เรียนรู้อยู่ร่วมสมดุล “ปิโตรเคมี-สิ่งแวดล้อม”
กล่องโฟม ถุงพลาสติค ขวดน้ำ จาน ชาม แก้วน้ำพลาสติค และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีถูกใช้แล้วจะกลายเป็นขยะที่ต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 400 ปีในการย่อยสลาย ทำให้พลาสติคกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาขยะล้นโลก แต่จะทำอย่างไรในเมื่อพลาสติคยังมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน จะทำอย่างไรจึงจะอยู่กับพลาสติคและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีได้อย่างสมดุลโดยไม่ก่อโทษให้กับสิ่งแวดล้อม
วันนี้น้อง ๆ เยาวชนจาก 7 โรงเรียนในจังหวัดระยองได้ร่วมกันค้นหาคำตอบในนิทรรศการสัญจรจากปิโตรเลียม...สู่ปิโตรเคมี ปี 2551 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยกลุ่ม ปตท.ได้สนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
นางปรียานุช เอกณรงค์ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเราจัดนิทรรศการสัญจร : จากปิโตรเลียม สู่ปิโตรเคมีขึ้นก็เพื่อให้เยาวชนในจังหวัดระยอง ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับปิโตรเลียมและปิโตรเคมีมากขึ้นกว่าที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากิจกรรมนิทรรศการสัญจรฯ ได้เน้นการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับปิโตรเลียม และปิโตรเคมี อาทิ ต้นกำเนิดองปิโตรเลียม การขุดเจาะและสำรวจ รวมไปถึงอุตสาหกรรมเคมี และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่มีความจำเป็นกับชีวิตของคน แต่ในปีนี้เราได้เพิ่มเติมความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการจัดการขยะจากปิโตรเคมี นวัตกรรมพลาสติคย่อยสลายได้ การผลิตพลังงานทดแทนจากผลผลิตทางการเกษตร โดยได้แบ่งออกเป็น 5 สถานี ได้แก่ 1.สถานีปิโตรเลียม : ขุมทรัพย์พลังงาน 2.สถานีมหัศจรรย์แห่งปิโตรเคมี 3.สถานีปิโตรเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม 4.สถานีพลังงานไม่มีวันหมด และ 5.สถานีกำจัดน้ำมันส่วนเกิน โดยมีนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอกจากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับปิโตรเลียมและปิโตรเคมีโดยตรง มาเป็นวิทยากร
นางสาวรัศชนก ลำเจียกรุ่งเรือง นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา กล่าวว่า การร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความรู้อย่างครบวงตร และยังไม่เคยได้รู้จากที่ไหน เช่น สถานีมหัศจรรย์แห่งปิโตรเคมีนอกจากเราจะได้เรียนรู้ว่าปิโตรเคมีคือพลาสติค โฟมและของใช้หลาย ๆ อย่างแล้ว ยังมีการทดลองการใช้โฟมและกล่องพลาสติคใส่อาหารที่อุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้รู้ว่าโฟมไม่สามารถทนความร้อนที่สูงเกิน 150 องศาเซลเซียสได้ จึงไม่เหมาะกับการใช้อาหารร้อนที่เพิ่งขึ้นจากกระทะ และไม่สามารถนำโฟมเข้าไมโครเวฟได้ นอกจากนี้ในสถานีปิโตรเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม เราได้รู้จักกับการจัดการขยะพลาสติคอย่างถูกต้องมากขึ้น ตลอดจนได้ทราบว่ามีการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ เป็นพลาสติคย่อยสลายได้ที่ใช้เวลาย่อยสลายภายใน 6 เดือน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 400 ปี
ด้าน นาย ช.ชัยชาญ ชาตะนาวิน นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนวัดป่าประดู่ กล่าวว่า ได้เรียนรู้เรื่องพลังงานทดแทน ทำให้รู้จักเชื้อเพลิงทดแทนหลายชนิด ทั้งน้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันไปโอดีเซลว่าสามารถผลิตขึ้นมาใหม่ได้จากผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้งยังได้ทดลองผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เรียนรู้กระบวนการผลิตที่ลึกซึ้ง
นอกจากนี้ ยังได้รู้ถึงการต่อยอดจากอุตสาหกรรมผลิตไบโอดีเซล โดยการนำ กลีเซอรอล ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงอุตสาหกรรมโอลิโอเคมีคอล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมที่คล้ายกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
อย่างไรก็ตาม การรีไซเคิลพลาสติค และการใช้พลาสติคย่อยสลายได้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาขยะพลาสติคที่ต้นเหตุนั้น เราทุกคนสามารถช่วยกันแก้ได้จากการลดการใช้พลาสติคที่ฟุ่มเฟือย ใช้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เราอยู่ร่วมกับพลาสติคอย่างสมดุลและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2551 หน้า 22 |
|