ความรู้เกี่ยวกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม

โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มวิธีการผลิตน้ำมันปาล์ม ทะลายปาล์มประกอบด้วยผลปาล์มน้ำมันจำนวนมากติดอยู่กับก้านทะลาย ผลปาล์มน้ำมันประกอบด้วยน้ำมัน 2...
อ่านบทความเต็ม

บทความอื่น
22 กรกฎาคม สึนามิถล่มไทย เรื่องที่ต้องฟังหูไว้หู พิมพ์ อีเมล์

22 กรกฎาคม สึนามิถล่มไทย เรื่องที่ต้องฟังหูไว้หู

บทความจาก หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552  หน้า 21 


เล่าลือกันให้แซด เวลานี้ เป็นเรื่องของ “ สึนามิ” ที่มีข่าวว่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่แพร่หลายเฉพาะปากต่อปาก แต่มีทั้งโพสต์ข้อความทางอินเตอร์เน็ต


“ สึนามิ” ที่กล่าว เป็นเหตุการณ์ที่คากว่านจะเกิดคลื่นสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณหมู่เกาะฟิลิปปินส์ (รอยเลื่อนมะนิลา) 
ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2552


ซึ่งจะทำให้ประทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเชีย และสิงคโปร์ ได้รับความเสียหาย แต่ไม่ระบุประเทศไทย  


มีการเตือนไม่ให้เดินทางไปเที่ยวชายทะเล ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความสับสน และกังวลกับข้อมูลดังกล่าวข้างต้น



ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของงานวิจัยเรื่องน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ได้อธิบายถึงเรื่องสึนามิ ว่า ทางศูนย์ฯ ได้รับข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกัน แงละไม่ได้นิ่งนอนใจจึงได้ทำการวิเคราะห์ และประเมินความเป็นได้ และความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

กล่าวคือ ในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวบริเวณนี้ประมาณ 7 ครั้ง ตั้งแต่ ค.ศ. 1677,1781, 1852, 1872, 1915, 1924, 1934 โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1781  มีรายงายว่าเหตุการณ์ทำให้ชาวไต้หวันเสียชีวิตกว่า 40,000 คน

อัตราการมุดตัวบริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกฟิลิปปินส์กับยูเรเซีย มีค่าเฉลี่ยประมาณ 87 มม./ปี ในอดีตตั้งแต่ปี คศ. 1560 ยังไม่เคยเกิดแผ่สนดินไหวขนาดใหญ่ มากกว่า 7.8 ริคเตอร์

ปัจจุบันมีการมุดตัวสุทธิ 38 เมตร (เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 9.5 ริคเตอร์ที่ประเทศชิลี ในปี ค.ศ. 1960 มีการการมุดตัว 40 เมตรแผ่นดินไหวอันดามัน ค.ศ. 2004 แรงสั่นสะเทือน 9.3 ริคเตอร์ มีการมุดตัว 20 เมตร)

“ดังนั้น โอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณหมู่เกาะฟิลิปปินส์จึงมีสูง แต่ไม่รู้เมื่อไหร่” เสียง ดร.เสรี กล่าว

กระนั้น จากการศึกษาผลการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญสหรัฐ ดร.เสรีบอกว่า มีการระบุเช่นกันว่าภายในปี พ.ศ 2553 นี้จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงกว่า 7.0 ริคเตอร์ ในบริเวณหมู่เกาะฟิลิปปินส์

“จึงเกิดคำถามตามมาว่า ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งศูนย์ฯได้ทกการสร้างแบบจำลองคณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ สมมุติเหตุการณ์เกิดขึ้น ทำให้เราสารมารถประเมินเวลาในการเดินทางของคลื่น รวมทั้งความสูงคลื่นที่เข้าปะทะชายฝั่งได้ ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า ประเทศฟิลิปปินส์จะได้รับความเสียหายมากที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้กับจุดกำเนิดแผ่นดินไหว ความสูงคลื่นมากกว่า 8 เมตร และเข้ามาภายใน 10 นาที บริเวณที่อาจจะได้รับผลกระทบที่รุนแรงก็มี ประเทศฮ่องกง มาเก๊า และจีนตอนใต้ (ประมาณ 6-8 เมตร) ส่วนประเทศไต้หวัน และประเทศเวียดนามประมาณ 4-6 เมตร”

