตามรูปแบบ หรือพาราไดม์ที่ประกอบด้วยระบบและโครงสร้างปัจจุบัน ก็จะพินาศย่อยยับไปหมดสิ้นไม่เหลือแม้แต่เงา ทั้งนี้มันจะเกิดขึ้นภายในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน ใครก็ตามหากสามารถอยู่รอดเลยวันที่ 21 เดือน ธันวาคม 2012 หรือปีมะโรง พ.ศ.2555 โดยไม่ตายไปก็จะมีวิวัฒนาการทางจิตไล่ไปสูงกว่าเดิม

        วันก่อนระหว่างที่เขียนบทความเรื่องของปฏิทินของชาวมายาว่าจบลงที่ปี 2012 แล้วก็ไม่มีอีก ผู้เขียนเป็นแพทย์กับเป็นนักวิทยาศาสตร์ประยุกต์ แต่ไม่เคยปฏิเสธเรื่องทางจิตหรือจิตนิยมด้วยซ้ำ หากมันมีตรรกะพอที่จะเข้าใจ เมื่อมองจากความรู้ที่ผู้เขียนรู้ โดยเฉพาะทฤษฎีแควนตัม หรือความคิดที่มีเหตุผลของนักฟิสิกส์แห่งยุคใหม่หลายต่อหลายคน ในขณะที่เขียนบทความนั้นพลันได้รับโทรศัพท์มาจากอีสาน ว่ามันมีคำทำนายที่คนอีสานเขารู้มาตั้งนานแล้วว่า ปี พ.ศ.2555 จะเป็นปีเริ่มต้นของ “ม้ามีเขา” ปลากินดาวและขี้ครอกเต็มถนน” อะไรพวกนั้นที่จะเป็นสัญลักษณ์ของความฉิบหายวายวอดที่จะตามมาอย่างรวดเร็ว สองสามวันจากนั้นก่อนบทความดังกล่าวลงในไทยโพสต์เสียด้วยซ้ำ อยู่ ๆ ผู้เขียนก็ได้รับหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งที่เป็นเรื่องเดียวกันกับที่ได้กล่าวมาข้างบน หนังสือเล่มนั้นจำลองมาจากหนังสือใบลานจากวัดแห่งหนึ่งในเมืองอัตตะปิ ของประเทศลาว แต่ก็ได้พูดถึงกรุงเทพฯ และประเทศไทยไว้มากพอสมควร โดยขึ้นต้นว่ามนุษย์โลกนั้นทำกุศลกรรมเพียงสามส่วน แต่ทำบาปกรรมถึงเจ็ดส่วน ดังนั้นจึงต้องถูกลงโทษถึง 9 ประการนั้น เป็นภัยธรรมชาติเสีย 7 ข้อ ที่น่าสนใจคือข้อ 8 ซึ่งที่ชี้บ่งความล่มสลายของระบบเศรษฐกิจของมนุษย์ทั่วทั้งโลก กับข้อ 9 ที่ระบุว่าจะเกิดการเข่นฆ่าพยาบาทระหว่างกันเอง

        การจะนำรายละเอียดทั้งหมดที่มีอยู่ในหนังสือที่ผู้เขียนได้มาให้อ่านกัน ก็คงจะไม่พอกับเนื้อที่ทางหนังสือพิมพ์จัดหามาให้แม้ว่าเรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นทั้งหมดโดยไม่ยกเว้น ล้วนเป็นคำบอกเล่าหรือคำทำนายที่ปราศจากตรรกะและเหตุผลทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งผู้อ่านบางคนอาจจะรับไม่ได้ สำหรับผู้เขียนนั้นดังได้กล่าวมาแล้ว แม้ว่าจะเป็นแพทย์หรือเป็นนักวิทยาศาสตร์ประยุกต์ แต่ที่ร่ำเรียนมาก็คือวิทยาศาสตร์แห่งชีวิต วิทยาศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนหลักการวัตถุนิยมแยกส่วน ที่ผลมาจากเหตุที่ทำนายได้ แต่หลังจากที่ได้เรียนรู้แควนตัม แมคานิกส์ และทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์หลังจากการเรียนรู้จักรวาลวิทยาใหม่และการพัวพันอย่างอีนุงตุงนังหลังจากการเรียนรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์แห่งความซับซ้อนและทฤษฎีไร้ระเบียบ ฯลฯ ผู้เขียนก็สามารถรับเรื่องทางจิตหรือแม้เรื่องที่เป็นจิตนิยมบางเรื่องได้หากว่าเรื่องนั้น ๆ สามารถอธิบายให้ผู้เขียนเข้าใจได้ด้วยความรู้ใหม่ดังกล่าว และข้อเขียนคำแปลในหนังสือเล่มนั้นมีบางส่วนเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะ ทำไม? ปี 2012 ของชาวมานา อินคา โฮปี ฯลฯ จึงตรงกับปีมะโรง พ.ศ.2555 ในหนังสือเล่มนั้น ราวกับว่ามีใครเล่นตลกโดยลอกกันมาให้ผู้คนสนใจกระนั้น

        คำเตือนที่ระบุว่าได้มาจากศิลาจารึกในมหาวิหาร ณ สวนมฤคทายวัน ที่พระสงฆ์ไทยที่ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาติประเทศอินเดีย เมื่อปี พ.ศ.2485 เป็นผู้แปลมีดังนี้

        โลกมนุษย์เข้าสู่กลียุค (ซึ่งจะทำให้) เกิดภัยธรรมชาติจาก ดิน น้ำ ไฟ ลม และจะเกิดมหาสงครามครั้งที่สามตามมา มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่งหนึ่ง

        สำหรับประเทศไทยจะเริ่มต้นเกิดในปี 2550 โดยคาดว่าจะได้รับภัยทางน้ำและไฟ โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพฯ แผ่นดินจะยุบตัว คลื่นน้ำจะพัดเข้าถล่ม ความสูง 200 เมตร มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่ง น้ำจะเข้าที่ช่องแคบสระบุรีและตอนล่างของโคราชบางส่วน ภัยพิบัติธรรมชาตินี้จะมีต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ สุดท้ายประเทศไทยจะเหลือประชากรประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ เหลือเพียงสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะไม่เข้าใจในการบำเพ็ญญาณภาวนา เงินทองจะไม่มีค่าเลย เพราะว่ามนุษย์ในยุคนั้นวัดกันด้วยความดี มีศีลธรรม บุญกุศล

        (ระวัง) ปีมะโรง พ.ศ.2555 ปีมะเส็ง 2556 ปีระกา 2560 ปีจอ 2561 และสุดท้าย ปีกุน พ.ศ.2562

        หากที่เขียนเล่ามาเป็นความจริงซึ่งเป็นไปได้ เรื่องทั้งหมดในบ้านเราก็จะเป็นเรื่องเล็กสำหรับมนุษย์โลกทั้งหมดในเวลานี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความไม่ให้เราทำอะไร หากใครอยากจะทำอะไรก็ทำเถิดเพียงแต่เราต้องนึกถึงคำพูดอันเป็นอัมตะของไอน์สไตน์ที่พูดว่า “เราไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาอะไรได้เลย หากว่าเราใช้ความคิดและวิธีคิดอย่างที่เราสร้างปัญหานั้น ๆ ขึ้นมา”

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2551 หน้า 8
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้715
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้745
mod_vvisit_counterรายเดือน4497
mod_vvisit_counterทั้งหมด558611