| วิถีแห่งรักษ์ของคนอยู่ป่า | ถนนดินธรรมชาติผสมกับถนนปูนซีเมนต์เล็กสำหรับรถจักรยานยนต์วิ่งเข้า – ออก ขึ้นเขาลงห้วยกว่า 2 กิโลเมตร เชื่อมหมู่บ้านทับเขือ/ปลักหมู หมู่ที่ 1 ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง กับโลกภายนอก โดยมีเส้นทางเล็ก ๆ แยกออกจากถนนตรัง – พัทลุง บนเทือกเขาบรรทัด ตรงใกล้รอยต่อเขตจังหวัดพัทลุงกับจังหวัดตรัง เป็นปากทางเข้า |
ด้วยถูกน้ำกัดเซาะจากฝนหลงฤดูตกติดต่อกันนานกว่าสัปดาห์ ถนนเส้นนี้จึงเป็นหลุมเป็นโคลน อนุญาตให้เฉพาะคนขับรถจักรยานยนต์เข้า – ออกเป็นประจำเท่านั้นจึงจะไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย
“เรามีสวนยางอยู่แปดไร่ มีสวนกล้วยแปดไร่ มีสวนผักแปดไร่ มีสวนผลไม้แปดไร่ มีสวนพริกไทยแปดไร่ มีสวนผักกูดแปดไร่ ใครได้ยินก็คิดว่าเรารวย เพราะมีที่ดินมาก แต่ความจริงเรามีอยู่แค่แปดไร่เท่านั้นเอง”
บุญ แซ่จุ่ง หรือ พี่เอก แห่งเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด พูดแซว ฉิว คุณแม่ลูกหนึ่ง ที่กำลังเดินนำเราชมสวนผสมของเธอ และอธิบายอย่างคล่องแคล่วเหมือนไก๊ด์นำเที่ยวไม่มีผิด
ฉิว เล่าให้ฟังว่าที่ดินผืนนี้เธอได้รับมรดกสืบทอดจากเตี่ย โดยเตี่ยรับมาจากก๋ง ชายจีนแซ่ลิ้ม ที่เดินทางมาจากเมืองจีนอีกทอดหนึ่ง จนตกทอดมาถึงรุ่นเธอ และรุ่นลูกของเธอ
ช่วงเวลาแห่งการสืบทอดเป็นหลักฐานอีกหนึ่งชิ้นที่พิสูจน์ได้ว่าเธอและครอบครัวไม่ได้บุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า อย่างที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้กล่าวหา เพราะที่ดินตรงนี้เพิ่งประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า เมื่อปี 2525 นี่เอง
ฉิว หรือ ปราณี แท่นมาก เป็นหนึ่งในสมาชิกของเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด องค์กรสมาชิกสมัชชาคนจน แห่งหมู่บ้านทับเขือ/ปลักหมู ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 40 ครัวเรือน โดยมีพื้นที่ทำกินทั้งหมดประมาณ 700 ไร่ และทั้งหมดเป็นสวนยางสมรม มีทั้งพื้นที่ใช้สอยส่วนรวมและส่วนตัว แสดงแนวเขตทำกิน ที่กันออกจากแนวป่าอย่างชัดเจน
ครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาในที่ของเธอ ตามข้อกล่าวหาที่คนทั้งหมู่บ้านทับเขือ/ปลักหมูโดนมาตลอดนั่นคือ บุกรุกอุทยานแห่งชาติ แต่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นเปลี่ยนใจและกล่าวชมหลังจากที่ฉิวนำเจ้าหน้าที่เดินชมสวนสมรมของเธอ
ในสวนยางแปดไร่ นอกจากต้นยางพาราแล้ว เธอยังมีแปลงผักกูด ทั้งที่เพิ่งปลูกใหม่ และแตกกอ ออกยอดใบเขียว รอที่จะถูกเก็บนำไปปรุงเป็นอาหาร โดยมีกอกล้วยปลูกสลับอยู่กลางแปลง ใกล้ ๆ กันนั้น ฉิวยังเก็บกล้าผักคะน้าภูเจาที่งอกกระจัดกระจายอยู่ในสวนยางมาปลูกลงแปลง เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ต้นขนุนสองสามต้นกำลังออกลูกใหม่ ทั้งที่ยังมีดอกห่อหุ้มและเป็นผลเท่า ๆ นิ้วมือไม่ไกลจากแปลงผักคะน้าภูเขา ต้นผักเหมียง ผักเหรียง และผักเขลียง ชื่อปักษ์ใต้ตามแต่จะเรียก สูงท่วมหัวใบเขียวเข้ม