สำหรับประเทศไทยนั้น ดร.เสรีบอกว่า ประเทศไทยอยู่ห่างจากรอยเลื่อนมะนิลาประมาณกว่า 2,000 กิโลเมตร ประกอบกับน่านน้ำของประเทศมีความลึกน้อย (น้อยกว่า 100  เมตรเปรียบเทียมบริเวณหมู่เกาะฟิลิปปินส์ซึ่งลึกประมาณ 4,000 เมตร) คลื่นจึงใช้เวลาในการเดินทางนาน และสูญเสียพลังงานไปมากก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าปะทะชายฝั่งทะเลประเทศไทยโดยชายฝั่งทะเลจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และสงขาจะมีคลื่นสูงเกือบ 1 เมตร ภายในเวลา 14 ชั่วโมงหลังจากการเกิดแผ่นดินไหว คลื่นยังคงเคลื่อนตัวผ่านชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี โดยมีความสูงคลื่นประมาณ 0.50-1.0 เมตร และจะปะทะเกาะสมุย และเกาะพะงัน ภายในเวลา 16 ชั่วโมง จากนั้นคลื่นยังคงเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เข้าสู่บริเวณอ่าวไทยภายในเวลา 18 ชั่วโมง โดยมีความสูงคลื่นน้อยกว่า 0.50 เมตรตั้งแต่ชายฝั่งทะเลจังหวัดตราด ระยอง พัทยา ชลบุรี รวมถึงบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายต่อว่า แม้ว่าความสูงคลื่นสึนามิจะไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน แต่คลื่นสึนามิเป็นคลื่นยาวที่มีพลังงานมากกว่าคลื่นชายหาดทั่วไป เปรียบได้กับรถไฟ ( คลื่นสึนามิ ) กับรถยนต์ (คลื่นทั่วไป) ที่วิ่งมาชนเรา

“วันที่ 22 กรกฎาคม เขาว่าแผ่นดินมันมุด 40 เมตร แล้วที่รอยเลื่อนฟิลิปปินส์ เขาถึงคาดการณ์ว่ามันจะเกิดปีนี้ เราก็ไม่รู้เกิดจริงหรือไม่จริง แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาสงขงลา ปัตตานี ปะทะคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ความแรงขนาดธรรมดา ต้องหนีขึ้นฝั่งอย่างเดียว คลื่นจะสูงเท่าไหร่เราคำนวณไว้หมดแล้ว ซึ่งจะต้องประกาศเตือนประชาชนให้ทราบ 

“ในอดีตมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากคลื่นสึนามิไม่สูงมากนักในต่างประเทศ ดังนั้นจึงเป็นอันตราย ถึงชีวิตหากไม่หนีขึ้นฝั่งประกอบกับความเร็วกระแสน้ำที่มากับคลื่นอาจจะทำให้เรือต่างๆ ที่จอดอยู่เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงต้องเฝ้าติดตามระบบเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และหากเกิดขึ้นจริงอย่าว่ายน้ำ หรืออยู่ตามชายฝั่งเป็นอันขาด” เสียงเข้มๆ กล่าวเตือน

และยังบอกด้วยว่า อย่าลืมว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เกิดคลื่นสึนามิตามมาทุกครั้งกลไกการเกิดมีความสลับซับซ้อน และแม้ว่าปัจจุบัน เราไม่สามารถพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวในระยะสั้นได้ ( น้อยกว่า 1 ปี ) แต่เมื่อแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเราสามารถพยากรณ์และเตือนภัยการเกิดคลื่นสึนามิได้ ทั้งนี้เนื่องจากคลื่นแผ่นดินไหวมีความเร็วมากกว่าคลื่นสึนามิ ทำให้สามารถตรวจรับ และวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหว ก่อนที่คลื่นสึนามิจะเดินทางมาถึง

อย่างไรก็ตาม ระบบตรวจวัดโดยทุ่นลอย หรือสถานีวัดคลื่นมีความจำเป็นในการยืนยันการเกิดสึนามิได้แม่นยำที่สุด

ดอกเตอร์นักวิจัยเรื่องน้ำ กล่าวตบท้ายด้วยสุภาษิตของชาวญี่ปุ่น ว่า “ ภัยพิบัติจะมาเมื่อเราลืมมัน” ดังนั้นทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเรียนรู้ ฝึกฝนทบทวนการปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ได้ทุกเวลา และทุกสถานที่่

เช่นเดียวกับเหตุการณ์ 22 กรกฎาคมที่คาดว่าจะเกิดสึนามิ หากเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่แล้วความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิย่อมมีอย่างแน่นอน แม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม

สกุณา ประยูรศุข

 

 

 

 

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
mod_vvisit_counterวันนี้719
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้745
mod_vvisit_counterรายเดือน4500
mod_vvisit_counterทั้งหมด558615