โลกร้อน เรื่องจริงหรือเกินกว่าเหตุ
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแสเรื่องโลกร้อน เป็นที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลาย นำไปสู่กิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่เชื่อกันว่าแก้ปัญหาโลกร้อน นอกจากนี้ ยังมีหลาย ๆ กระแสที่กล่าวว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นสภาพน้ำท่วม อากาศหนาว พายุไซโคลนนาร์กิส เป็นผลมาจากปรากฎการณ์โลกร้อน จนบางครั้งพอเกิดอะไรขึ้นเราก็บอกกันว่าเป็นเพราะว่าภาวะโลกร้อน ยิ่งการเสอนข้อมูลที่เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศบางครั้งก่อให้เกิดความตระหนกต่อสาธารณชน หรือมีความคลาดเคลื่อนไปบ้างในฐานะที่เป็นผู้หนึ่งที่ติดตามปัญหานี้ ผมขอแสดงความเห็นในบางประเด็นเพราะเห็นว่าบางข้อมูลไม่ครบถ้วนและคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง
• ตกลงโลกร้อนขึ้นจริงหรือไม่
จากรายงานฉบับที่ 4 ของ IPCC ที่รายงานผลการตรวจสอบด้วยแบบจำลองภูมิอากาศระบุว่า แบบจำลองต่าง ๆ แสดงผลในทางเดียวกัน แต่มีผลกระทบต่อการเพิ่มอุณหภูมิไม่เท่ากัน โดยรวม IPCC ประมาณว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ (10 ปี) ในขณะที่แบบจำลองที่ให้ค่าสูงสุดประมาณว่าใน 100 ปีข้างหน้าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้น 4 องศา (ในช่วง 2.4-6.4 องศา) การเพิ่มนี้มาจากการปรับสมดุลพลังงานของโลก ดังนั้น จึงประมาณว่าอุณหภูมิทั่วทั้งโลกมีความเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น การประมาณการนี้ยังไม่แน่นอนเนื่องจากไม่สามารถประมาณนำผลของไอน้ำในอากาศได้อย่างชัดเจน แต่ก็เชื่อได้แน่ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกนั้นเพิ่มขึ้นรายงานที่ออกสู่สาธารณชนมักจะพูดเฉพาะค่าสูงสุด และผลกระทบที่ค่าสูงสุด โดยละเลยที่จะแจ้งต่อสาธารชนในเรื่องดังกล่าว
• ระดับน้ำสูงขึ้น 7 เมตร เรื่องจริงหรือความเข้าใจผิด
ในรายงานของ IPCC นั้นระบุสาเหตุการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลไว้ 4 อย่าง ได้แก่ การขยายตัวของน้ำทะเลเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นการละลายของธารน้ำแข็ง การละลายของน้ำเข็งที่กรีนแลนด์ และการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกได้ โดยระบุค่าสูงสุดของระดับน้ำทะเลเฉลี่ยในช่วงปี พ.ศ.2633-2642 จะสูงขึ้นกว่าระดับน้ำทะเลใน พ.ศ.2543 ประมาณ 59 เซนติเมตร โดยที่ค่าต่ำสุดประมาณไว้ที่ 18 เซนติเมตร โดยเฉลี่ยเพิ่ม 6 มิลลิเมตรต่อปี อย่างไรก็ดี ในช่วงปี พ.ศ.2550 ได้มีความวิตกว่าอัตรานี้จะสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณน้ำแข็งที่กรีนแลนด์มีการละลายสุทธิในอัตราที่สูงกว่าที่เคย
แล้วตัวเลข 7 เมตรมาจากไหน ในรายงานของ IPCC บอกว่าปริมาณน้ำแข็งที่สะสมอยู่ที่กรีนแลนด์ทั้งหมดมีจำนวน 2.9 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร หากน้ำแข็งจำนวนนี้ละลายหมดจะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 7.3 เมตร การละลายตัวสุทธิของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ในปี พ.ศ.2551 อยู่ที่ 320 ลูกบาศก์กิโลเมตร สรุปได้ว่าต้องใช้เวลามากว่า 9,000 ปี จึงจะละลายหมด IPCC ประมาณว่า ถ้าอุณหภูมิเหนือกรีนแลนด์สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3 องศา จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 1 เมตร ใน 1,000 ปี และถ้าสูงกว่า 8 องศา อาจจะละลายหมดได้ใน 1,000 ปีเช่นกัน ดังนั้น ระดับน้ำสูงขึ้น 7 เมตร ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ.2551 ที่มีอากาศหนาวเย็นอัตราการสะสมตัวของน้ำแข็งน่าจะสูงกว่าที่เคยเป็น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น เช่นการรบกวนกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรหากน้ำแข็งปริมาณมากละลายลงมาในมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งจะส่งผลให้ขั้วโลกเย็นลง
• แกนโลกจะเอียงมากขึ้น?
