ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
จับกระแสโลกร้อน

มติชนวิทยาการ ePeople

พอเพียงวิถีไทย....
ทางออกลดโลกร้อนแบบบูรณาการ

ระเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งเช่นเดียวกับแประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ซึ่งสาเหตุเกิดจากพื้นที่ป่าที่ลดลง การใช้พลังงานในกิจกรรมต่าง ๆ จนเกินพอดี และการจัดการปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น

        ดังนั้น การดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย จึงเป็นวิถีทางในการแก้ไขสาเหตุของภาวะโลกร้อนและการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกับแบบบูรณาการ อาทิ การอนุรักษ์ทัพยากรป่าไม้ เมื่อมีการใช้ไม้ในป่าตองมีการปลูกทดแทน และการเก็บเกี่ยวประโยชน์จากป่าในอาชีพอย่างพอประมาณการประหยัดพลังงานและการหาวิธีผลิตพลังงานแบบพึ่งพาตนเอง การลดปริมาณขยะด้วยการบริโภคอย่างพอเหมาะและใช้สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็น รวมทั้งการหาวิธีการกำจัดขยะให้เกิดประสิทธิภาพและลดการเกิดมลพิษตลอดจนศึกษาวิธีการลดก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อนจากแหล่งต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและไม่เกิดผลกระทบต่อชุมชนตามทิศทางกระแสโลก

        จากข้อมูลของ ไอพีซีซี หรือ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) พบว่า มีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 2 รองจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าดินในนาข้าวมีการปลดปล่อยก๊าซมีเทน ประมาณ 15-20% ของปริมาณมีเทนที่ปลดปล่อยสู่บรรยากาศ

        จากรายงานการวิจัย ปี 2007 ของภาควิชาภูมิวิทยาศาสตร์ (Geosciences) แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิล และภาควิชา Civil and Environmental Engineering แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาแบบจำลองระบบและแนวทางการลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากแปลงนาข้าว โดยเริ่มศึกษาตัวรับอิเล็กตรอนบางชนิดในดินที่มีสภาพน้ำท่วมขัง อาทิ ออกซิเจนไนเตรต (NO3) ธาตุแมงกานีสในรูป Mn (IV) ธาตุเหล็กในรูป Fe (III) และ สารซัลเฟต (SO4) และมีตัวให้อิเล็กตรอน คือ อะซิเตต (Acetate) และธาตุไฮโดรเจน ซึ่งได้จากการย่อยสลายอินทรียวัตถุ โดยตัวรับและตัวให้อิเล็กตรอนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการถ่ายทอดอิเล็กตรอน (electron transfer processes) ของปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดก๊าซมีเทนในแปลงนา

        รวมทั้งการทดสอบผลของการใช้ปุ๋ยและการระบายน้ำในพื้นที่ต่อการปลดปล่อยก๊าซมีเทนจากแปลงนาและศึกษาผลของอุณหภูมิต่อกระบวนการแพร่และจลน์ศาสตร์ของปฏิกิริยา (reaction kinetic) ซึ่งทดสอบทั้งภาคปฏิบัติและแปลงนาจริง รวมทั้งการศึกษาการปลดปล่อยสารอินทรีย์คาร์บอนจากราก (exudation) และการปลดปล่อยออกซิเจนจากรากของต้นข้าว และชีวมวลของรากของต้นข้าว การเจริญเติบโตของต้นข้าวการกระจายของอินทรีย์คาร์บอนในดิน อาการของโรคในรากพืช การลดลงของปริมาณก๊าซ เพื่อนำข้อมูลการศึกษาดังกล่าวมาประเมินการปลดปล่อยก๊าซมีเทนในแปลงนาที่ปลูกในเมือง Chongqing และ Sichuan ของประเทศจีน ชี้ให้เห็นว่าการปลดปล่อยก๊าซมีเทนจากแปลงนาข้าวพันธุ์ลูกผสมมีมากกว่าพันธุ์พื้นเมือง (ลักษณะต้นสูง) ในระยะต้นกล้า และการปลดปล่อยก๊าซมีเทนช่วงระยะต้นกล้ามีมากกว่าช่วงฤดูการปลูกข้าว และพบว่าเมื่อใส่ปุ๋ยไนเตรต อัตรา 64 kg N/ha สามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ถึง 7% และเหล็ก (Fe) และแมงกานีส (mn) ในรูป oxidized forms ที่พบในช่วงที่ระบายน้ำขังในแปลงนาก่อนฤดูกาลปลูกสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนได้ ประมาณ 8-10% และการระบายน้ำขังในแปลนา 1 สัปดาห์ ในช่วงฤดูกาลปลูกสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนได้ถึงประมาณ 22-23%

        เทคนิคนี้นอกจากเป็นการลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนแล้ว ยังเป็นการรักษาระดับน้ำที่เหมาะสมในแปลงนาและเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวอีกด้วย

        โดยสรุปแล้วการสร้างความพอเพียงในการดำเนินชีวิตให้เกิดเป็นกิจวัตรอย่างต่อเนื่องต้องปฏิบัติจริงโดยเริ่มจากบุคคล ครอบครัว ชุมชน จนถึงประเทศชาติผนวกกับการคิดหาเทคนิควิธีการตามศักยภาพให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประเทศ ก็จะทำให้ประเทศชาติมีการพัฒนาอย่างมั่นคงตลอดไป


สุจิณณา กรรณสูต
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
ฉบับวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2550
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้272
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9309
mod_vvisit_counterทั้งหมด631311