เมืองชายฝั่งอเมริกาเหนือ จมใต้น้ำ หากน้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลาย
โลกสามมิติ
ระดับน้ำทะเลบริเวณแนวชายฝั่งอเมริกาเหนือและแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดียจะสูงกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยพยากรณ์ไว้ หากน้ำแข็งบริเวณแอนตาร์กติกาตะวันตก (West Antarctic Ice Sheet) ละลายจนหมด
พื้นที่หลายแห่งในสหรัฐอเมริกาจะจมอยู่ใต้น้ำ อย่างเช่น พื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แคลิฟอร์เนีย และทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เป็นต้น
นี่คือผลการศึกษาล่าสุดของทีมนักฟิสิกส์ธรณีจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science ฉบับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2009
อุณหภูมิบริเวณทวีปแอนตาร์กติกาในระยะเวลา 50 ปี คือในระหว่างปี 1957-2006 สูงขึ้นโดยเฉลี่ยเท่ากับ 0.5 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นโดยเฉลี่ยเท่ากับ 0.6 องศาเซลเซียส
บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดคือ แอนตาร์กติกาตะวันตกซึ่งรวมถึงคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 350,000 ตารางไมล์ ขนาดเท่ากับ รัฐแคลิฟอร์เนีย เท็กซัส อลาสกา และแคนซัส ของสหรัฐอเมริการวมกัน มีปริมาณน้ำ 100 เท่าของน้ำในทะเลสาบเกรตเลกในอเมริกาเหนือ
อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่บริเวณแอนตาร์กติกาตะวันตกพังทลายของน้ำแข็งชายฝั่งลาร์เซน บี (Larsen B shelf) ขนาด 3,250 ตารางกิโลเมตร หนา 200 เมตร บริเวณคาบสมุทรแอนตาร์กติกา
ปี 2002 นักวิทยาศาสตร์ตื่นตระหนกกับการพังทลายของน้ำแข็งชายฝั่งลาร์เซน บี (Larsen B shelf) ขนาด 3,250 ตารางกิโลเมตร หนา 200 เมตร บริเวณคาบสมุทรแอนตาร์กติกา
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2008 แผ่นน้ำแข็งขนาดยาว 41 กิโลเมตร กว้าง 2.5 กิเมตรของน้ำแข็งชายฝั่งวิลกินส์ (Wilkins ice shelf) ก็แตกออก
ปรากฏการณ์นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องฉายภาพไปในอนาคตว่า หากน้ำแข็งบริเวณแอนตาร์กติกาละลายจนหมดจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นเท่าใด
โมเดลพยากรณ์ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็งของแอนตาร์กติกาโดยการคำนวณจากปริมาตรน้ำแข็งทั้งหมดชี้ว่า น้ำแข็งที่ละลายจะไหลลงสู่มหาสมุทรโดยจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งมหาสมุทรและหากแผ่นน้ำแข็งเฉพาะบริเวณแอนตาร์กติกาตะวันตกละลายหมดไปก็จะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น 5 เมตร
แต่การศึกษาของทีมนักฟิสิกส์ธรณี นำโดย เจอรี มิทโทรวีกา จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา กลับพบว่าหากแผ่นน้ำแข็งตะวันตกของแอนตาร์กติกาละลายหมดไป น้ำแข็งที่ละลายลงสู่มหาสมุทรจะกระจายตัวไม่สม่ำเสมอทั้งมหาสมุทร โดยระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งของอเมริกาเหนือและทางใต้ของมหาสมุทรอินเดียจะสูงกว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นในมหาสมุทร 1 หรือ 2 เมตรด้วยเหตุ 3 ประการ
ประการแรก แรงดึงดูดของแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาต่อน้ำในมหาสมุทรรอบ ๆ จะลดลงตามระยะทางทำให้ระดับน้ำทะเลใกล้ขั้วโลกใต้มีระดับลดลงภายในรัศมี 2000 กิโลเมตร แต่ไกลออกไประดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นในอัตราก้าวหน้า
ประการที่สอง เมื่อแรงกดของแผ่นน้ำแข็งต่อชั้นหินแข็ง (Bedrock) ข้างใต้หมดไปและถูกแทนที่ด้วยน้ำแข็งที่ละลาย ชั้นหินแข็งจะดีดตัวสูงขึ้นมาประมาณ 100 เมตร และจะดันน้ำทะเลให้ไหลออกสู่มหาสมุทร
ประการที่สาม ถ้าแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกละลายหมดไปจะทำให้แกนการหมุนของโลกเลื่อนจากตำแหน่งปัจจุบันไปประมาณ 500 เมตร ซึ่งจะส่งผลให้น้ำทะเลจากมหาสมุทรแอตแลนติกทางใต้และมหาสมุทรแปซิฟิกไหลไปยังอเมริกาเหนือและมหาสมุทรอินเดียทางใต้
ผลกระทบทั้งสามประการจะทำให้ระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทวีปหลายแห่งสูงกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยพยากรณ์กันไว้ประมาณ 25% คือจะสูงเท่ากับ 6-7 เมตร ถ้าหากแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกละลายจนหมด
“นั่นคือจะมีน้ำเพิ่มขึ้นในปริมาณมาก โดยเฉพาะรอบ ๆ บริเวณที่มีประชากรหนาแน่น อย่างเช่น วอชิงตัน ดี.ซี.นิวยอร์ก และชายฝั่งของแคลิฟอร์เนีย” มิทโทรวีกาบอก
นาทาลยา โกเมซ นักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอน หนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์กล่าวถึงผลการศึกษานี้ว่า เราสามารถคำนวณได้ไม่เพียงแค่ระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์กันก่อนหน้านี้เท่านั้นแต่การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะผันแปรสูงมากด้วย
“ผู้กำหนดนโยบายจะต้องตระหนักว่าผลที่เกิดนี้จะมีมากกว่าหรือน้อยกว่าในพื้นที่ซึ่งแตกต่างกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาเฉพาะแผ่นน้ำแข็งแห่งเดียวเท่านั้น ดังนั้นผลที่เกิดจากแผ่นน้ำแข็งอื่น ๆ ทั่วโลกก็อาจจะส่งผลกระทบที่คล้ายคลึงกันด้วย” โกเมซกล่าว
มิทโทรวีกาบอกว่าปัจจุบันยังคงมีการถกเถียงกันมากกว่า หากแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกพังทลายลง น้ำแข็งจะละลายไปในปริมาณเท่าใด แต่แผ่นน้ำแข็งบางส่วนอาจจะยังคงอยู่
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น งานวิจัยของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะเกิดขึ้นในบริเวณชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่นหลายแห่งซึ่งระดับน้ำทะเลจะสูงกว่าที่ประมาณการกันอย่างง่าย ๆ ว่าน้ำแข็งที่ละลายจะกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
การประเมินอันตรายจากระดับน้ำทะเลอย่างระมัดระวังจากละลายของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่จะต้องอธิบายการละลายของแหล่งน้ำแข็งอื่น ๆ ได้ด้วย อย่างเช่น แผ่นน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันออกและธารน้ำแข็งภูเขา
“บทเรียนที่สำคัญที่สุดก็คือ นักวิทยาศาสตร์และผู้กำหนดนโยบายจะต้องให้ความสนใจต่อการคาดการณ์ที่หลีกเลี่ยงการสันนิษฐานที่ง่ายเกินไป”
บัณฑิต คงอินทร์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2552 หน้า 19 |
|