วางแผนก่อนสร้าง 'บ้านประหยัดพลังงาน'
ขณะนี้กระแสอนุรักษ์โลกเป็นที่พูดถึงของคนทั่วโลก วันเสาร์ที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ทั่วโลกได้นัดกันปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เมืองไทยก็ขานรับกับเขาด้วย
พูดถึงเรื่องโลกร้อน การออกแบบอาคารให้ช่วยลดโลกร้อนก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่สามารถปฏิบัติได้ระยะยาว กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ออกคู่มือสาระน่ารู้เรื่องการอนุรักษ์พลังงานไว้น่าสนใจทีเดียว เกี่ยวกับการวางแผนสร้างบ้านหรืออาคารให้มีการใช้พลังงานอย่างประหยัด ซึ่งมีปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ |
• ภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม ก่อนออกแบบสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยก่อนอื่นเราควรรู้เกี่ยวกับทิศทางของลมโดยรอบบริเวณ เพราะทิศทางลมในแต่ละท้องถิ่นจะไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ตำแหน่งของหน้าต่างและช่องระบายลมตลอดจนการวางตำแหน่งห้อง ล้วนมีส่วนในการบังคับทิศทางของลมให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้ ตามหลักการแล้วการสร้างอาคารควรให้ตั้งฉากกับทิศทางลมจะทำให้รับลมได้เต็มที่ สำหรับลมประจำถิ่นของประเทศไทยจะพัดมาจากทิศใต้
หากบ้านหรืออาคารใดมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่หรือมีแม่น้ำอยู่ในบริเวณใกล้เคียงนับเป็นโชค เนื่องจากน้ำจะช่วยดูดซับความร้อนในเวลากลางคืน ช่วยเพิ่มความชื้น ทำให้อากาศโดยรอบมีอุณหภูมิที่เย็นสบายขึ้น อีกข้อหนึ่งคือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นอาคารในบริเวณใกล้เคียงอาคารนั้นอาจจะช่วยบังแสงแดด หรือทำให้สะท้อนแสงเข้ามาในตัวอาคาร ช่วยดักลม หรือบังลมได้
• รูปแบบของอาคารและการวางทิศทาง การออกแบบอาคารให้มีการระบายความร้อนได้ดี โดยหันทิศทางของอาคารในทิศที่ลมพัดผ่าน หรือออกแบบให้ใช้แสงธรรมชาติในการให้แสงสว่าง หรือให้หน้าต่างไม่ถูกแสงแดดโดยตรง
• คุณสมบัติของกรอบอาคาร กรอบอาคารนั้นรวมถึงผนังอาคาร หลังคา และหน้าต่างที่ประกอบกันเป็นตัวอาคาร ในการเลือกใช้วัสดุกรอบอาคาร ควรใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติป้องกันฉนวนความร้อนไม่ให้เข้าไปในตัวอาคาร
• ตัวแปรอื่น ๆ หากอาคารมีการออกแบบทิศทางที่เหมาะสม มีการเลือกใช้ วัสดุทำกรอบอาคารที่ป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีดังกล่าวไว้ข้างต้น จะทำให้การออกแบบระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่างที่ใช้ภายในอาคาร แตกต่างจากการออกแบบโดยทั่ว ๆ ไป ข้อดีคือ สามารถใช้เครื่องปรับอากาศที่มีขนาดเล็กลง อีกทั้งช่วยลดจำนวนหลอดไฟลงได้ ส่งผลให้เจ้าของอาคารประหยัดเงินลงทุนเริ่มต้นและประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาวด้วย
มากไปกว่านั้นคือ ถ้าเลือกใช้เฉพาะอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง หรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เช่น หลอดไฟฟ้าชนิดประหยัดพลังงาน (หลอดคอมแพกต์ ฟลูออเรสเซนต์ หลอดตะเกียบ หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดผอม ) จะช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวมลงได้อีก รวมทั้งการเลือกใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง (เบอร์ 5) เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในสำนักงานชนิดประหยัดพลังงาน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสัญลักษณ์เอนเนอร์จี สตาร์ จะช่วยทำให้เจ้าของอาคารประหยัดเงินในกระเป๋าทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ขอแนะนำอีกนิดคือ การออกแบบอาคารที่เหมาะสมในภูมิอากาศของเมืองไทย ในสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นแบบเมืองไทย เราควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและการปรับปรุงสภาพแวดล้อม รวมทั้งบริเวณที่ตั้งอาคารเพื่อให้เกิดผลดีสูงสุดต่อการประหยัดพลังงาน โดยควรออกแบบอาคารหรือบ้านก่อนสร้างด้วยการพิจารณาดังต่อไปนี้
• ลักษณะที่สำคัญของอาคาร ควรมีร่มเงา อาคารแผ่กระจาย อาคารเปิดโล่ง ไม่ทึบตัน ไม่เกาะกันเป็นปึกแผ่น ที่สำคัญมีระเบียงในร่ม
• เลือกวัสดุที่เลือกใช้ในการก่อสร้างอาคาร ควรใช้ไม้ อิฐเนื้อพรุน อิฐโปร่งเหล็ก และคอนกรีตเสริมเหล็ก
• เลือกวัสดุหลังคา ควรมีน้ำหนักเบา สะท้อนแสงได้ดี มีมุมลาดเอียง มีชายคายื่นกว้าง มีช่องระบายอากาศใต้หลังคา วัสดุที่ใช้ทำหลังคาเป็นวัสดุที่มีผิวมัน ไม่ควรเป็นหลังคาแบนและหนา ควรมีที่บุฉนวนบนฝ้าเพดานใต้หลังคา หรือทำเป็นหลังคา 2 ชั้น เพื่อลดการรับความร้อนจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน
• เลือกผนังด้านนอก ควรใช้วัสดุที่เป็นฉนวนหรือวัสดุที่ไม่เก็บสะสมความร้อนหรือใช้ผนัง 2 ชั้น ที่มีช่องว่างตรงกลางหรือบรรจุฉนวนกันความร้อนไว้ ถ้าชอบกระจกก็ควรใช้กระจกชนิดที่กันรังสีความร้อนได้ด้วย หรือติดฟิล์มสะท้อนรังสีความร้อน หรือเป็นกระจก 2 ชั้น ชนิดกันความร้อน ทำกันสาดให้หน้าต่าง
• สี การทาสีภายนอกอาคารควรใช้สีอ่อนเพื่อสะท้อนความร้อนออกไป สีที่มีคุณสมบัติช่วยสะท้อนแสงได้ดี ได้แก่ สีขาว ช่วยสะท้อนแสงมากถึง 75% รองลงมาคือ สีครีม 65% เขียวอ่อน 50% และแดง 26% ซึ่งใกล้เคียงกับสีเทาที่ 25%
• การระบายอากาศ อาคารที่ดีควรเปิดหน้าต่างได้ตลอดเวลา และปิดได้เมื่อมีฝนตก มีช่องเปิดที่ควบคุมแรงลมขนาดต่าง ๆ ได้ มีช่องระบายอากาศเหนือหน้าต่างและประตู เช่น บานเกร็ด ลูกกรง และไม้ระแนง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ หรือเป็นอาคารที่มีลักษณะจั่วสูง หรือเป็นอาคารที่มีช่องว่างอากาศใต้หลังคา เพื่อช่วยระบายความร้อน
ติดตาม “รอบรู้กับ Post Classified” ได้ทุกวันพุธ
ต้องการติชมคอลัมน์นี้ กรุณาส่งจดหมายมาที่ : แผนกคลาสสิฟายด์
บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
หรือ e-mail :
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
| หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ.2552 หน้า 4 | |