โลกของเรานั้นโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีในระนาบที่เรียกว่าสุริยวิถี (Ecliptic) โดยที่แกนหมุนของโลกนั้นเอียงทำมุม 23.5 องศากับแนวตั้งฉากกับระนาบสุริยวิถี การเอียงนี้เองเป็นผลทำให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก แต่ที่ไม่ค่อยมีการพูดถึงกันก็คือ แกนโลกนั้นมีการเปลี่ยนการเอียงระหว่าง 22.1 องศา ถึง 24.5 องศา โดยมีคาบการเปลี่ยนแปลงประมาณ 42,000 ปี และมีการส่ายไปรอบ ๆ ในลักษณะคล้ายลูกข่างด้วยคาบประมาณ 26,000 ปี นอกจากนี้ วงโคจรของโลกยังเปลี่ยนจากวงกลมเป็นวงรีและกลับเป็นวงกลมอีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 100,000 ปี ทั้งสามอย่างนี้ส่งผลให้ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง เกิดยุคน้ำแข็งเป็นช่วง ๆ มาตลอดขณะนี้เราอยู่ในช่วงที่เรียกว่าระหว่างยุคน้ำแข็ง (interglacial period) วัฏจักรนี้เรียกว่าวัฏจักรมิลานโควิซ (Milankovitch cycle) โดยยุคน้ำแข็งล่าสุดอยู่ในช่วงประมาณ 11,000 ปีก่อน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช้ามากและกว่าจะส่งผลให้รับรู้ได้ต้องใช้เวลาหลายพันปี
ถามว่า มีปัจจัยใดบ้างไหมที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแกนหมุนของโลกอย่างฉับพลัน ในแง่มุมทางดาราศาสตร์ผลกระทบจากภายนอกที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือการถูกชนด้วยอุกกาบาตหรือวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ หากว่าเรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิดน่าจะเป็นไปได้ เพราะในวิชาดาราศาสตร์นั้นมีคำ 2 คำที่คล้ายคลึงกันมาก คือ Inclination ซึ่งหมายถึงการเอียงของแกนโลก และ Declination ซึ่งหมายถึงตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่มองจากโลกในวันต่าง ๆ ของปี ค่า inclination นั้นคงที่ ส่วน Declination เปลี่ยนไปตลอดปีโดยมีค่าสูงสุด +23.5 องศาในช่วงวันที่ 20-21 มิถุนายนในวันดังกล่าวแสงอาทิตย์จะตกตั้งฉากกับผิวโลกที่ละติจูด 23.5 องศาเหนือ ซึ่งถือเป็นวันกลางฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ ซึ่งหากสับสนระหว่างสองคำดังกล่าวก็เป็นไปได้ว่าจะเข้าใจว่าแกนโลกจะเอียงเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด และสภาพอากาศที่ร้อนในช่วงเวลาดังกล่าวก็เป็นเหตุการณ์ปกติ แม้ว่าจะมีการกล่าวถึงการเปลี่ยนแกนหมุนของโลกใน Web-site บางแห่งในต่างประเทศก็มีการพิสูจน์ทราบแล้วว่าไม่เป็นความจริง
• เราควนจะทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้
ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เชื่อในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ผมเชื่อว่าสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่เราต้องแยกให้ออกระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในระดับภูมิภาค กับความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากมนุษย์ เราอาจจะแก้ไขหรือป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้หากเราเข้าใจปัญหานั้นและแก้ไขอย่างถูกจุด ที่สำคัญที่สุดคือ การนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะชนควรนำเสนออย่างเข้าใจและเสนอข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเพื่อไม่ให้สังคมเกิดความตื่นตระหนก อาจจะเป็นผลให้มีการดำเนินการที่ไม่มีความจำเป็นและเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของชาติในโครงการที่ไม่ตรงเป้า ที่สำคัญหากสังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน จะนำไปสู่กระแสการคลั่งการเปลี่ยนภูมิอากาศ (Climate Change Crazy) คือได้รับข้อมูลที่ผิด เข้าใจผิด และแก้ปัญหาแบบผิด ๆ ไปตามกระแสด้วย
ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2552 หน้า 10 |
|