พลังงาน “ลม” พลังงานสะอาด ร.ร.บ้านหนองพลับ
มหันตภัยกำลังจะมาเยือนมวลมนุษย์ น้ำแข็งขั้วโลกละลายสภาพอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ภัยพิบัติจากธรรมชาติที่เข้าถล่มเมือง ผู้คนขาดแคลนอาหารและที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องในอนาคตอันแสนไกลอีกต่อไป
เพราะสภาพเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นจริงและเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต่างประสบร่วมกัน โดยต้นเหตุที่ชื่อว่า “ภาวะโลกร้อน”
หลายคนเริ่มมองหาวิธีการที่จะแก้ไขปัญหานี้ โดยช่วยกันรณรงค์เพื่อลดโลกร้อนสารพัดวิธี และวิธีการหนึ่งที่กำลังนำมาใช้อย่างกว้างขวาง คือการเลือกใช้ “พลังงานทดแทน”
“พลังงานลม” เป็นหนึ่งตัวเลือกของพลังงานทดแทน ที่เป็นพลังงานสะอาดไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ และสามารถนำมาใช้หมุนเวียนได้อย่างไม่หมดสิ้น
จึงทำให้พลังงานชนิดนี้ได้รับความสนใจในการนำมาศึกษาและพัฒนาให้เกิดประโยชน์กันอย่างกว้างขวาง และด้วยความที่ตระหนกถึงปัญหาโลกร้อนและเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่มาจากพลังงานลม บริษัท แคนยอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด จึงพาไปชมโครงการ “พลังงานสีขาว เพื่อโลกสีเขียว” โครงการที่นำกังหันลมผลิตไฟฟ้าไปติดตั้งให้แก่โรงเรียนในชนบททั่วประเทศ
ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่ได้จะนำไปใช้ในห้องสมุดของโรงเรียนที่เรียกกันว่า “ห้องสมุดพลังงานสีขาว”
วาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวถึงที่มาที่ไปของการเลือกใช้พลังงานลมในการผลิตไฟฟ้า ว่า ปัจจุบันส่วนของพลังงานเชื้อเพลิงค่อย ๆ น้อยลง เราจึงพยายามหาทางเลือกที่เป็นพลังงานใหม่ที่สามารถหาได้ตลอดเวลา ไม่มีวันหมด ซึ่งก็คือ “พลังงานลม”
วาตารุ นิชิโอกะ เล่าถึงการค้นพบพลังงานของลมตั้งแต่สมัยโบราณยุคแรกที่มีการเดินเรือ กระทั่งพัฒนามาเป็นกังหันลม ซึ่งสามารถนำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น
ประธานบริษัท แคนนอน บอกว่ากังหันลมตัวแรกเกิดขึ้นกลางศตวรรษที่ 7 โดยการสร้างของชาวเปอร์เซียน (Persians) เป็นกังหันลมชนิดแกนตั้งส่วนกังหันลมตัวแรกที่นำมาใช้ในการบดข้าวโพดสร้างขึ้นในประเทศฮอลลแลนด์เมื่อปี ค.ศ.1439 จากนั้นพัฒนาเรื่อยมาและเดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่มีการนำพลังงานลมมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า
“ประเทศไทยมีกังหันลมใช้มามากกว่า 100 ปีแล้ว ที่ จ.สมุทรสงคราม โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน นำพลังงานจากกังหันลมมาใช้วิดน้ำจากทะเลเข้านาเกลือ ข้อดีของพลังงานที่ได้จากกังหันลมก็คือ เป็นพลังงานสะอาด ไร้มลพิษและช่วยลดภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน หรือน้ำมัน ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ประเทศไทยจะสามารถสร้างกังหันลมเองได้ด้วยเทคโนโลยีของตนเอง และยังเป็นกังหันลมที่นำมาใช้ในเชิงธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญของการใช้พลังงานลม คือสถานที่ตั้งกังหันลมต้องมีลมพัดแรงพอที่จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้
สำหรับการติดตั้งกังหันลมให้โรงเรียนนั้น สมเกียรติ พาผล ผู้อำนวยการส่วนวางแผนธุรกิจ กล่าวเสริมว่ากังหันลมแบบแนวนอนเหมาะกับกระแสลมในประเทศไทย และโรงเรียนบ้านหนองพลับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับกังหันลมผลิตไฟฟ้าชนิดนี้
โดยมีเกณฑ์คัดเลือก คือจะพิจารณาโรงเรียนที่กำลังพัฒนา มีภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม ลมมีกำลังแรงพอ และมีบริเวณในการติดตั้ง
“เป้าหมายของเราคือพยายามจะติดตั้งกังหันลมใครอบคลุมทั่วทุกภาค ซึ่งในปีนี้วางแผนจะติดตั้งกังหันลมให้โรงเรียนทั้งหมด 3 แห่ง และปีหน้าอีก 12 แห่ง รวมทั้งหมดเป็น 15 แห่งทั่วประเทศ โดยนอกจากจะใช้พลังงานลมมาผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายให้กับดวงไฟและเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในห้องสมุดแล้ว ยังจะมอบหนังสือและอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ห้องสมุดเพิ่มเติม พร้อมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในห้องสมุดและภายในโรงเรียนด้วย”
นอกจากการใช้ประโยชน์ดังที่กล่าวแล้ว ยังคาดว่าพลังงานจากกังหันลมนี้จะช่วยทำให้ประหยัดค่าไฟไปได้ปีละ 5,760 บาท
ด้าน นิตยา ฤทธิ์อินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองพลับ กล่าวว่าประโยชน์ที่โรงเรียนจะได้รับ คือสื่อการเรียนการสอนที่จะทำให้นักเรียนมีโอกาสศึกษากระบวนการทำงานกังหันลมจากของจริง และเข้าใจการผลิตพลังงานสะอาด ได้รับรู้ถึงประโยชน์ของพลังงานจากแรงลม และเป็นการช่วยลดภาระโลกร้อน รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้า
เด็ก ๆ โรงเรียนบ้านหนองพลับวันนี้ดูจะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเป็นพิเศษที่โรงเรียนของพวกเขามีแสงไฟสว่างไสวให้สร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ ได้มากกว่าเดิม
กังหันลมสีขาวตัวใหญ่ โบกใบพัดหมุนไปมาตามกระแสลมที่พัดผ่านพลังงานจากกระแสลมแปรเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า วงจรแห่งพลังงานหมุนเวียนกำลังดำเนินไป นี่อาจจะเป็นก้าวย่างใหม่ที่ทำให้ความสำคัญของพลังงานลมน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นขุมพลังงานสำคัญในอนาคต
ภาจิรา จรัสอุทัย
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พุทธศักราช 2551 หน้า 21 |
|