แค่เข้าเดือนมีนาคมบ้านเราก็ร้อนแทบกระอักไม่อยากคิดจริง ๆ ว่าพอถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิพุ่งปรี๊ดขนาดไหน
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า เป็นเพราะ “เรา” มนุษย์โลกนั่นแหละ ที่เป็นต้นเหตุทำให้โลกร้อนขึ้นทุก ๆ ปี แถมแต่ละปีอากาศยังแปรปรวนชวนน่าตกใจ |
ฉะนั้น เพื่อไม่ให้ปีนี้และปีต่อ ๆ ไป อากาศในประเทศไทยร้อนระอุไปมากกว่านี้ ในฐานะที่เราทุกคนเป็นต้นเหตุ ก็น่าจะถึงเวลาที่เราจะต้องช่วยกันลดการสร้างปัญหาซะบ้าง แค่ช่วยกันคนละไม้คนละมือด้วยวิธีง่าย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้ทุกวันเป็น “วันสีเขียว” ของโลกเรา
ว่าแล้วก็เริ่มกันตั้งแต่อยู่ในบ้าน คิดวางแผนสักหน่อย ก่อนเปิดหรือใช้เครื่องไฟฟ้าทุกประเภท ควรใช้ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดไม่ว่าจะครอบครัวเล็ก ใหญ่ หรืออยู่ตัวคนเดียว ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อมเท่าเทียมกันหมด
ไล่ตั้งแต่การเปิดใช้พัดลม เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง โทรทัศน์ ควรใช้รวมกันกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว แทนที่จะดูแยกกันใช้ให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศอย่าลืมตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส เป็นระดับที่เย็นพอเหมาะแต่ผลาญไฟน้อย และถ้าไม่ร้อนมาก เสนอให้ใช้พัดลมแทน หรือเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติบ้างก็ยิ่งดี
บ้านไหนมีพื้นที่มากพอปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ร่มเงา ก็สามารถคลายร้อนได้มากโข แบบที่เขาเรียกกันว่า “กางร่มให้บ้าน” แต่ถ้าพื้นที่น้อย หรืออยู่คอนโดมิเนียม ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถเพาะปลูกได้เนื่องจากสามารถลงไม้ดอก ไม้ประดับขนาดเล็ก ซึ่งช่วยลดร้อนได้เช่นกัน
การใช้เตารีด ใช้แต่ละครั้งขยันรีดผ้ากองโต ๆ หน่อย ประหยัดไฟได้มากกว่ารีดครั้งละชุด เช่นเดียวกับเครื่องซักผ้า ซักแต่ละครั้งให้พอดีกับความจุของเครื่อง ซักเสร็จแล้ว พึ่งลม พึ่งแสงแดด ทำให้เสื้อผ้าแห้งแทนการเครื่องปั่นผ้าแห้ง ประหยัดได้แบบสุด ๆ
ตู้เย็น เปิดหยิบของคราใดเอาให้ครบ จะนำของเข้าแช่ให้ถอดถุงพลาสติกออกก่อน ไม่งั้นความเย็นจะกระจายไม่ทั่วถึง เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น และหมั่นกดปุ่มละลายน้ำแข็งสัปดาห์ละครั้ง การปล่อยให้น้ำแข็งจับหนาเป็นเวลานาน ยิ่งเขมือบไฟมาก ที่สำคัญ หยุดนิสัยเปิด ๆ ปิด ๆ ยืดอายุใช้งานสบาย
รวมไปถึงการชาร์จไฟใส่อุปกรณ์ทุกประเภท อาทิ มือถือ กล้องอย่าชาร์จเพลินจนลืมดูว่าเติมอิ่มแล้วหรือไม่ ถ้าชาร์จเต็มแล้วไม่ถอดปลั๊กออก เครื่องก็กินไฟต่อไปไม่เลิกรา หนำซ้ำยังทำให้แบตเตอรี่เสื่อมคุณภาพไปก่อนเวลาอันควร ต้องเสียเงินซื้อแบตเตอรี่ก้อนใหม่ วุ่นวายเข้าไปอีก
เมื่อไหร่ที่คิดออกจากบ้าน ถ้าไปทำงานมีรถขับเอง จะมอเตอร์ไซค์ก็ดี รถยนต์ก็ดี ควรตรวจวัดลมยางให้อยู่ในระดับพอดี ไม่อ่อนไปแข็งไปก็จะช่วยลดปัญหาซดน้ำมันได้ แล้วขับขี่ด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากไม่ผิดกฎหมาย ไม่เสียค่าปรับ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ในเส้นทางสัญจรด้วยกันแล้ว ยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย
ที่สำคัญ อย่าลืมเลือกใช้เชื้อเพลิงทดแทน ไบโอดีเซล แก๊สโซฮอล์เป็นต้น
แต่ถ้าออกไปชอปปิง ขอให้พกพาสติไปพร้อมกับเงิน จะได้คิดก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง เลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นตัวเลือกลำดับแรก ถ้าดูดีไซน์ บวกราคา พ่วงคุณภาพแล้ว ไม่เข้าตาจริง ๆ ก็ขอให้พิจารณาจากที่ใช้งานได้นาน ไม่ต้องเปลี่ยนทิ้งบ่อย กรณีซื้อสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็อย่าละเลยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือสินค้าที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ก็ควรช่วยกันสนับสนุน
