Green The World
ลดโลกร้อน ลดรายจ่าย
ปัญหาภาวะโลกร้อนได้กลายเป็นประเด็นกระแสทางความคิดของคนในสังคมมากขึ้นตามลำดับ แม้ว่าจะเกิดได้จากหลายปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะการกระทำที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ อย่างเช่นการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย หรือใช้ไม่ถูกวิธี ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกัน ที่จะทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น |
ในปี 2551 กระทรวงพลังงานเคยคาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย จะอยู่ที่ระดับ 23.957 เมกะวัตต์ แต่จากสถิติตัวเลขที่วัดได้สูงสุดอยู่ที่ระดับ 23,957 เมกะวัตต์ แต่จากสถิติตัวเลขที่วัดได้สูงสุดอยู่ที่ระดับเพียง 2.2 หมื่นเมกะวัตต์ แม้จะเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ท้ายสุดแล้วปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นก็ยังต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศกว่า 7-8 แสนลิตร
ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ต้องการช่วยลดภาวะโลกร้อน และต้องการสร้างโลกสีเขียวขึ้นมา กิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติมีหลากหลายวิธี ล้วนแล้วแต่เคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้ว เพียงแต่คิดที่จะเริ่มนับหนึ่งดำเนินการอย่างจริงจังหรือไม่
การประหยัดพลังงานสำหรับคนไทยแล้ว สามารถปฏิบัติได้ในทุก ๆ ที่ ตั้งแต่ที่บ้านไปจนถึงสถานที่ทำงานโดยวิธีการประหยัดพลังงานแบ่งออกได้ 2 ด้าน
เริ่มกันที่การประหยัดด้านไฟฟ้า คงต้องพุ่งประเด็นไปที่ “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ภายในบ้าน ซึ่งมีการใช้พลังงานสูงแทบทุกชนิด
• แอร์ ขนาดต้องเหมาะกับพื้นที่
เครื่องปรับอากาศ ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งจำเป็นของคนในเมืองไปแล้ว ดังนั้นหลักการประหยัดง่าย ๆ ที่ควรจะจดจำก็คือ
1.เลือกเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 ตามขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอย เช่น ห้องที่มีความสูงไม่เกิน 3 เมตร และมีพื้นที่ห้องขนาด 13-15 ตร.ม.ควรใช้ขนาด 9,000 บีทียู, ขนาดพื้นที่ 16-17 ตร.ม. ควรใช้ขนาด 9,000-1.1 หมื่นบีทียู เป็นต้น
2.ตั้งอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 25 องศา เพราะทุกอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศา จาก 25 องศา จะประหยัดไฟได้ 10% แต่ไม่ควรเกิน 28 องศาและควรเปิดพัดลมเบอร์ 5 พร้อมกัน เพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ 10-30%
3.ไม่นำความชื้นเข้าไปไว้ในห้องปรับอากาศ เช่น กระถางต้นไม้ ตากผ้า หรือทำเกล็ดระบายอากาศของประตูห้องน้ำ
• ตู้เย็น 1 องศา เปลือง 25%
ตู้เย็น แต่ละวันจะเปิดตู้เย็นเฉลี่ยวันละ 22 ครั้ง หรือใน 1 ปี จะเปิดตู้เย็นประมาณ 8,000 ครั้งต่อตู้เย็น 1 เครื่อง วิธีการประหยัดที่ดี
1.เลือกใช้เบอร์ 5 ใหม่ที่เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งประหยัดกว่าเบอร์ 5 เดิมถึง 20%
2.เลือกใช้แบบประตูเดียว จะใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 2 ประตูในขนาดที่เท่ากัน
3.ตั้งอุณหภูมิภายในตู้เย็นที่ 3-6 องศา หากตั้งไว้เย็นกว่าที่กำหนด 1 องศา จะสิ้นเปลืองไฟฟ้า 25%
• โทรทัศน์ อย่าเสียบปลั๊กทิ้งไว้
โทรทัศน์ ปัจจุบันโทรทัศน์สีระบบเดียวกัน แต่ขนาดต่างกันจะใช้พลังงานต่างกันด้วย โดยระบบรีโมตคอนโทรลจอแบนขนาด 21 นิ้ว จะเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าขนาด 14 นิ้ว 65% และขนาด 29 นิ้ว จะเสียค่าไฟฟ้ามากกว่าขนาด 21 นิ้ว 60% วิธีประหยัด
1.อย่าเสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพราะโทรทัศน์จะมีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงระบบภายในอยู่ตลอดเวลา ทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้า
2.ควรตั้งเวลาปิดโทรทัศน์โดยอัตโนมัติ เพราะจะช่วยประหยัดไฟ สำหรับผู้ที่จะนอนหลับหน้าโทรทัศน์
3.ไม่เปิดโทรทัศน์โดยต่อสายผ่านเข้าเครื่องวีซีดี เพราะต้องสิ้นเปลืองไฟให้กับเครื่องวีซีดีโดยไม่จำเป็น
