พิราบน้อย 'มธบ.' ออกค่าย...'รักษ์สิ่งแวดล้อม'
เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องกันมานานเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว สำหรับโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ นักข่าวรุ่นเยาว์รักษ์สิ่งแวดล้อม จัดโดย นักศึกษาปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต (มธบ.)
สำหรับในปีนี้ได้พาเหล่าบรรดานักศึกษาวารสารศาสตร์ทั้ง 4 ชั้นปี ลงพื้นที่ศึกษาแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและระบบนิเวศวิทยา ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ สถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ
การออกค่ายครั้งนี้ นักข่าวรุ่นเยาว์รักษ์สิ่งแวดล้อมจะได้ฝึกการคิดประเด็น การเขียน การสัมภาษณ์ ตลอดจนการเป็นนักสังเกตการณ์ โดยลงพื้นที่ฝึกการทำ “หนังสือพิมพ์กำแพง” โดยก่อนที่จะลงพื้นที่จริง ได้จัดวิทยากรและรุ่นพี่บัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยบรรยายถึงวิธีการและขั้นตอนการทำหนังสือพิมพ์ที่ถูกต้องก่อน นอกจากนี้ ยังได้ทำกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างสรรค์การทำงานเป็นทีมระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง รวมทั้งได้ร่วมกันปลูกป่าชายเลน และกิจกรรม Walk Rally เติมเต็มชีวิตการทำข่าวภายในบริเวณสถานตากอากาศบางปูแห่งนี้
ศรีลัดดา อุทยารัตน์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการ บอกว่า การจัดค่ายสัมมนาวารสารศาสตร์เริ่มมาตั้งแต่มีวารสารศาสตร์รุ่นแรก ปกติแล้วในคณะนิเทศศาสตร์ วิชาสัมมนา จะไม่มีการจัดกิจกรรมนอกสถานที่ส่วนใหญ่เป็นการเชิญวิทยากรมาบรรยายเป็นวิชาการอยู่ในห้องเรียนแล้วก็จบไป แต่สำหรับวารสารศาสตร์ควรมีอะไรมากกว่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องออกไปศึกษาข้างนอกจึงได้พูดคุยกับนักศึกษาถึงวิชานี้ว่า เราน่าจะมีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ หรือ workshop ที่สามารถได้ทุกอย่างกลับมา ทั้งความรู้และความสนุกรวมถึงความผูกพันระหว่างพี่น้องซึ่งคาดหวังว่าต้องการให้นักศึกษาได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เป็นการฝึกฝนทักษะการเป็นนักข่าวให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
วัชระ วงศ์สง่า หรือ “แจ๊ค” ประธานค่ายสัมมนาฯ ครั้งที่ 8 เล่าถึงโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการนักข่าวรุ่นเยาว์รักษ์สิ่งแวดล้อมว่า “คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวารสารศาสตร์ มธบ. ได้จัดการเรียนการสอนในรายวิชาสัมมนาวารสารศาสตร์ให้แก่นักศึกษาปี 4 เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกทำงานภาคปฏิบัติด้วยการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้การคิดหัวข้อในการจัดสัมมนา วิธีการจัดสัมมนาการเตรียมความพร้อม และการดำเนินการจัดสัมมนาอย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับทักษะในวิชาชีพวารสารศาสตร์ อาทิ การคิดประเด็นข่าวและการสื่อข่าว การเขียนบทความ การเขียนบทความ การเขียนสารคดีท่องเที่ยว การผลิตหนังสือพิมพ์กำแพง โดยมีวิทยากรมืออาชีพ ทั้งนักวิชาการ นักหนังสือพิมพ์มาเป็นผู้ฝึกอบรมให้ โดยนำประเด็นสิ่งแวดล้อมมาเป็นกรอบและแนวคิดในการสร้างสรรค์กิจกรรรมการสัมมนา รวมทั้งยังปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักถึงสังคมส่วนรวมเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นนักศึกษาให้นำไปสร้างประโยชน์แก่สังคมและวิชาชีพในอนาคต”