หมดกิจวัตรประจำวันกันไปแล้ว เมื่อใดคิดอยากท่องเที่ยวพักผ่อนก็สามารถช่วยโลกลดร้อนได้อีกทาง เพียงแค่รู้จักเลือกสถานที่พักที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดใช้น้ำ ไฟ มีระบบกำจัดของเสีย ใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานประหยัดพลังงาน
ไม่ต้องถึงขนาดไปสืบค้นประวัติอะไรใหญ่โต เดี๋ยวนี้โรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ ฯลฯ โดยมากถ้ามีจุดขายว่า ถ้าเป็น “ที่พักสีเขียว” ก็จะขึ้นโฆษณาให้ตรวจสอบกันได้ง่าย ๆ เราก็เพียงแต่อ่านข้อมูลของที่พักที่เราสนใจให้ละเอียดก็พอ หากที่พักแนวสีเขียวได้รับความนิยมมากขึ้นก็จะเป็นแรงกดดันไปถึงผู้ประกอบการรายอื่น ให้จำเป็นต้องหันมายึดแนวที่พักสีเขียวเหมือนกัน เท่ากับช่วยลดคนทำลายโลกได้ทางอ้อม
สำหรับคนทำงาน ต้องช่วยกันดูว่า อาคารสำนักงานที่เราทำงานอยู่ “รักษ์โลก” หรือยัง หากยัง ก็ช่วยกันแนะนำฝ่ายอาคารสถานที่ ทุกคนสามารถร่วมกันติชมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะทำงานแผนกไหน ก็ช่วยไปสะกิดผู้ดูแลอาคารสำนักงานว่า ส่วนใหญ่แล้ว ตัวกินไฟมากที่สุดก็คือ เครื่องปรับอากาศ ที่เฉลี่ยแล้วทำให้มิเตอร์ค่าไฟฟ้าเดินไปราว ๆ ครึ่งหนึ่งของการใช้ไฟทั้งหมด ซึ่งต้องดูแลให้เกิดการปรับตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 25 องศาเซลเซียสในบริเวณใช้งานทั่วไป ส่วนบริเวณใกล้หน้าต่างกระจก อาจละลดลงมาเหลือ 24 องศาเซลเซียส ส่วนห้องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการความเย็นมากหน่อย ก็ตั้งที่ 22 องศาเซลเซียส
อาคารสำนักงานที่สูง ๆ จนต้องมีลิฟต์ ก็ต้องร่วมกันตระหนักว่าเดินขึ้นลงชั้นสองชั้นก็พอไหว ไม่จำเป็นต้องกดลิฟต์ตลอดเวลา แถมการเดินขึ้นลงบันได ยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ของคนทำงานที่เวลาน้อยด้วย
ด้านอุปกรณ์สำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ ก็ต้องเลือกใช้ยี่ห้อที่การันตีว่าประหยัดไฟ และมีระบบลดการใช้พลังงาน เช่น ในส่วนของเครื่องถ่ายเอกสาร ในขณะที่ยังไม่ได้ใช้งานก็ควรจะมีระบบประหยัด หรือที่หลายคนเรียกว่า ระบบให้เครื่องนอนหลับเป็นการพักเครื่องไม่ให้กินไฟตลอดเวลา ซึ่งเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ ๆ มีระบบนี้กันทั้งนั้น หากเครื่องของบริษัทไหนไม่มีระบบพักยามไม่ใช้ก็ควรโละทิ้งซื้อใหม่ แล้วจะรู้ว่าประหยัดได้อีกเยอะทีเดียว
เวลาพักเที่ยง ไฟฟ้าทุกชนิด ควรจะปิดให้ติดเป็นนิสัย เพื่อการประหยัดพลังงาน และสร้างสำนักงานให้เป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์หลายทางคือ บริษัทลดค่าใช้จ่าย สามารถสร้างกำไรได้มากขึ้น พนักงานก็จะได้ผลประโยชน์ในทางอ้อมจากการขึ้นเงินเดือน หรือโบนัส ในขณะที่โลกเราก็ไม่ร้อนมากไปกว่านี้ และถ้าจะให้ดีพนักงานบริษัทต่าง ๆ หากมองเห็นที่ว่างตรงไหน ก็ช่วยกันปลูกต้นไม้ เพราะนอกจากการกางร่มให้บ้านตัวเองแล้ว การกางร่มให้สำนักงานก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เ็ป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อยากชวนทุกคนมาช่วยกันคลายร้อนให้กับโลกของเรา ด้วยวิธีการง่ายๆ จากเรื่องใกล้ตัว เพียงแค่สละเวลาเล็กๆน้อยๆมาใส่ใจ แต่ผลประโยชน์ที่ได้กลับมายืนยันว่ามากมายมหาศาล
เริ่มจากจุดเล็กๆ กันตั้งแต่วันนี้ ทำกันให้เป็นนิสัยจนกลายเป็นความเคยชิน เพื่อโลกของเราจะได้น่าอยู่จากนี้และตลอดไป
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2552 (สิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษ) | |