ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
'บ้านผาชัน'
แชมป์ชุมชนรักษ์น้ำ โคคา-โคลา

        สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร และมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ประกาศผลผู้ชนะการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนประจำปี 2551 ตามแนวพระราชดำริฯ ประจำปี 2551 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ได้แก่ ชุมชนผาชัน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ชนะรางวัลที่หนึ่งด้วยการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และปรับปรุงประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเยาวชนในชุมชน รางวัลรองชนะเลิศเป็นของเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำแม่ละอุป และ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่สมาชิกในชุมชนร่วมกันต่อสู้กับนายทุนตัดไม้ และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของป่า รางวัลที่สามมี 2 รางวัล ได้แก่ 1.ชุมชนบ้านปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี 2.ชุมชนบ้านเปร็ดใน อ.เมืองฯ จ.ตราด

        การประกวดดังกล่าว จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมเผยแพร่แนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการจัดการทรัพยากรน้ำรวมทั้งสร้างเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และเทคนิคในการอนุรักษ์และจัดการแหล่งน้ำ ในปีนี้ ชุมชนจากทั่วประเทศจำนวน 18 ชุมชนเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแต่ละชุมชนล้วนแล้วแต่เผชิญปัญหาน้ำที่แตกต่างกัน มีพื้นฐานความเชื่อ วัฒนธรรมท้องถิ่น และการสั่งสมภูมิปัญญาท้องถิ่นแตกต่างกัน

        สำหรับชุมชนบ้านผาชัน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี เป็นชุมชนตั้งอยู่บนฝั่งที่สูงชันของแม่น้ำโขง สภาพพื้นที่เป็นภูเขาและหิน ทำให้ทุกปีชุมชนแห่งนี้ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง หลังจากเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในปี พ.ศ.2538 สมาชิกชุมชนยุติการแย่งชิงน้ำแล้ว เริ่มประชุมหาวิธีการอนุรักษ์และจัดการน้ำในชุมชนครูกลพรมสาลี ซึ่งต้องการให้เยาวชนในชุมชนตั้งใจเล่าเรียนอย่างเต็มที่ แทนที่จะต้องขาดเรียนเพื่อไปตักน้ำเก็บไว้ใช้ ได้เป็นผู้นำชุมชนกำหนดกฎระเบียบในการจัดการน้ำ นอกจากนี้สมาชิกของชุมชนบ้านผาชันยังได้ประดิษฐ์ “แอร์แว” ซึ่งเป็นกลไกกาลักน้ำแบบธรรมชาติ ที่อาศัยท่อลมและแรงดันน้ำเพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำใหญ่ของหมู่บ้านไปยังบ้านเรือน ระบบดังกล่าวช่วยแก้ไขปัญหาความขาดแคลนน้ำ และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า

        “พวกเราประสบความสำเร็จทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการปลูกถั่ว มันฝรั่ง และข้าวโพด ทุกวันนี้คนจากชุมชนอื่นเดินทางมาศึกษาเทคนิคของเรา และผลการเรียนของเด็กนักเรียนที่นี่ก็ดีขึ้นมาก” ครูกลกล่าว

        ชุมชนที่ชนะรางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ ชุมชนเครือข่ายลุ่มน้ำแม่ละอุป อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ปัญหาน้ำในชุมชนลุ่มน้ำแม่ละอุปซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำปิง เริ่มเมื่อมีการตัดถนนเข้าไปในหมู่บ้านในปี 2520 ซึ่งทำให้มีนายทุนตัดไม้เข้ามาในพื้นที่และทำลายทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและไฟไหม้ป่าจนพื้นที่เสื่อมโทรม ชาวบ้านในชุมชนใช้เวลากว่า 10 ปีร่วมมือร่วมใจกันปฏิเสธที่จะทำงานให้กับนายทุนตัดไม้ จากนั้นด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทหารและมูลนิธิรักษ์ไทย ชาวบ้านสามารถจัดระบบจัดการน้ำ ช่วยกันปกป้องและรักษาต้นไม้ รวมทั้งปรับปรุงระบบนิเวศของป่าแม่ละอุป

        “ความสำเร็จของเราเกิดจากการประสานความคิดเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิกในชุมชน และการปฏิเสธที่จะทำงานให้กับนายทุนตัดไม้ ตอนนี้เราสนใจการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นความคิดที่ได้จากการเข้าร่วมสัมมนาโครงการประกวดจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนครั้งนี้” นายนิเทศ วิริยะสุปัญญา หัวหน้าชุมชนกล่าว

        ในพิธีประกาศผลการประกวด ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการ สสนก. ประธานในพิธีกล่าวย้ำถึงความสำคัญของชุมชนที่จะต้องช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและจิตสำนึกในการจัดการน้ำรวมทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของดิน “ทุกชุมชนที่เข้าร่วมการประกวดครั้งนี้ต่างเป็นผู้ชนะทั้งสิ้นเพราะชุมชนสามารถหาหนทางเอาชนะปัญหาและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนอื่นในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” ดร.สุเมธกล่าว

        ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ สสกน.กล่าวว่าการประกวดปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมชุมชนที่มีปัญหาน้ำแตกต่างกัน “ชุมชนทั้ง 18 ชุมชนที่ร่วมโครงการได้แสดงให้เห็นว่าสามารถแก้ไขปัญหาน้ำและความยากจนได้ โดยอาศัยการทำงานเป็นหมู่คณะและความร่วมมืออย่างใกล้ชิด บางชุมชนได้ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเป็นพลังงานทดแทนในโรงสีข้าวของชุมชน บ้างก็ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อสู่กับปัญหาการพังทลายของหน้าดิน มีการประดิษฐ์เครื่องสูบน้ำแบบธรรมชาติ มีโครงการความร่วมมือระหว่างชุมชนกับโรงเรียนเพื่อปกป้องป่าชายเลน และกำหนดกฎระเบียบในการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ทั้งนี้ สสนก. เชื่อว่าการประกวดในปี 2552 จะดึงดูดชุมชนให้มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์มากขึ้น”

        ด้านนายวีระ อัครพุทธิพร กรรมการมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ มีความภูมิใจที่ให้การสนับสนุนการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ โดยการสนับสนุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของเคมเปญ “รักษ์น้ำ” ของเรา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะกระตุ้นจิตสำนึกแก่สาธารณชน ตลอดจนให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่บวกอย่างยั่งยืนในชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยและชุมชนทั่วประเทศ

        ผู้ชนะการประกวดทั้งสองรายจะได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรับพระราชทานรางวัลชนะเลิศและรางวัลรองชนะเลิศ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามลำดับ

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ฉบับวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2552 หน้า 4
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้731
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้745
mod_vvisit_counterรายเดือน4512
mod_vvisit_counterทั้งหมด558627