ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
พิมพ์ อีเมล์
พลาสติกชีวภาพ
จุดเปลี่ยนของปัญหาโลกร้อน

ห้วงเวลานี้หากเอ่ยถึงปัญหาโลกร้อน ต่างมุ่งประเด็นไปที่การลดการใช้พลังงานเห็นได้จากป้ายโฆษณาจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างออกมารณรงค์ให้ประหยัดพลังงานกันยกใหญ่ ทว่าการรณรงค์เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ....

        สิ่งสำคัญภาครัฐต้องมีนโยบายในเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมพลาสติกที่ครองตลาดทั่วโลกถึง 200 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีปริมาณมากและทำลายสิ่งแวดล้อมสูงเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ประกอบกับกระบวนการผลิตและการกำจัดด้วยการเผาไหม้ยังก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกได้ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าว ยกตัวอย่าง เยอรมนี ออกกฎหมายยกเว้นภาษีแก่ผู้ประกอบการที่ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตั้งแต่ปี 2548 Walmart Supermarket ซุปเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาประกาศใช้ถุงใส่ของทิ้งต้องย่อยสลายได้ภายในปี 2553 ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีนโยบายใด ๆ

        ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา สำนักงานวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) นำโดยนายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. นำสื่อมวลชนเดินทางไปที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อศึกษาดูงานและหารือความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลาสติกชีวภาพ โดยภาคเอกชนของญี่ปุ่นตระหนักถึงเรื่องนี้มากว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทยูนิติกะ จำกัด บริษัทโซนี่ ประเทศญี่ปุ่น จำกัด บริษัทอิออน จำกัด ฯลฯ ต่างพัฒนาเม็ดพลาสติกชีวภาพจนสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด ยกตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ โฟม ภาชนะใส่อาหาร ซองจดหมาย กรอบกระจก รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำพวกตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีฉลากระบุ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม

        “จากการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรการผลิตพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ พบว่าเม็ดพลาสติก 1 กรัม ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 3กรัม ต่อรอบการผลิต ขณะที่พลาสติกที่ผ่านกระบวนการทางปิโตรเคมีกลับปล่อยก๊าซคาร์บอนฯสูงกว่า ยกตัวอย่างพลาสติกใส 1กรัม ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ กว่า 5 กรัม เมื่อเปรียบเทียบแล้วถือว่าพลาสติกชีวภาพช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า ซึ่งหากมีการพัฒนาเทคโนโลยีได้อีกระดับหนึ่ง ย่อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯได้มากขึ้น ที่สำคัญพลาสติกชีวภาพยังสามารถย่อยสลายได้โดยการฝังดินเพียง 45 วันเท่านั้น” ดร.ชิเกมิทสึ มูราเสะ กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ยูนิติกะ จำกัด ระบุ

        ด้วยข้อดีที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ส่งผลให้ตลาดพลาสติกชีวภาพในญี่ปุ่นสูงถึง 20,000 ตันต่อปี ขณะที่ทั่วโลกมีความต้องการสูงถึง 200,000 ตันต่อปี แต่ปัญหาคือ ปัจจุบันการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ หรือ Polylactic Acid : PLA ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติกกลับมีจำนวนไม่เพียงพอ เนื่องจากทั่งโลกมีบริษัท Natureworks สหรัฐเพียงรายเดียวที่ผูกขาดการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพจากข้าวโพดเท่านั้น ซึ่งมีกำลังการผลิตเพียง 80,000 ตันต่อปี ประกอบกับราคาขายยังแพงหูฉี่ถึง 2-3 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม

        ด้านนายศุภชัยบอกว่า ขณะนี้ทั่วโลกที่มุ่งเน้นการใช้พลาสติกชีวภาพต่างต้องการวัตถุดิบกันยกใหญ่ ซึ่งประเทศไทย เป็นแหล่งวัตถุดิบที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะมันสำปะหลัง และอ้อย น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ภาครัฐควรส่งเสริมอย่างจริงจัง เบื้องต้นได้มีการหารือกับ นายฮิโรยูกิ ซูมะสึ ผอ.ฝ่ายนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น คาดว่าจะมีการลงนามความร่วมมือดังกล่าวภายใน 1 เดือนนับจากนี้

        “จุดประสงค์หลักของโครงการ คือ การจัดตั้งโรงงาน ต้นแบบสำหรับผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพจากมันสำปะหลังในประเทศไทย โดยเบื้องต้นญี่ปุ่นจะสนับสนุนในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตและงบประมาณสนับสนุนอีก 30 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยมีกำลังการผลิต 10,000 ตันต่อปี คาดว่าภายใน 3-5 ปีจะเป็นรูปธรรม” นายศุภชัย บอกอย่างภาคภูมิใจ

        งานนี้ถือว่าไม่เสียเปล่า อย่างน้อยหากมีการลงนามความร่วมมือเกิดขึ้น ประเทศไทยจะได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าเสียที...

วารุณี สิทธิรังสรรค์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน : ชีวิตคุณภาพ
ฉบับวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พุทธศักราช 2550
หน้า 5
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้275
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้508
mod_vvisit_counterรายเดือน9312
mod_vvisit_counterทั้งหมด631313