• เครื่องทำน้ำอุ่น ปิดทันทีเมื่อเลิกใช้
เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า สามารถแบ่งตามลักษณะของการใช้งานได้ 2 ประเภท คือ เครื่องทำน้ำอุ่นแบบทำน้ำอุ่นได้จุดเดียวและเครื่องทำน้ำอุ่นได้หลายจุด ซึ่งสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า วิธีประหยัด
1.ควรเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นให้เหมาะกับการใช้ เช่น ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นแบบจุดเดียวในห้องน้ำ
2.เลือกใช้หัวฝักบัวชนิดประหยัด (Water Efficient Showerhed) เพราะสามารถประหยัดน้ำได้ถึง 25-75%
3.เลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีถังน้ำภายในตัวเครื่องและมีฉนวนหุ้ม เพราะลดการใช้พลังงานได้มากกว่าชนิดที่ไม่มีถังน้ำ10-20%
4.ปิดวาล์วน้ำและสวิตซ์ทันทีเมื่อเลิกใช้งาน
• คอมพิวเตอร์ เลือกประหยัดพลังงาน
คอมพิวเตอร์ การใช้พลังงานของคอมพิวเตอร์ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวเครื่อง และความละเอียดของการแสดงผลของจอภาพ หากเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีจอภาพ 14 นิ้ว ซึ่งใช้กันมากในสำนักงานจะใช้ไฟฟ้า 100 วัตต์ ส่วนคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วจะใช้กำลังไฟฟ้า 20 วัตต์ วิธีการเลือกใช้งาน
1.ซื้อคอมพิวเตอร์ที่ระบบประหยัดพลังงาน (Energy Management) เพราะจะใช้กำลังไฟฟ้าเท่ากับคอมพิวเตอร์ทั่วไปในขณะที่ใช้งาน แต่จะใช้กำลังไฟฟ้าลดลง 55% ในขณะที่รอทำงาน หรือเมื่อไม่ไช้งานในระยะเวลาที่กำหนด
2.ควรซื้อจอภาพที่ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เช่น จอภาพขนาด 14 นิ้ว ใช้พลังงานน้อยกว่าจอภาพขนาด 17 นิ้ว ถึง 25%
3.ปิดจอภาพเมื่อไม่ใช้งานนานเกินกว่า 15 นาที หรือตั้งเวลาให้คอมพิวเตอร์ปิดเองโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม นอกจากการประหยัดพลังงานด้วยวิธีการต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่ทุกคนต้องคิดก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าก็คือ การเลือกสินค้าฉลากเบอร์ 5 ซึ่งปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล ขณะนี้มีจำนวนอุปกรณ์ไฟฟ้าติดฉลากเบอร์ 5 รวม 6 ชนิด ได้แก่ ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, บัลลาสต์, พัดลม, หม้อหุงข้าว, และหลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์
นับตั้งแต่ปี 2538-2551 (ต.ค.2551) มีสินค้าที่ติดฉลากเบอร์ 5 แล้วรวมทั้งสิ้นประมาณ 102 ล้านฉลาก ทำให้เกิดการประหยัดไฟฟ้า 7,351,90 ล้านหน่วย และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ เฉพาะโครงการฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ลดได้ถึง 4.7 ล้านตัน
จะเห็นได้ว่าวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกคนสามารถเลือกฏิิบัติให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจำวันของคุณได้ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย ถึงเวลาแล้วที่จะสร้างโลกสีเขียวด้วยมือของพวกเราเอง
อุปกรณ์ไฟฟ้า | จำนวนฉลากที่จ่าย ปี 2538-2551 (ฉลาก) | ค่าพลังไฟฟ้าสูงสุด ที่ลดลง (MW) | พลังงานไฟฟ้าที่ ประหยัดได้ (ล้านหน่วย) | ปริมาณก๊าซ Co2 ที่ลดลง (ตัน) | 1.ตู้เย็น (1 และ 2 ประตู) | 21,018,881.00 | 337.60 | 2,713.30 | 1,901,800.00 | 2.เครื่องปรับอากาศ | 7,751,977.00 | 773.20 | 3,914.60 | 2,441.584.00 | 3.บัลลาสต์ | 6,461,922.00 | 15.70 | 78.30 | 53,338.00 | 4.พัดลม (12, 16 นิ้ว) | 33,009,850.00 | 17.10 | 152.70 | 70,989.00 | 5.หม้อหุงข้าว | 847,812.00 | - | - | - | 6.หลอดตะเกียบ | 33,042,130.00 | 67.20 | 493.00 | 244,942.00 | รวมทั้งสิ้น | 102,132,572.00 | 1,210.80 | 7,351,90.00 | 4,712,653.00 | หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับประจำวันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2551 หน้า 2 . . . . บทความในหัวข้อเดียวกัน เทคโนโลยีและการขับขี่รถยนต์ อีกหนึ่งทางเพื่อลดโลกร้อน บ้านประหยัดพลังงาน | |