ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
โลกร้อน ลวงโลก???

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราต่างอกสั่นขวัญผวาไปกับข้อมูลของการเกิดปรากฎการณ์โลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ล่าสุดมีการนำเสนอข่าวว่าแกนโลกเอียงมากกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เรื่องเหล่านี้นำไปสู่การกระทำการต่าง ๆ มากมาย เพื่ออ้างว่าต้องการจะลดผลกระทบดังกล่าว หลายหน่วยงานหลายองค์กร คิดโครงการต่าง ๆ ขึ้นภายใต้งบประมาณสูงลิบ

        ไม่น่าแปลกใจว่า เวลานี้เรามีถุงผ้าเพื่อลดผลกระทบโลกร้อน ประทับตราองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของจำนวนมากไม่นับรวมอภิมหาโครงการมากมายที่ออกมาเพื่อให้สอดรับกับกระแส การแก้ปัญหาและลดผลกระทบโลกร้อน

        เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาให้ข้อมูลทางวิชาการอีกมุมหนึ่ง ที่พวกเขาบอกว่าเป็นมุมซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ ไม่มีความคิดเห็นมาเกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนกตกใจกลัวอย่างที่ผ่านมา

        ดร.สมบัติ อยู่เมือง จากภาควิชาธรณีวิทยา กล่าวว่า ข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกที่ถูกหยิบมานำเสนอไม่สมบูรณ์แบบ หรือนำมาแค่บางส่วน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ จนนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ต่าง ๆ ได้ เช่นข้อมูลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change : IPCC) ซึ่งทำงานเก็บข้อมูลเรื่องนี้มากว่า 20 ปี มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายและละเอียดยิบ ปัญหาคือ คนที่ไปเอาข้อมูลของไอพีซีซีออกมาบอกกับคนอื่นนั้นบอกข้อมูลเพียงครึ่งเดียว หรือบอกไม่หมด

        “อุณหภูมิโลกสูงขึ้นจริงแต่ไม่ได้สูงขึ้นทั้งหมด บางที่สูงขึ้นนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราเข้าใจ เพราะจากการเก็บข้อมูลและนำเสนอมาตลอด 20 ปีนั้น เขาได้บอกถึงผลกระทบและแนะนำวิธีการปรับตัวและแก้ปัญหาไปในตัวด้วย ที่ปรับตัวและแก้ปัญหาได้เขาก็อยู่กันได้ตามปกติ ไม่ได้ตื่นตระหนกแบบเรา” ดร.สมบัติกล่าวและว่า รายงานของไอพีซีซีพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยอีก 90 ปีข้างหน้า หรือราวปี ค.ศ.2090 นั้น อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นราว 1.5-2 องศาเซลเซียสเท่านั้น ขณะที่ปริมาณน้ำฝนก็ยังอยู่ในปริมาณคงที่หรือขึ้นลงไม่มากในแต่ละพื้นที่ เรื่องร้อนเกินไป หนาวเกินไป ที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องของภูมิอากาศ ซึ่งหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงกันได้ตามฤดูกาล และคาบการเกิดอยู่แล้ว

        ผศ.ดร.พงษ์ ทรงพงษ์ จากภาควิชาฟิสิกส์ กล่าวว่า เรื่องแกนโลกเอียงและเปลี่ยนมุมเอียงเป็นเรื่องปกติที่นักฟิสิกส์ทั่วไปทราบกันดี และเรื่องนี้ก็มีสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์ ม.3 เรื่องนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลต่าง ๆ ในโลก ไม่เกี่ยวกับการเกิดภัยพิบัติใด ๆ ทางธรรมชาติ

        ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ภาควิชาฟิสิกส์ กล่าวว่า ข้อมูลจากไอพีซีซีที่เอามาพูดกันเพียงบางส่วนนั้นมีมาก จนก่อให้เกิดความความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกมากมาย เช่นการบอกว่าอีก 10 ปีข้างหน้า น้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 7 เมตร เพราะน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ ขั้วโลกเหนือจะละลายหมด แต่ความจริงแล้วอีก 10 ปี น้ำแข็งที่กรีนแลนด์ไม่มีทางที่จะละลายหมด เพราะนักวิทยาศาสตร์เคยเจาะแกนน้ำแข็งพิสูจน์ พบว่าแกนน้ำแข็งมีอายุถึง 6 แสนปี แสดงให้เห็นว่าน้ำแข็งไม่มีทางละลายหมดภายใน 10 ปี ขณะที่อุณหภูมิโลกมีอุ่นขึ้นเย็นลงถือเป็นเรื่องปกติของฤดูกาล

        ดร.สธนกล่าวว่า สำหรับปริมาณพายุ ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา เทียบกับภาวะปัจจุบันก็ยังมีปริมาณปกติตามฤดูกาล และเรื่องความกังวลว่าสตอร์มเซิร์จ หรือคลื่นพายุซัดฝั่ง จะทำให้น้ำทะเลหนุนสูงจนมีคลื่นซัดเข้ามาในกรุงเทพฯ จากหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ แม้จะมีพายุแรงที่อ่าวไทย แต่ละติจูดที่ตั้งของกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ในเส้นทางของพายุ ที่ตั้งไม่เอื้อให้เกิดพายุโซนร้อนได้ นอกจากนี้การเกิดจากการยกตัวของคลื่นจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับความลึกของทะเลด้วย ทั้งนี้ อ่าวไทยตอนบนมีความลึกไม่เกิน 20 เมตร ดังนั้นการยกตัวของคลื่นในบริเวณนี้ไม่น่าจะเกิน 1-2 เมตร ในทางฟิสิกส์แล้วการเกิดสตอร์มเซิร์จถือว่าเป็นศูนย์

        “ที่อธิบายเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะต้องการให้เรามีความตระหนักในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมในโลกน้อยลง เพราะเรื่องการดูแลตรงนี้เป็นหน้าที่ที่ทุกคนจะต้องทำกันอยู่แล้ว แต่ต้องการอธิบายว่า เวลานี้เรากำลังเกิดภาวะไคลเมทเชนจ์ เครซี่ (climate change crazy) ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วคาบการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติยังเป็นปกติ เพียงแต่คนมากขึ้น เทคโนโลยีมากขึ้น เปรียบเทียบง่าย ๆ หากปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติเป็นภูเขาลูกโต การกระทำของคนก็เป็นเพียงก้อนหินที่อยู่บนภูเขาเท่านั้น แต่เวลานี้เรากำลังสร้างภาพให้ก้อนหินนั้นกลายเป็นภูเขา ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก และมีการสร้างข้ออ้างต่าง ๆ มากมาย” ดร.สธนกล่าว

หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน
ฉบับวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2552
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้931
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1144
mod_vvisit_counterรายเดือน6805
mod_vvisit_counterทั้งหมด560919