เธอบอกว่าผักชนิดนี้สามารถปลูกได้ทั้งจากเมล็ดและต้นอ่อน ที่แตกงอกออกมาจากรากของต้นใหญ่ เราเดินวกกลับมาที่สวนพริกไทย ซึ่งกำลังออกช่อเต็มต้น ก่อนจะถึงต้นลางสาด และลองกอง ทุเรียนสองสามต้นกำลังออกดอก และบางส่วนร่วงโรยกองอยู่ใต้โคนต้น รอบ ๆ บ้านของฉิวยังมีพืชสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ขึ้นแซมอยู่ประปราย การทำสวนแบบที่ฉิวกำลังทำอยู่นี้สอดคล้องกับนโยบายของเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด ที่ต้องการให้สมาชิกรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศให้คงอยู่ หรือฟื้นคืนกลับมาเหมือนเดิม
สมนึก พุฒนวล ตัวแทนชาวบ้านทับเขือ/ปลักหมู ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัดบอกเราว่า นี่คือการปลูกพืช 4 ชั้น พืชชั้นที่ 1 เป็นพืชคลุมดิน เช่น ผักกูด บัวบก ขมิ้น ผักบุ้ง ชะพลู บอน ผักกาดนกเขา คะน้าภูเขา ฯลฯ พืชชั้นที่ 2 เช่นผักหวานป่า – เหมียง พริก พริกไทย กล้วย ผักหวานบ้าน มะละกอ เหม้า พลู คล้า หมาก ฯลฯ พืชชั้นที่ 3 เช่น ลองกอง มังคุด ส้มโอ มะนาว มะม่วงหิมพานต์ เนียง จำปาดะ ไผ่ตง ฯลฯ พืชชั้นที่ 4 เป็นชั้นบนสุด ล้วนแล้วแต่เป็นพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา สะตอ มะพร้าว ทุเรียน มะม่วง ขนุน ฯลฯ
สมนึกอธิบายขยายความต่อว่า การปลูกพืชแบบนี้ นอกจากเพื่อกินเพื่อขายแล้ว ยังเป็นการสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศของป่า ที่สำคัญไม่มีการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก เพราะถ้าหากใช้สารเคมีสำหรับพืชชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว ก็จะส่งผลกระทบกับพืชชนิดอื่นที่อยู่ร่วมกัน
ฉิวนั่งอยู่ข้าง ๆ บอกว่า ใช้วิธีการดายหญ้าเพื่อกำจัดวัชพืช หญ้าที่ตายจะทับถมเปื่อยยุ่ยกลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติเหมาะสำหรับพืชที่ปลูกอยู่ในสวน
สมนึกเสริมขึ้นว่า สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าการตั้งกฎเกณฑ์การอยู่กับป่า รักษาป่าต้นน้ำลำธาร ทำสวนสมรม หรือส่งเสริมการปลูกพืช 4 ชั้น เป็นการพิสูจน์ต่อคนข้างนอกว่า มนุษย์สามารถอยู่กับป่าได้ หากมีความเข้าใจ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
สมาชิกเครือข่ายที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ตอกย้ำถึงวิถีชีวิตที่อยู่กับป่าโดยไม่ทำลายป่า ด้วยถ้อยคำสั้น ๆ
“พวกเรากินน้ำจากห้วยไม่ได้กินน้ำจากขวด”
รวยริน เพ็ชรสลับแก้ว ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พุทธศักราช 2552 หน้า 8 | |