สุพัตรา ศรีปัจฉิม นักเขียนสารคดีรางวัลลูกโลกสีเขียว และกรรมการชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สะท้อนว่า “การจัดค่ายนักข่าวรุ่นเยาว์ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก ซึ่งงานนักข่าวจำเป็นต้องมีพื้นที่ในการแสดงออกทางวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนการจัดค่ายในลักษณะนี้ด้วย จึงอยากฝากให้น้อง ๆ ที่เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ว่า การฝึกในสถานการณ์จริงสามารถเรียนรู้และหาวิธีในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพราะการทำงานในพื้นที่ภาคสนามจะช่วยฝึกฝนทักษะได้มากกว่าการเรียนในห้องเรียน ส่วนน้อง ๆ คนใดที่อยากทำงานด้านสื่อสารมวลชน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องมีใจรักและมีความสุขที่จะทำงานด้านนี้”
ส่วน ณรรธราวุธ เมืองสุข ผู้สื่อข่าวศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW) และพี่บัณฑิตรุ่น 5 เล่าว่า “เคยร่วมกิจกรรมหลายครั้ง ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1-4 จึงคิดว่าการจัดกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่หาได้ยาก และเป็นสิ่งที่ควรทำไว้และทำต่อไปเรื่อย ๆ สุดท้ายแล้วพอเรียนจบไปไม่เฉพาะว่าจะได้ในเรื่องของการสร้างสังคมรวมหมู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความสัมพันธ์ ก่อให้เกิดประโยชน์ในแง่ของความรู้ รวมทั้งยังให้ประสบการณ์กับน้อง ๆ ปี 4 ที่ได้เรียนรู้การจัดการและทำค่ายสัมมนา ซึ่งแม้จะเป็นงานใหญ่และหนัก แต่สิ่งเหล่านี้พอถึงเวลาทำงานจริงอาจหนักกว่านี้ได้ ส่วนตัวคิดว่าการจัดค่ายสัมมนาวารสารศาสตร์มีความโดดเด่นในแง่ของความเป็นพี่เป็นน้องกันรู้สึกว่าเหมือนเป็นการมาร่วมกันหลายครอบครัว เป็นเหมือนพี่ดูแลน้อง น้องได้ร่วมสนุกกับพี่ สิ่งสำคัญอยากฝากให้น้อง ๆ วารสารศาสตร์รุ่นหลัง ๆ ได้เรียนรู้เจตนารมณ์ของค่ายว่า ต้องการสร้างความรัก ความสมานสามัคคี เพราะเด็กรุ่นใหม่มักอยู่ในกระแสนิยม แต่นักศึกษาวารสารศาสตร์ต้องอยู่ให้สูงกว่านั้น การเรียนวารสารศาสตร์ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นนักสังเกตการณ์เป็นนักเตือนสังคม ตั้งคำถามกับคนทั่วไปและคนที่เรียนมักจะถูกคาดหวังมากกว่าคนที่เรียนสาขาอื่น เพราะว่าเป็นคนที่มีภาพของความจริงครอบทับอยู่อีกที”
ขณะที่ ภัทรพร รักการงาน หรือ “กระแต” นักศึกษาชั้นปี 4 หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการครั้งนี้บอกว่า ”รู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมค่าย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อนเพราะว่าเราได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นจากแต่ก่อนไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเลย แต่เมื่อได้มาทำแล้วจึงได้รู้ว่า กิจกรรมนั้นมีส่วนให้ช่วยเกิดความรักความสามัคคีอีกทั้งค่ายนี้เป็นค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ยอมรับว่าไม่เคยรู้ว่า จ.สมุทรปราการ มีป่าชายเลนและนกนางนวลอยู่เมื่อได้เข้ามาศึกษาจึงได้ทำให้เราได้เรียนรู้ระบบนิเวศว่า นกนางนวลมีการดำรงชีพอย่างไร และดีใจมากที่ได้มีโอกาสปลูกป่าชายเลน เพราะอย่างน้อยเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่รักษาสภาพแวดล้อมให้คงอยู่ต่อไป”
เช่นเดียวกับ “น้องเป้” หรือ ภูมิวสันต์ สุวรรณรัตน์ นักศึกษาปี 2 บอกเล่าถึงความรู้สึกนี้ว่า “ดีใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าค่ายในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ของผมที่ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ นอกจากมิตรภาพที่ได้แล้ว ผมยังได้รับประโยชน์จากการฝึกการทำหนังสือพิมพ์กำแพง ที่ทำให้ผมได้รู้จักการฝึกเขียนข่าว บทความ สกู๊ปการวางดัมมี่ การจัดรูปเล่มหนังสือพิมพ์ ซึ่งบางเรื่องก็ยังไม่ได้เรียนในห้องเรียนเลย เมื่อเราได้ออกมาศึกษานอกห้องเรียนก่อน จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลยครับ”
นอกเหนือจากความรู้ ประสบการณ์ และทักษะการเป็น “นักข่าวรุ่นเยาว์” ที่เหล่าเยาวชนกลุ่มนี้ได้รับแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนในค่ายได้เพิ่มกลับมาด้วยคือ แรงบันดาลใจที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนความฝัน “นักวารสารศาสตร์” ที่ดีตลอดไป
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2552 หน้า 23 |
|